19 มิ.ย. 2021 เวลา 05:20 • ประวัติศาสตร์
ฆัวนา ผู้วิปลาสแห่งสเปน(Juana la Loca หรือ Joanna the Mad)
ทำไมฆัวนาผู้นี้ถึงได้ฉายาว่าเป็นผู้วิปลาส พบกับเรื่องราวความคลั่งรักและการช่วงชิงราชบัลลังก์ตั่งทองของสเปนได้ที่นี่
ฆัวนา ผู้วิปลาส (Juana la Loca or Joanna the Mad) Credit: https://en.wikipedia.org/wiki/Joanna_of_Castile
ฆัวนา (Juana ภาษาสเปน) หรือ โจแอนนา (Joanna ภาษาอังกฤษ) เป็นชื่อหมายถึงบุคคลเดียวกัน ในบทความนี้เราจะใช้การออกเสียงแบบภาษาสเปน คือ ฆัวนา รวมถึงชื่อบุคคลและชื่อเมืองของสเปน เราจะถอดเสียงตามภาษาสเปนค่ะ
ฆัวนา ประสูติเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 1479 ที่เมืองโตเลโด ประเทศสเปน ครั้นที่ยังมีพระชนมายุอยู่พระนางได้เป็นพระราชินีแห่งแคว้นกัสติยาและอารากอนแห่งสเปน ก่อนที่จะสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1555 ฆัวนาเป็นพระธิดาคนที่สาม ของพระราชินีอิซาเบลที่ 1 (Isabel I de Castilla) แห่งแคว้นกัสติยา และพระเจ้าเฟร์นันโดที่สอง (Fernando II de Aragón) แห่งแคว้นอารากอน
*ประเทศสเปนในตอนนั้นได้แบ่งเป็นแคว้นกัสติยาและอารากอน แยกกันเป็นแคว้นอิสระ ยังไม่ได้รวมกันเป็นเขตดินแดนเหมือนกับประเทศสเปนในปัจจุบัน
Isabel I de Castilla และ Fernando II de Aragón (Credit : https://sites.psu.edu/sdapassion/2018/09/06/15-ferdinand-ii-and-isabella-i/)
ฆัวนายังมีศักดิ์เป็นพี่สาวของคาตาลิน่า หรือ ที่เรารู้จักกันดีในนามพระนางแคทเธอรีน มเสีคนแรกของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ซึ่งทั้งสองพระองค์มีพระธิดาด้วยกัน นั่นก็คือ ควีนแมรี่ที่ 1 หรือ Bloody Mary แห่งอังกฤษนั่นเอง
Credit: https://slideplayer.com/slide/14150219/
ฆัวนาประสูติมาเป็นพระธิดาองค์ที่สาม ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 5 คน ฆัวนามีสถานะเป็นเจ้าหญิงธรรมดา ที่อาจไม่ได้มีความสำคัญต่อบัลลังก์สเปนมากนัก เนื่องจากฆัวนามีพี่ชายที่ชื่อว่า ฆวน ผู้ที่จะเป็นองค์รัชทายาทอันดับหนึ่งอยู่แล้ว
หลักฐานเกี่ยวกับฆัวนาในวัยเยาว์ไม่ได้มีมากนัก เราเพียงแต่จะทราบว่าฆัวนามีความสวยที่ไม่เป็นรองใคร ได้รับการอบรมสั่งสอนตามแบบระเบียบเจ้าหญิงที่ควรจะเป็น สามารถพูดภาษาละตินและฝรั่งเศสได้ รวมถึงมีความรู้ด้านศิลปะและปฏิบัติตามศาสนาคริสต์คาทอลิกอย่างเคร่งครัดด้วย
พระมารดาและพระบิดาเพียงแค่วางตัวฆัวนาไว้ว่าจะให้อภิเษกกับเจ้าชายซักองค์หนึ่ง เพื่อกระชับความสัมพันธ์และสร้างพันธมิตรทางการเมืองให้กับสเปนเพียงเท่านั้น
