Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Play Now Thailand
•
ติดตาม
17 มิ.ย. 2021 เวลา 13:45 • กีฬา
#ยูโรรำลึก
โดย มิสมาต้า
มาร์โก ฟาน บาสเทน เข้ามาเล่นในฟุตบอลยูโร 1988 ในฐานะนักเตะของ เอซี มิลาน ชุดสามทหารเสือดัตช์ที่ยังไม่ครบทีม ซึ่งเป็นการย้ายมาที่มิลานในฐานะนักเตะกองหน้าตัวท็อปของวงการฟุตบอลเป็นฤดูกาลแรก
ที่ อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม เขาไม่เหลืออะไรให้ต้องพิสูจน์อีกต่อไป เพราะเหรียญแชมป์ลีกดัตซ์ 3 สมัย, ดาวยิงสูงสุด 4 สมัยติดต่อกัน และสถิติ 128 ประตู ใน 133 เกม เป็นการออกใบเซอร์ให้ได้เป็นอย่างดีว่านี่คือดาวยิงเกรดบีบวกที่รอวันยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน
แต่ปีแรกที่กัลโช่ เซเรียอา ลีกที่ดีที่สุดในโลกแห่งยุค ในวัย 24 ปี เขามีอาการบาดเจ็บ ซึ่งตอนนั้นยังไม่ใครคิดว่านี่คือสัญญาณเตือนแรกที่ทำให้เขาไม่ได้ถูกจดจำในฐานะสุดยอดนักเตะแบบ โยฮัน ครัฟฟ์
ฮอลแลนด์ที่พลาดรายการเมเจอร์ไปนาน 10 ปี หลังจากเป็นรองแชมป์ฟุตบอลโลก 2 สมัยติดต่อกัน ได้กลับมาร่วมรายการระดับชาติเป็นครั้งแรกบนแผ่นดินศัตรูเบอร์หนึ่งอย่างเยอรมัน
พวกเขาเริ่มต้นด้วยการแพ้สหภาพโซเวียตในเกมแรก แต่การยิงทีมชาติอังกฤษ 3-1 ในเกมที่สองด้วยโททัลฟุตบอลที่คุ้นเคยคือการปลุกให้โลกได้รู้จักดาวยิงหน้าใหม่ในยุคที่การสื่อสารยังไม่กว้างไกล
ซึ่งเป็นเพชรฆาตพรายกระซิบอย่างเขาที่สอนบอลกองหลังของอังกฤษ แล้วจัดการยิงคนเดียวสามประตูพาทีมกลับมามีลุ้นเข้ารอบ และ ส่งอังกฤษตกรอบไปอย่างเจ็บปวด
ซึ่ง ไบรอัน ร็อบสัน กัปตันทีมอังกฤษที่นอนอยู่กับพื้น กับ เกล็น ฮอดเดิล กองกลางจอมทัพที่ยืนหมดอาลัย คือคำตอบของความเจ็บปวดนั้นได้ชัดเจนแทนคำพูด
1
หลังจากนั้นก็ไม่มีใครหยุดอัศวินสีส้มได้อีกเลย ในเกมรอบรองชนะเลิศพวกเขาสู้กับทีมชาติเยอรมันตะวันตกได้อย่างสนุก ทั้งการชิงเหลี่ยมฟุตบอล และ การปะทะกันแบบหนักๆ จนรื้อฟื้นความหลังครั้งยังเป็นอริเบอร์หนึ่งให้กลับมาอีกครั้ง
แล้วยังเป็นการเริ่มต้นสร้างรอยบาดหมางระหว่าง รูดี โฟลเลอร์ กับเกมรับของฮอลแลนด์ โดยเฉพาะ แฟรงค์ ไรจ์การ์ด นักเตะที่มีปัญหาเรื่องสังกัดทีมในฤดูกาลนั้น จนไปสร้างวีรกรรมที่ไม่น่าจำในบอลโลก 1990
เจอร์เกน โคห์เลอร์ คือปราการหลังระดับโลก แล้วยังมี อันเดรียส เบรห์เม อีกหนึ่งคน พวกเขาช่วยประกบจนเกมรุกของฮอลแลนด์เงียบกริบตั้งแต่เริ่มเกมส์ ในขณะเดียวกัน เกมรับของฮอลแลนด์ก็หยุด รูดี้ โฟลเลอร์ กับ เจอร์เกน คลินส์มันน์ ได้เช่นกัน
แม้ แฟรงค์ ไรจ์การ์ด จะเสียเหลี่ยมให้ฉลามขาวจนเสียจุดโทษ และถูกยิงขึ้นนำไปก่อนจากซูเปอร์แมนมัทเธอุส ก็ยิ่งเร่งให้ฮอลแลนด์ทำเกมรุกมากขึ้น จนมาได้ลูกจุดโทษจากการชิงชนะเหลี่ยมของ ฟาน บาสเทน ที่มีเหนือ โคห์เลอร์ แล้วก็เป็น โรนัลด์ คูมันน์ ช่วยยิงตีเสมอได้
