มีบัญชีอยู่แล้ว?
แบ่งระดับการพัฒนาของตลาดแต่ละประเทศด้วย MSCI 🌍
[รู้จัก Developed / Emerging / Frontier Market และเลือกลงทุนได้ตามความเสี่ยง]
วันนี้ #เด็กการเงิน ขอพาทุกคนมารู้จักกับประเทศต่างๆทั่วโลกว่าถูกจัดอยู่ใน “กลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (Developed Market)” หรือ “กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา/เกิดใหม่ (Emerging Market)” หรือ “กลุ่มประเทศชายขอบ (Frontier Market)” ตามการจัดกลุ่มของ MSCI กันค่ะ มาดูกันว่าประเทศที่เราลงทุนกันอยู่ตอนนี้อยู่ในกลุ่มใดบ้าง เมื่อรู้แล้ว เราสามารถจัดพอร์ทให้มีความเสี่ยง หรือความผันผวนให้เหมาะกับเราได้ อ่านจบต้องบอกเราได้นะ ว่าถ้าเรารับความเสี่ยงได้มากน้อยต่างกัน ควรลงทุนในตลาดไหนบ้าง
1️⃣ MSCI คืออะไร?
MSCI ย่อมาจาก Morgan Stanley Capital International เป็นบริษัทที่จัดทำดัชนีอ้างอิงหุ้นโลก เพื่อเป็น Benchmark ให้กับนักลงทุนต่างประเทศ โดยมีทั้ง Index รายประเทศ หรือเเบ่งตามกลุ่ม ตามภูมิภาค เพื่อให้ตรงกับวัตถุประสงค์ในการลงทุน (เหมือน SET Index ในบ้านเรานั่นเองค่ะ แต่ของ MSCI จะมี Index หลายประเภทกว่า)
2️⃣ การจัดกลุ่มตามกลุ่มประเทศต่างๆ โดย MSCI เเบ่งเป็นกลุ่มใดบ้าง?
1) กลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (Developed Markets)
2) กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา/เกิดใหม่ (Emerging Markets)
3) กลุ่มประเทศชายขอบ (Frontier Markets)
3️⃣ ความแตกต่างของแต่ละกลุ่มประเทศคืออะไร? และกลุ่มประเทศใดที่ควรอยู่ในพอร์ตการลงทุนของเรา?
แต่ละกลุ่มต่างมีระดับการพัฒนา กฏเกณฑ์ และสภาพคล่องที่แตกต่างกัน โดยใน
🌐 Developed Markets มักจะมีเสถียรภาพ สภาพคล่อง และระดับของกฏเกณฑ์ของตลาดที่สูง ทำให้มั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าข้อมูลการลงทุนจากตลาดดังกล่าวน่าเชื่อถือ มีประสิทธิภาพ และความเสี่ยงจากการกำกับกิจการที่ไม่ดีลดน้อยลงไป ส่วนใหญ่นักลงทุนใน Developed Markets มักจะเป็นกลุ่มสถาบันการเงิน และมีรายย่อยที่มีคุณภาพมากขึ้น ประเทศในกลุ่มนี้ เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส ฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เป็นต้น
🌐 Emerging Markets มักจะมีความผันผวนจากราคาหุ้นขึ้นลงได้มาก มีประสิทธิภาพน้อยกว่า Developed Markets แต่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจ และมีนักลงทุนสถาบันเข้าลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และมีปริมาณเงินหมุนเวียนเยอะขึ้น โดยที่สภาพคล่องยังรองรับได้ และค่าเงินเป็นที่ยอมรับในการแลกเปลี่ยนรองลงมาจากตลาด Developed Markets ประเทศในกลุ่มนี้ เช่น จีน อินเดีย รัสเซีย ไต้หวัน ไทย เป็นต้น
🌐 Frontier Market จัดเป็นตลาดที่มีระดับการพัฒนา กฏเกณฑ์ และสภาพคล่องต่ำที่สุด และมักจะมีสกุลเงิน หรือค่าเงินที่มีความเสี่ยงสูง อย่างไรก็ตามกลุ่มนี้มีความน่าสนใจในเรื่องของการเติบโตที่ยังอยู่ในระดับเริ่มต้นเท่านั้น และยังเปิดให้นักลงทุนต่างประเทศจำกัด กฏเกณฑ์และสภาพคล่องเป็นรองตลาด emerging market ทำให้การเข้าลงทุนยังมีน้อย เมื่อเวลาผ่านไป ประเทศในกลุ่มนี้อาจจะพัฒนา ขยับขึ้นไปเป็น emerging market ได้ ประเทศในกลุ่มนี้ เช่น เวียดนาม ที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมี บังคลาเทศ ศรีลังกา โครเอเชีย เป็นต้น
4️⃣ Index ใดบ้างที่ถูกใช้ในการจัดกลุ่มนี้ (บางทีเราอาจจะเห็นชื่อ Index พวกนี้อยู่ใน Benchmark ของกองทุนที่เราลงทุนอยู่ก็ได้นะคะ)
1) MSCI World Index: กลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (Developed Markets)
2) MSCI Emerging Markets Index: กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (Emerging Markets)
3) MSCI Frontier Markets Index: กลุ่มประเทศชายขอบ (Frontier Markets)
4) MSCI Standalone Market Indexes*: กลุ่มประเทศ Standalone ส่วนมากเป็นประเทศเล็กๆ
5) MSCI ACWI ย่อมาจาก MSCI All Country World Index: รวมข้อ 1) กลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (Developed Markets) จำนวน 23 ประเทศ และข้อ 2) กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (Emerging Markets) จำนวน 27 ประเทศ
6) MSCI Emerging & Frontier Markets Index: รวมข้อ 2) กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (Emerging Markets) และข้อ 3) รวมกลุ่มประเทศชายขอบ (Frontier Markets)
7) MSCI ACWI & Frontier Markets Index รวมข้อ 1) กลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (Developed Markets) และข้อ 2) รวมกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (Emerging Markets) และข้อ 3) รวมกลุ่มประเทศชายขอบ (Frontier Markets)
📌สำหรับประเทศในแต่ละกลุ่ม ดูได้จากในรูปเลยค่ะ ทั้งนี้ในรูปจะเห็นว่า
*MSCI Standalone Market Indexes ไม่ได้ถูกรวมอยู่ใน MSCI Emerging Markets Index และ MSCI Frontier Markets Index แต่ใช้เกณฑ์ในการจัดกลุ่มที่คำนึงถึงขนาดและสภาพคล่องเหมือนกัน
** WAEMU ย่อมาจาก The West African Economic and Monetary Union ซึ่งมีประเทศดังต่อไปนี้ Benin, Burkina Faso, Ivory Coast, Guinea-Bissau, Mali, Niger, Senegal และ Togo. ปัจจุบัน MSCI WAEMU Indexes ได้รวมหุ้นที่ถูกจัดกลุ่มอยู่ใน Benin, Senegal, Ivory Coast และ Burkina Fas
  • กำลังนิยมในบล็อกดิต
    ประมวลภาพเหตุการณ์ "น้ำท่วมกรุงโซล" น้ำท่วมใหญ่จากฝนตกหนักที่สุดในรอบ 80 ปี
    🚩 ของดีที่เหล่า Editor ไม่ควรมองข้าม!! สายกราฟฟิค สายตัดต่อวีดีโอ ไม่ควรมองข้าม เพราะถ้าไฟดับงานเริ่มนับหนึ่งใหม่ทันที!! ขอแนะนำของดีที่ควรค่าแก่การทำงานเป็นอย่างมาก..เครื่องสำรองไฟฟ้า CyberPower รุ่น OLS1500E ● เทคโนโลยี Online Double Conversion ● อัตราการทำงาน 1500VA/1350W ● มีช่องไฟขาออก 4 ช่อง (ช่องสำรองไฟและช่องกันไฟกระชาก) ● ECO Mode โหมดประหยัดพลังงาน ● Pure Sine Wave รูปแบบคลื่นไฟฟ้าที่ปล่อยออกมา แบบเดียวกับไฟที่การไฟฟ้าผลิตมาให้เราใช้ ● Generator Compatible สามารถรับไฟจากเครื่องปั่นไฟมาใช้ได้โดยไม่มีปัญหากับตัวเครื่องและโหลดที่ต่ออยู่ เพราะเครื่องปั่นไฟจะมีแรงดันกับความถี่ที่กว้างและไม่นิ่ง ● LCD Status Display หน้าจอ LCD บอกสถานะการทำงานของเครื่อง UPS, บอกปริมาณของ Load ที่ใช้งานผ่าน UPS, บอกปริมาณของแบตเตอรี่, บอกแรงดันไฟขาเข้า และขาออกจาก UPS และบอกเวลาที่สำรองไฟได้ในขณะนั้น ● มี Surge and spike protection ระบบป้องกันไฟกระชาก ที่มาจากความผิดปกติของระบบส่งกำลัง หรือฟ้าฝ่าที่มาตามสายไฟฟ้าได้ สเปคเทพขนาดนี้ ไฟดับแค่ไหนก็ไม่หวั่นรันงานต่อได้แบบยาว ๆ 🚩สมัครตัวแทนจำหน่าย โทร. 02-020-3003 อีเมล: directmarketing@sisthai.com
    ชาวอเมริกันยกให้การอาศัยใน ‘กรุงเทพฯ’ ดีกว่าบ้านเกิด เพราะสามารถ ‘ใช้ชีวิตหรูหรา’ ด้วยเงิน 8,000 ดอลลาร์ หรือ 2.8 แสนบาทต่อเดือน ‘เจสซี โชเบิร์ก’ (Jesse Schoberg) เริ่มวางแผนหลบหนีจากเมืองเอลค์ฮอร์น รัฐวิสคอนซิน ซึ่งเขาเกิดและเติบโต ด้วยมองว่า เล็ก เงียบสงบ และไม่มีกิจกรรมอะไรเลย เขากล่าวกับ CNBC Make It ว่า “ฉันรู้เสมอว่าฉันต้องการออกไปสำรวจโลก”
    ลี เซียน ลุง เตือน กรณีพิพาท จีน-สหรัฐฯ เรื่องไต้หวัน คือพายุที่กำลังก่อตัว 🌪️
    ดูทั้งหมด