ฆัวนาได้เรียนรู้การปกครองผ่านจากพระมารดาอิซาเบลที่ 1 มาบ้าง ในตอนนั้นสเปนกำลังจะส่งโคลัมบัสออกไปล่องเรือแสวงหาโลกใหม่ ฆัวนาก็ได้เรียนรู้เรื่องการเดินเรือ และการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศด้วยเล็กๆน้อยๆ
ในปี ค.ศ. 1496 หลังการเจรจราเรื่องการอภิเษกสมรสระหว่างราชอาณาจักรสเปนและออสเตรียเสร็จสิ้น ได้ข้อสรุปว่าจะมีการอภิเษกสมรสของสองราชวงศ์ด้วยกันสองคู่ โดยฆัวนา ในวัย 16 ปี จะได้แต่งงานกับเจ้าชายเฟลิเป (Felipe el Hermoso ชื่อสเปน หรือ Philip the Fair หรือ ฟิลลิปพ่อรูปหล่อ) รัชทายาทแห่งออสเตรีย โอรสของพระเจ้าแม็กซิมิเลียนที่ 1 จักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
1
และพี่ชายฆวน จะได้อภิเษกสมรสกับมากาเร็ตแห่งออสเตรีย ธิดาอีกพระองค์หนึ่งของพระเจ้าแม็กซิมิเลียนที่ 1
ฆัวนาและพระสวามีเฟลิเป (Credit: https://hemmahoshilde.wordpress.com/2015/09/30/joanna-of-castile-childhood-and-betrothal/)
การแต่งงานครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งทางการเมืองให้สเปนกับราชวงศ์แฮปส์บวร์กของออสเตรีย และเพิ่มช่องทางการค้าขายไปยังฝั่งยุโรปอีกด้วย
ฆัวนาเคยพบกับเฟลิเปเพียง 1 ครั้ง ในครั้งที่ 2 คือวันที่ทั้งสองจะได้อภิเษกที่เมืองบรัสเซล
ทว่าหลังจากอภิเษกได้เพียงไม่นาน ฆวนเสียชีวิตก่อนที่จะได้ขึ้นบัลลังก์ ในวัย 19 ปีเท่านั้น ทำให้ตำแหน่งรัชทายาทอันดับหนึ่งตกไปอยู่ที่พี่สาวคนโตสุด นั้นก็คือ อิซาเบลแห่งอัสตูเรียส (Isabel de Asturias)
*Princess of Asturias เป็นตำแหน่งองค์รัชทายาทที่จะได้ครองบัลลังก์แคว้นอารากอนของสเปน
ทว่าในปี ค.ศ. 1498 อิซาเบลแห่งอัสตูเรียส พี่สาวคนโตสุดที่ดำรงตำแหน่งองค์รัชทายาท ก็ได้เสียชีวิตลง หลังจากที่ได้ให้กำเนิดลูกชายนามว่า มิเกล และ 2 ปีให้หลัง มืเกลหลานชายของฆัวนาก็ได้เสียชีวิตลง
ทำให้ฆัวนาได้รับตำแหน่งเป็น Princess of Asturias องค์รัชทายาทแห่งแคว้นอารากอนทันที ฆัวนาที่ขณะนั้นอาศัยอยู่ที่แฟลนเดอร์ส (Flanders ที่อยู่ของพระสวามีเฟลิเป) ที่เพิ่งให้กำเนิดธิดาและโอรส ต้องรีบกลับมายังสเปน
ความสูญเสียนี้ยังไม่จบ ในปีค.ศ. 1504 พระมารดาอิซาเบลที่ 1 ก็ได้สวรรคต ทำให้ฆัวนาจะได้รับตำแหน่งพระราชินีแห่งแคว้นกัสติย่าและเลองต่อทันที
พระราชินีอิซาเบลที่ 1 ก่อนสวรรคต (Credit: https://www.museodelprado.es/coleccion/obra-de-arte/doa-isabel-la-catolica-dictando-su-testamento/907d2c98-eb35-4f1b-a39d-65bff0322faa)
ทุกอย่างประดังประดาเข้าหาฆัวนาอย่างไม่ทันตั้งตัว ทั้งการสูญเสียบุคคลสำคัญในครอบครัว และการรับตำแหน่งหน้าที่ ที่ตัวเองไม่เคยคิดว่าจะได้มาก่อน ส่งผลให้ฆัวนาเริ่มมีอาการจิตใจผิดปกติ ตั้งแต่ค.ศ. 1504 ช่วงที่พระมารดาป่วยหนักก่อนที่จะสวรรคต
จิตใจของเธอแย่ลงไปอีก เมื่อพบว่าพระสวามีเฟลิเป ผู้หล่อเหลา เจ้าชู้มากและมีชู้ลับอยู่ตลอดเวลา ฆัวนาแสดงอาการหึงหวงอยู่บ่อยครั้ง ครั้งหนึ่งหลังจากมีปากเสียงกันใหญ่โต พระสวามีจึงหนีกลับไปยังบ้านเกิดที่ Flanders
ฆัวนาพยายามจะตามพระสวามีไป แต่เนื่องจากเป็นดินแดนที่ใกล้กับฝรั่งเศส ซึ่งสเปนกับฝรั่งเศสตอนนั้นกำลังทำสงครามกันอยู่ พระมารดาเลยสั่งห้ามไว้ และกักบริเวณไม่ให้ออกมาภายนอก
ฆัวนาถึงขั้นไม่ยอมกินไม่ยอมนอน ร้องไห้คร่ำครวญทุกวัน จนทำให้พระมารดาอิซาเบลที่ 1 เป็นกังวล กลัวว่าลูกสาวจะตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของพระสวามี เพราะมีท่าทีที่สนิทสนมกับฝรั่งเศสซึ่งเป็นศัตรูของสเปน และเกรงว่าฆัวนาจะเอาตัวออกห่างคาทอลิก เนื่องจากท่าทีที่แสดงออกเรื่องความรักมากเกินไป ผิดขนบในตอนนั้น
ประกอบกับพระสวามีเฟลิเปเริ่มปล่อยข่าวว่าฆัวนาจิตใจไม่ปกติ ราชบัลลังก์ของสเปนจึงได้รับความเสื่อมเสียจากเรื่องนี้
อีกทั้งพระองค์ยังไปดีลกับราชสำนักฝรั่งเศสลับๆ ว่าจะให้พระโอรสการ์โลส (Carlos หรือ Charles V) อภิเษกกับพระธิดาแห่งฝรั่งเศส ทำให้พระมารดาอิซาเบลที่ 1 เริ่มกังวล เกรงว่าราชบัลลังก์ของฆัวนาจะถูกแย่งชิงไปโดยพระสวามีจริงๆ
ดังนั้นก่อนสวรรคต พระราชินีอิซาเบลที่ 1 ได้ให้คำสั่งเสียต่อฆัวนาว่าจะต้องครองบัลลังก์ของกัสติยาโดยตรงเท่านั้น และให้พระบิดาเฟร์นันโดสามารถช่วยบริหารราชอาณาจักรในนามฆัวนาได้
ทว่าใครจะรู้ได้ว่าบิดาแท้ๆจะทำกับธิดาแท้ๆได้ลงคอ ศึกชิงบัลลังก์ตั่งทองของสเปนตอนนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
หลังจากที่พระราชินีอิซาเบลที่ 1 สิ้นไป พระบิดาเฟร์นันโดไม่มีโอกาสได้ดำรงตำแหน่งผู้ปกครองแคว้นกัสติยา หลังจากคำสั่งเสียของอิซาเบลที่ต้องการให้ฆัวนารับตำแหน่งผู้ปกครองแคว้นกัสติยาโดยตรง ทำให้พระบิดาเฟร์นันโดพยายามจะแย่งอำนาจจากธิดาของตนเอง
พระบิดาเฟร์นันโดอ้างข้อกล่าวหาจากพระสวามีเฟลิเปของฆัวนา ว่าเธอจิตใจไม่ปกติ ไม่สามารถบริหารบ้านเมืองได้ ขาดคุณสมบัติของผู้ปกครอง
เรื่องไม่จบง่ายๆ เมื่อพระสวามีในตอนนี้กลับคำที่เคยพูด และเปลี่ยนข้างเสียแล้ว
จากที่เคยอ้างว่าฆัวนาจิตใจไม่ปกติ ตอนนี้กลับอ้างว่าฆัวนาปกติดี สติสัมปชัญญะครบถ้วน มีคุณสมบัติในการปกครองทุกประการ นักประวัติศาสตร์มองว่าเฟลิเปเห็นฆัวนาเป็นเพียงเครื่องมือทางการเมืองเพื่อให้ได้ครองแคว้นกัสติย่าเพียงเท่านั้น
พระบิดาเฟร์นันโดเลือกหาตัวช่วยใหม่ด้วยการไปแต่งงานกับเจ้าหญิงแห่งฝรั่งเศส เพื่อคานอำนาจกับเฟลิเป แต่นั่นกลับกลายเป็นผลร้าย และทำให้เหล่าขุนนางแห่งกัสติยาไม่พอใจ หันไปสนับสนุนฆัวนาและเฟลิเปแทน
เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านี้ เมื่อเฟร์นันโดเลือกที่จะไปเจรจาลับๆกับเฟลิเป แอบตกลงกันว่าจะยกกัสติยาให้เฟลิเปปกครองแทนฆัวนา โดยให้ข้ออ้างว่าฆัวนาจิตใจไม่ปกติ ไม่สามารถเป็นผู้ปกครองได้
นักประวัติศาสตร์เจอหลักฐานและให้ข้อสรุปในภายหลังว่า เอกสารที่เฟร์นันโดรับส่งกับฆัวนา ที่ใช้เป็นหลักฐานว่าฆัวนามีจิตใจไม่ปกติ ทั้งหมดเป็นเอกสารปลอม
เฟลิเปได้ดำรงตำแหน่งกษัตริย์แห่งกัสติยาได้เพียง 2 เดือนก็ล้มป่วยลง และสวรรคตในที่สุด ฆัวนาที่รักและหลงพระสวามีเอามากๆ ตกอยู่ในความเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก ไม่ยอมออกห่างจากร่างของพระสวามีเลย
โดยระหว่างการเดินทางไปยังหลุมพระศพหลวงที่เมืองกรานาดา ก็สั่งให้เปิดหีบพระศพเพื่อกอดและจุมพิตร่างของพระสวามีเป็นระยะ
ฆัวนาระหว่างแห่พระศพของพระสวามี Credit: https://cronicaglobal.elespanol.com/pensamiento/historias-mujeres-emociones/juana-loca-desdicha-reina_213216_102.html
พระบิดาเฟร์นันโดเห็นช่องว่างตรงนี้ ก็เริ่มชิงอำนาจคืนจากลูกสาวอีกครั้ง พยายามจะกล่าวหาว่าฆัวนาไม่สนใจกิจการของบ้านเมืองและจิตใจไม่ปกติ ท้ายที่สุดก็ได้ยึดอำนาจจากฆัวนาและตั้งตนเป็นผู้สำเร็จราชการแทน
ฆัวนาและเฟลิเป มีลูกด้วยกันทั้งหมด 6 คน หนึ่งในคนสำคัญ คือโอรสและองค์รัชทายาทนามว่า การ์โลส (Carlos หรือ Charles V ในภาษาอังกฤษ) ซึ่งตอนนี้อาศัยอยู่ที่บ้านเกิดของพระบิดาเฟลิเปใน Flanders
หลังจากที่เฟร์นันโดได้สวรรคตลงในปี ค.ศ. 1516 การ์โลสได้หวนคืนราชสำนักสเปนอีกครั้ง หลังจากห่างหายไปนับสิบปี ท้ายที่สุดได้ขึ้นครองราชย์แทนพระมารดาฆัวนา เป็นพระเจ้าการ์โลส (ภายหลังพระองค์ได้ขึ้นเป็นพระจักรพรรดิแห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ the Holy Roman Emperor)
Carlos or Charles V (The Holy Roman Emperor) Credit: https://en.wikiquote.org/wiki/Charles_V,_Holy_Roman_Emperor
เมื่อพระเจ้าการ์โลส (Carlos or Charles V) ได้ขึ้นครองราชย์ พระองค์ก็ไม่ได้ปล่อยให้ฆัวนาพระมารดาเป็นอิสระแต่อย่างใด รวมถึงไม่ได้แก้ต่างเรื่องความวิปลาสของพระนางด้วย
ซ้ำร้ายยังห้ามไม่ให้ฆัวนาออกมาพบปะผู้คน แม้กระทั่งคนรับใช้ส่วนตัวด้วย สาเหตุที่การ์โลสเลือกทำเช่นนี้เพราะเกรงว่าฆัวนาจะแอบสะสมผู้สนับสนุนและเป็นภัยต่อบัลลังก์ของตนเอง
ฆัวนาต้องโดดเดี่ยวตลอดระยะเวลา 30ปีให้หลัง จนกระทั่งวันที่ 12 เมษายน ค.ศ. 1555 ฆัวนาได้สิ้นใจด้วยวัย 75 ปี พระศพได้ถูกนำไปฝังที่เดียวกันกับพระสวามีเฟลิเปและพระบิดามารดา ในหลุมพระศพหลวงที่เมืองกรานาดา
หลุมพระศพของพระนางฆัวนาและพระสวามีที่เมืองกรานาดา
จริงๆแล้วฆัวนาจิตใจวิปลาสหรือไม่ ?
