🥎 ตอนเช้า Tim เดินไปช่วยเพื่อนบ้านล้างรถ ก่อนจะเดินกลับมาที่บ้านของอา เพื่อทานข้าวกลางวันที่ญาติของเขาทำให้ หลังจากนั้นก็ดูทีวี
🥎 ประมาณ 14.30 น. Tim เดินไปหาเพื่อนที่ชื่อว่า Gary ที่บ้านของ Gary ก่อนจะเดินกลับมาที่บ้านตัวเองตอน 15.00 น. หลังจากนั้นย่าของ Tim ก็ขับรถมาที่บ้านเพื่อรับ Tim กับพี่น้องไปที่บ้านของย่าเพื่อไปเล่น softball
🥎 พอกลับมาที่บ้านของอาตอนประมาณ 18.30 น. เขาได้ยินจากเพื่อนบ้าน (ครอบครัว smith) ว่า Tara หายตัวไป และ Tara นั้นชอบเล่นน้ำ เลยพากันขึ้นรถไปหาที่ลานดังกล่าว และ Tim ก็เริ่มเดินไปตามลำธารที่อยู่ใกล้ๆแถวนั้น จนไปเห็นเขากับแขนที่ยื่นออกมาจากใต้แผ่นโฟม เมื่อเข้าไปใกล้เขาดึงแผ่นโฟมออก และเห็นร่างของ Tara จึงอุ้มเอาตัว Tara ขึ้นมา พยายามจะส่งให้อาสาสมัครอีกคน และเรื่องก็เป็นไปเหมือนที่เราเล่าตอนต้น
แต่เรื่องมันทำไมแหม่งๆ:
ฟังแล้วก็เหมือนวันธรรมดาของเด็กคนนึง แต่ดันกลายเป็นว่าหนึ่งในเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ฟังเรื่องที่ Tim เล่ามาสะดุดเอาตรงที่ว่า Tim นั้นไปเล่นที่บ้านของ Gary เจ้าหน้าที่ตำรวจคนนี้รู้จัก Gary เป็นอย่างดี และรู้ว่า Gary กับครอบครัวนั้นย้ายไปอยู่ที่ Florida ซักพักนึงแล้ว จึงตัดสินใจโทรไปเช็คอีกที ก็ได้รับการยืนยันว่า Gary นั้นน่ะ อยู่ที่ Florida จริงๆ
แล้วทำไม Tim ต้องโกหก?
ไม่เพียงแค่นั้น สภาพของ Tim ในวันที่เกิดเหตุ เขามีรอยข่วนเล็กๆทั่วหน้าและแขน กางเกงก็มีรอยเลือดเปื้อนอยู่ด้วย (แต่ก็ไม่แปลกเพราะเขาเป็นคนพบศพ Tara และยังอุ้ม Tara ขึ้นมาอีกด้วย) ประเด็นเลยคือเจ้าหน้าที่ตำรวจในตอนนี้เริ่มสงสัยและหันเหประเด็นการสืบสวนไปที่ Tim ผู้ที่ยังนั่งยันนอนยันว่า เขาไปเล่นกับ Gary มาจริงๆ
🚓 ตำรวจไปค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ณ แถวบ้าน Tara และใกล้ๆกับสถานที่พบศพ (ห่างจากบ้าน Tara ไปแค่เพียง 2 ช่วงถนน) และพบว่า มีกลุ่มเด็กวัยรุ่นกลุ่มอื่น และผู้ใหญ่บางคนที่เห็น Tim เข็นรถเข็นที่มีถังวางอยู่ ไปยังแถวๆบ่อที่พบศพ Tara
🚓 มีผู้หญิงคนนึงที่อาศัยอยู่แถวบ้าน Tara ให้การว่า มีเด็กผู้ชายคนนึง (หน้าตาคล้าย Tim) มาเคาะกระจกขอยืม “wagon” (ลักษณะคล้ายพวกรถลากที่เอาไว้ใส่ของลาก) เพื่อที่จะขนถังไปที่ลานทิ้งขยะ เธอก็ให้ยืมไม่ได้คิดอะไรมาก และเด็กคนดังกล่าวก็เอา wagon นั่นมาคืน
🚓 มีพยานอีกหลายคนที่เห็น Tim ในวันที่เกิดเหตุ กับ “ถัง” ที่เขากึ่งลากกึ่งเข็น หรือไถมุ่งหน้าไปยังจุดที่พบศพ Tara หนึ่งในพยานพบ Tim ใกล้ๆกับบ้านของ Tara กับครอบครัว Smith พร้อมกับถือกิ่งไม้กิ่งหนึ่งไปมา (แสดงว่ากิ่งไม้ดังกล่าวน่าจะใหญ่พอสมควร)
🚓 เจ้าหน้าที่พบกับชิ้นส่วนแผ่นโฟม และปลายของกิ่งไม้ที่น่าจะเป็นกิ่งไม้ดังกล่าวที่พยานเห็น Tim ถืออยู่ และกิ่งไม้ดังกล่าวมีส่วนปลายที่หัก และสามารถนำไปต่อเข้ากับอีกปลายของกิ่งไม้ที่พบในร่างของ Tara จนเชื่อได้ว่าเป็นกิ่งไม้กิ่งเดียวกัน (กิ่งที่หักทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ ยังสามารถนำไปพิสูจน์ได้ว่า เคยเอาไปสอดใส่ในร่างกายของ Tara มาก่อนอีกด้วย)
🚓 “ถัง” ที่พูดถึงกันมาข้างต้นนั้น ตำรวจก็ไปเจอในบริเวณที่พบศพของ Tara เหมือนกัน บนฝาถังนั้นมีรอยส่วนนึงของฝ่ามือ Tim อยู่ + ถังดังกล่าวมีรอยเลือดที่ตรงกับกรุ๊ปเลือดของ Tara ที่สำคัญ ถังนี้มีความสำคัญมาก มันไม่ได้เป็นถังทั่วไป แต่เป็นถังที่บริษัทที่มีชื่อว่า Mortell และย่าของ Tim ที่เคยเป็นพนักงานของบริษัทดังกล่าวมาก่อนก็ยืนยันว่า เธอเคยได้รับถังสองใบมาจากบริษัทที่มีลักษณะคล้ายๆกับถังที่ตำรวจเจอที่สถานที่พบศพ Tara จริงๆ (แต่ไม่มีรายงานบอกว่าสรุปแล้วในตอนนั้นที่บ้าน Tim มีถังเหลืออยู่หรือไม่)
เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า Tim น่าจะเดินออกมาเจอกับ Tara ที่กำลังเดินไปบ้านของครอบครัว Smith (ที่อยู่ใกล้บ้าน Tim) ก่อนที่จะล่อลวง หรือลักพาตัว Tara ไปฆ่าแล้วเอาไปทิ้ง ด้วยพยานหลักฐานดังกล่าว จึงตัดสินใจฟ้อง Tim เป็นผู้ต้องหาในคดีลักพาตัวและฆาตกรรม Tara ในทันที
เมื่อมาถึงชั้นศาล Tim เป็นเยาวชนคนแรกของรัฐในตอนนั้นที่ถูกเสนอให้ได้รับการพิจารณาคดีแบบผู้ใหญ่ ทนายของฝ่าย Tim สู้ว่า Tim นั้นไม่มีความผิด และรัฐเพียงแค่นำเสนอ “circumstancial evidence” หรือพยานแวดล้อมเท่านั้น ไม่มีอะไรที่สามารถพิสูจน์ได้อย่างแท้จริงเลยว่า Tim ทำผิดจริง และ Tim ก็ยังยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองอีกด้วย
คณะลูกขุนลงความเห็นว่า Tim นั้นมีความผิดจริง พอมาในช่วงของการพิจารณาโทษ (ที่อเมริกา เวลาพิจารณาคดีมันจะแบ่งเป็นสองตอนนะคะ ผิดจริง/ไม่ผิด หากผิดแล้วจะมีการพิจารณาเรื่องโทษอีกทีค่ะ) ฝ่ายรัฐเสนอว่า เฮ้ยยยยย! คดีนี้มันมีความรุนแรงมากนะ คิดดู ทั้งลักพาตัว ทั้งฆ่า และเอากิ่งไม้ยัดเข้าไปในศพเด็กอายุ 5 ขวบแบบนั้น ถึงแม้ว่าผู้ต้องหาจะอายุ 13 ปี เป็นเยาวชน เราจะลงโทษประหารไม่ได้ก็เหอะ แต่อย่างน้อยเขาควรได้รับโทษแบบจำคุก 60 ปีขึ้นไปประมาณนั้น
หากแต่ผู้พิพากษาในคดีนี้ไม่เห็นด้วย เขาคิดว่า กิ่งไม้นั้นถูกยัดเข้าไปในร่างของ Tara หลังจากที่เธอเสียชีวิตแล้ว เพราะฉะนั้นมันไม่ได้มีความ “grusome” อะไรขนาดนั้น ไปติดคุกซะ แต่แค่ 25 ปี พอ!!!! (🙄🙄🙄) โดยหลังจากคำพิพากษาดังกล่าว Tim ต้องได้รับโทษช่วงแรกในสถานที่กักขังเยาวชนก่อนที่จะอายุ 21 ปี เมื่อมีอายุ 21 แล้ว ถือเป็นผู้ใหญ่ ถึงจะถูกส่งไปรับโทษในเรือนจำปรกติ