ถ้าเราไปลอนดอนแล้วไปเดินตามเขตเมืองเก่าริมแม่น้ำเทมส์ เราจะเห็นโซนหนึ่งที่เรียกว่า Bank หรือแม้แต่สถานีรถไฟใต้ดินก็จะเห็นว่ามีสถานีหนึ่ง ชื่อว่า Bank แล้วเวลาโผล่ขึ้นมาบนดินก็จะเจอ Bank of England ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่มุมหนึ่งของ 5 แยกถนน …. ใช่แล้ว พื้นที่ตรงโซนนี้แหละเป็นหนึ่งในที่มาของคำว่า Bank ที่แปลว่า ธนาคาร ในภาษาอังกฤษทุกวันนี้
อัศวินเทมพลาร์เนี่ยมีเป็นหมื่นๆคน และจะอาศัยอยู่ในโบสถ์ตามเมืองต่างๆ ทั่วพื้นที่ยุโรปที่นับถือศาสนาคริสต์ รวมถึงมีสาขาใหญ่ที่นครเยรูซาเล็มด้วย ซึ่งที่ลอนดอนก็มีโบสถ์ของอัศวินเทมพลาร์อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเทมส์ด้วย ใช้ชื่อว่า Temple Church (อันนี้ไปโผล่ในหนังและนิยายที่ชื่อว่า The Da Vinci Code ของ Dan Brown ด้วย)
กิจกรรมหาเงินแบบที่ 3 นี่แหละ จึงเป็นบทสันนิษฐานว่าเป็นหนึ่งในที่มาของคำว่า Bank ในปัจจุบัน เพราะด้วยสถานที่ตั้งของ Temple Church อยู่ริมแม่น้ำ ซึ่งชาวลอนดอนจะเรียกว่า Bank อยู่แล้ว ก็น่าจะเรียกขานกันคุ้นปากกว่า Temple
อีกประการหนึ่งเวลาจะฝากเงินหรือถอนเงินที่ Temple Church อัศวินก็จะทำงานออกหนังสือรับรองฝาก-ถอน ที่โต๊ะหรือม้านั่งตัวใหญ่ยาว ซึ่งคนอังกฤษที่มีเชื้อสายเยอรมันก็เรียกว่า Bank เช่นกัน หรือความว่า Bankruptcy ที่แปลว่าล้มละลาย ก็มีรากศัพท์ก็คือ โต๊ะแตกหัก นั่นเอง
แต่กิจกรรมการฝากเงิน ถอนเงินที่ Temple Church ก็น่าจะติดปากว่า Bank ไปเรียบร้อย พอยุค ค.ศ.1500 มีธุรกิจ Bank เกิดขึ้นจริงจัง ในลอนดอนก็เลยเรียกว่า Bank ตามกันมา
ฉะนั้นแล้วประวัติศาสตร์ ที่มาของภาษาอังกฤษ ที่เรียก “ธนาคาร” ว่า “Bank” ก็เริ่มจากพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเทมส์ตรง Temple Church นี่แหละ