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่นักประวัติศาสตร์ต่างก็ยังถกเถียงกันอยู่ โดยฝั่งที่เชื่อว่าพระนางวิปลาสจริงๆ ให้เหตุผลว่า ฆัวนาอาจจะเป็นโรคจิตเภทประเภทหลงผิด ซึ่งอาจจะเป็นโรคที่อยู่ในพันธุกรรมของครอบครัว
เนื่องจากพบอาการโรคจิตเภทเช่นนี้ในบุคคลอื่นๆที่เป็นเครือพระญาติด้วย เช่น ยายของพระองค์ อิซาเบลแห่งโปรตุเกส ก็พบว่าป่วยทางจิตจริงๆและถูกส่งไปรักษาอยู่ที่สำนักชีด้วย นอกจากนี้หลานชาย หลานสาวหลายคนของฆัวนา ก็มีอาการของโรคจิตเภทเช่นเดียวกัน
นักประวัติศาสตร์เชื่อว่าฆัวนาน่าจะมีอาการของโรคสติแตกและภาวะซึมเศร้า ซึ่งอาจจะเกิดจากการสูญเสียบุคคลสำคัญของครอบครัวติดๆกัน รวมถึงความเครียด ความกดดัน จากการช่วงชิงบัลลังก์กับพระบิดาของพระองค์เอง
อีกด้านหนึ่ง นักประวัติศาสตร์อีกฝั่งก็พยายามตีความคำว่า Loca หรือ Mad หรือ บ้า กันใหม่ว่า บ้าในที่นี้อาจจะไม่ได้บ้าในทางโรคหรือทางการแพทย์ แต่อาจจะเป็นการกระทำที่ผิดแผกไปจากจารีตหรือขนบที่คนทั่วไปกระทำ เป็นต้นว่าการคลั่งรัก ลุ่มหลงในความรัก อาจจะทำให้ฆัวนาออกห่างจากศาสนา ซึ่งขัดต่อขนบธรรมเนียมทางสังคมที่เป็นอยู่ในสมัยนั้น
อีกด้านหนึ่ง มีการวิเคราะห์ว่า การที่ฆัวนาแสดงความเศร้าโศกเสียใจอย่างมากระหว่างการแห่พระศพพระสวามี อาจจะเป็นวิธีการที่ฆัวนาเลือกใช้ป้องกันตัวเองจากการถูกกดดันจากขุนนางในราชสำนัก ที่ต้องการให้พระองค์อภิเษกสมรสใหม่ เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง เนื่องจากตอนนั้นพระองค์ยังอายุน้อยขณะที่พระสวามีเสียไป
รวมถึงการที่ฆัวนาเกรงว่า ถ้าอภิเษกใหม่จะทำให้สิทธิในการครองบัลลังก์ของทายาทพระนาง ตกไปอยู่กับทายาทที่เกิดกับพระสวามีคนใหม่ ซึ่งพระนางอยากให้สิทธิดังกล่าวอยู่ที่ทายาทของฆัวนากับพระสวามีเฟลิเปแต่เพียงเท่านั้น
ผู้อ่านคิดว่าอย่างไรกันบ้าง คิดว่าพระนางฆัวนาวิปลาสจริงๆหรือไม่ หรือข้ออ้างเหล่านี้ถูกใช้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองโดยฝั่งตรงข้ามเพื่อแย่งชิงอำนาจไปจากพระนางกันแน่
เขียนและเรียบเรียงโดยทีมงานคิดก่อน ไม่อนุญาตให้ดัดแปลง แก้ไข และนำเนื้อหาไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
References:
โฆษณา