ดูแบบนี้อาจจะไม่เข้าใจ เรามาดูที่ตัวอย่างกันดีกว่าค่ะ
ตัวอย่าง
บริษัทผลิตช็อคโกแลตยี่ห้อหนึ่งผลิตช็อคโกแลต 2 สูตร ได้แก่ สูตร A และสูตร B โดยทั้ง 2 สูตรใช้ปริมาณนม กับโกโก้ต่างๆ กัน ทั้งนี้ราคาขายของทั้ง 2 สูตรก็ไม่เท่ากัน ดังนี้
สูตร A 1 ชิ้น ใช้ นม 1 ยูนิต + โกโก้ 3 ยูนิต ขายได้กำไร 6 บาทต่อ 1 ชิ้น
สูตร B 1 ชิ้น ใช้ นม 1 ยูนิต + โกโก้ 2 ยูนิต ขายได้กำไร 5 บาทต่อ 1 ชิ้น
ปัจจุบันบริษัทมีนมเหลืออยู่เพียง 5 ยูนิต และโกโก้ 12 ยูนิต บริษัทควรจะผลิตช็อคโกแลตแต่ละสูตรจำนวนเท่าไหร่เพื่อให้ได้กำไรสูงที่สุด
วิธีทำ
1. ระบุตัวแปรที่ต้องตัดสินใจ ในที่นี้ คือ
จำนวนที่ผลิต A = x
จำนวนที่ผลิต B = y
**หมายเหตุ ตัวแปรนี้ เป็นตัวแปรที่มีผลต่อเป้าหมายของเรา โดยเราจะให้ตัวสมการเป็นตัวบอกว่า เท่าไหร่จึงจะเหมาะสม
2. ระบุเป้าหมายที่ต้องการ คือ ต้องการกำไรสูงที่สุด เมื่อขาย A 1 ชิ้น ได้กำไร 6 บาท ขาย B 1 ชิ้น ได้กำไร 5 บาท เขียนเป็นสมการ คือ
6x + 5 y
3. ระบุข้อจำกัดต่างๆ ออกมาให้รูปแบบของ Constraints
สูตร A 1 ชิ้น ใช้ นม 1 ยูนิต + สูตร B 1 ชิ้น ใช้ นม 1 ยูนิต แต่มีนมทั้งหมดเหลืออยู่ 5 ยูนิต
1x+1y ≤ 5
สูตร A 1 ชิ้น ใช้ โกโก้ 3 ยูนิต + สูตร B 1 ชิ้น ใช้ โกโก้ 2 ยูนิต แต่มีโกโก้ทั้งหมดเหลืออยู่ 12 ยูนิต
3x+2y ≤ 12
จำนวนที่ผลิตต้องเป็นจำนวนเต็ม
x ≥ 0, จำนวนเต็ม
y ≥ 0, จำนวนเต็ม
**หมายเหตุ ตัวเลขที่กำหนดชัดเจนในที่นี้ เช่น นม 1 ยูนิต หรือ โกโก้ 3 ยูนิต เรียกว่า Parameter หรือตัวแปรคงที่
หากเรานำข้อจำกัดมาเขียนกราฟ จะได้กราฟดังรูปนี้