จนกระทั่ง โคห์เลอร์ พลาดเสียเหลี่ยมให้ ฟาน บาสเทน อีกครั้งถูกเพชรฆาตพรายกระซิบสไลด์ตัวยิงประตูชัยเข้าไป ฮอลแลนด์ล้างแค้นจากเกมนัดชิงฟุตบอลโลก 1974 ได้ถึงบ้านเยอรมัน
แล้วในเกมนัดชิงกับโซเวียตก็ไม่มีอะไรให้ได้จดจำได้เท่ากับลูกยิงใบไม้ร่วงของ ฟาน บาสเทน อีกแล้ว
ไรนาต ดาสซาเยฟ ผู้รักษาประตูมือต้นๆ ของโลกทำได้แค่กระโดดพร้อมเหลียวคอมองลูกฟุตบอลที่ตุงตาข่ายอย่างสวยงาม
ฮอลแลนด์เป็นแชมป์ยูโร 1988 มาร์โก ฟาน บาสเทน ได้รางวัลดาวยิงสูงสุดที่ 5 ประตู แต่พลาดรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมเพราะในยุคนั้นยังไม่มีการแจกรางวัลนี้
มาร์โก ฟาน บาสเทน , รุด กุลลิท และ แฟรงค์ ไรจ์การ์ด คือสามทหารเสือทั้งที่มิลาน และทีมชาติฮอลแลนด์ พวกเขาปิดปี 1988 อย่างยิ่งใหญ่ ทั้งแชมป์กัลโช่ , แชมป์โคปา อิตาเลียนา และแชมป์ยูโร
(ไรจ์การ์ด ย้ายมาฤดูกาล 1988/1989)
1
จนเดินสายไปกวาดรางวัลบัลลงดอร์ร่วมกันทั้งสามคนในปีนั้น ซึ่งเป็นเพียงครั้งเดียวที่จะมีนักเตะจากชาติเดียวกัน และจากสโมสรเดียวกันสามารถทำได้
ฟาน บาสเทน กลายเป็นราชาบัลลงดอร์สามสมัยคนที่สามของโลก มิลานคือยอดทีมระดับสโมสรของโลก
แต่ฮอลแลนด์ในกลายเป็นทีมที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป พวกเขาตกแค่รอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 1990 แบบไม่ขนะใครเลย และต่อด้วยการได้อันดับสามในยูโร 1992 อันเป็นการสิ้นสุดยุคทองของสามทหารเสือ
มารโก ฟาน บาสเทน อาจจะประสบความสำเร็จอย่างมากมายจนกลายเป็นตำนานของเมืองมิลาน และเป็นบัลลงดอร์ 3 สมัย
แต่ในเกมระดับทีมชาติของเขาไม่เคยอยู่ในระดับที่สุดยอดอีกเลย เขาไม่เคยยิงประตูในรายการเมเจอร์อีก 2 รายการต่อมาที่ลงแข่ง
ซึ่งผลงานความล้มเหลวที่อิตาเลีย90 คือสิ่งยืนยันว่าทั้งเขากับเพื่อนสองทหารเสือ และ ฮอลแลนด์ แบกทีมชาติที่อุดมไปด้วยปัญหาทางเชื้อชาติไม่ไหว
กุลลิท กับ ไรจ์การ์ด เข้าสู่ช่วงขาลงตามวัย ส่วน ฟาน บาสเทน ถูกอาการบาดเจ็บพรากให้เขาต้องเลิกเล่นฟุตบอลไปตั้งแต่อายุยังไม่ครบสามสิบปี
เป็นเรื่องที่น่าเสียดายแทนแฟนบอลทุกคน ที่นักเตะระดับโลกอย่างเขาต้องพลาดการมีชื่ออยู่ในระดับเดียวกับนักเตะเทวดา ที่แม้จะได้บัลลงดอร์เท่ากัน แต่ความสุดยอดอย่างต่อเนื่องยาวนานของ ฟาน บาสเทน ยังไปไม่ถึงจุดนั้น
แถมยังมีคำถามถึงความเหมาะสมในรางวัลบัลลงดอร์ครั้งสุดท้าย ที่แม้จะรักษาการยิงได้มากที่สุดตั้งแต่ย้ายมาเล่นที่กัลโช่ แต่ฟอร์มโดยรวมไม่เหมือนเดิม และล้มเหลวในเกมระดับชาติ
แต่ก็อย่างที่นักเตะเจ้าของรางวัลนี้ในอีกหลายๆ ครั้งเคยถูกครหาว่าไม่เหมาะสม ฟาน บาสเท่น จึงยังเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดในยุคของเขาอยู่ดี
#PlayNowThailand #khelnow #football #footballgames #footballhighlights #footballplayers #manchesterunited #manchester #แมนยู #บียาร์เรอัล
6 บันทึก
16
1
6
16
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย