17 มิ.ย. 2021 เวลา 04:25 • ประวัติศาสตร์
รู้หรือไม่? 'โรงรับจำนำ' เป็นมรดกมาจากสมัย 'จอมพล ป.'
จากข่าวที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เสนอแนวทางแก้ไขหนี้สินประชาชนในที่ประชุม ครม. หลังพบประชาชนมีหนี้สินจำนวนมาก ในกลุ่มต่างๆ โดยตั้งเป้า 6 เดือนต้องลดภาระดอกเบี้ยของประชาชน และมีสิ่งหนึ่งที่เป็นข้อเสนอคือ การเพิ่มจำนวนโรงรับจำนำและโรงรับจำนองเพื่อดูแลผู้รายได้น้อย แต่มีที่ดินจำนวนจำกัดอยู่เพื่อจะเข้าถึงได้
โรงรับจำนำของรัฐ มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม จัดตั้งขึ้นครั้งแรกวันที่ 29 เม.ย. 2498 โดยช่วงเวลานั้นจอมพล ป. ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
โดยจดหมายที่ จอมพล ป. เขียนถึงอธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2498 ว่า "ผมหยากสนับสนุนผู้ยากจน โดยคิดให้กู้เงินไปทำมาหากิน เช่น พวกหาบเร่ เปนต้น ให้เขาไปตั้งหลักถานกันจะจัดเปนธนาคารก็ไม่ได้ จึงต้องจัดเแบบธนาคารอนุโลมอาจเรียกว่า ธนาสงเคราะห์หรือสถานธนาสงเคราะห์ก็ได้ให้ประชาชนกู้เงินไปโดยมีคนรับประกันหรือมีของเปนประกันเริ่มต้นโดยเอาทุน 3 ล้านบาท ที่ ค.ร.ม.ลงมติให้ช่วยแทนธนาคารกรรมกรไปแล้วก็ได้ และพยายามเปิดเรื่อยๆ ไป ส่วนโรงรับจำนำก็ให้คิดเปลี่ยนเปนสถานธนาสงเคราะห์ก็ได้จะได้ไม่เหมือนคนอื่นๆ รวมความว่าต้องการให้มีสถานสงเคราะห์ทางเงินทุนขึ้นทั่วๆ ไป อาจให้ต่างจังหวัดรับเปนพนักงานก็ได้ถ้าพิจารณาเห็นชอบด้วยก็โปรดคิดวางโครงการณ์เสนอต่อไป หรือมีความเห็นอย่างอื่นก็โปรดเสนอจะเปนพระคุณยิ่ง ทุนที่จะประสงค์จะให้เปนทุนส่งเสริมการจัดสรรจัตุปัจจัยเปนสำคัญ
สำหรับโรงรับจำนำนั้น ควรมีแผนกสงเคราะห์ฝากงานขึ้นจะได้ไหม : สำหรับแผนกนี้คิดดอกเบี้ยให้ถูกๆ ทางรัฐบาลให้ SUBSIDY ดอกเบี้ยให้สำหรับผู้ต้องการไปลงทุนมีคนรับรอง ขอบคุณล่วงหน้ามาด้วย (ลงชื่อ) ป.พิบูลสงคราม"
ในปัจจุบัน มีสถานธนานุเคราะห์ทั้งหมด 39 แห่ง ตั้งอยู่ในเขตต่างๆ ของ กทม. 29 แห่ง, ปริมณฑล 4 แห่ง คือจังหวัดนนทบุรี, ปทุมธานี, และสมุทรปราการ และส่วนภูมิภาค 6 แห่ง คือ จังหวัดระยอง, ลำพูน, อุดรธานี, สุราษฎร์ธานี และพิษณุโลก

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา