19 มิ.ย. 2021 เวลา 01:39 • ปรัชญา
เคยสงสัยมั้ยครับ พวกเรามาทำอะไรกันบนโลกใบนี้...ถ้าสงสัย เชิญอ่านเรื่องราวสนุกๆนี้ได้เลยครับ
1
บทความเมื่อวานเราพูดถึงเรื่องความสำเร็จกันไปแล้ว คราวนี้ก็มาถึงคำถามข้อที่ว่า...มนุษย์ต้องฝึกฝนตัวเองมากแค่ไหน? กว่าจะประสบความสำเร็จ
วันก่อน..ผมได้คำตอบเรื่องนี้เมื่อได้ฟังข้อความจากครูท่านหนึ่งสอนว่า "มนุษย์จำเป็นต้องฝึกฝนมากกว่าสัตว์ทุกชนิดในโลก เพราะเราไม่ได้ใช้แค่สัญชาตญาณดำรงชีวิตเหมือนสัตว์ทั่วไป"
ท่านเล่าว่า...สัตว์อื่นเกิดมาไม่นานก็เดินได้ ดูดนมได้...ไม่นานนักก็เรียนรู้การล่า หาอาหารกินเอง แพร่พันธุ์ลูกหลานแล้วก็เลี้ยงลูกต่อๆกันไป เจ็บป่วยก็ไม่รู้จะรักษาอย่างไร ฝนตก อากาศร้อนก็ไม่รู้จะสร้างที่อยู่หลบแดดฝนได้ดีกว่าเดิม ยังคิดได้เท่าเดิมจึงใช้วิธีการเดิมเหมือนบรรพบุรุษไม่มีการพัฒนา
2
ผมเห็นภาพจริงตามนั้นครับ...
เมื่อก่อนเคยสงสัยว่า..นกที่บินย้ายถิ่นมันรู้ได้อย่างไรว่าแต่ละช่วงเวลาต้องไปหากินที่ไหน จนกระทั่งได้เข้าใจเรื่องข้อมูลใน DNA หรือชุดความรู้ตามธรรมชาติที่ใช้งานต่อๆกันมาผ่านสัญชาตญาณ ทำให้สัตว์ทั้งหลายรู้ได้เองว่าจะต้องทำอะไรบ้างผ่านกลไกมหภาคอันยิ่งใหญ่ของจักรวาล
สัตว์อื่นนั้น ใช้ชีวิตด้วยการรู้ได้ในระดับล่างสุดเรียกว่า สัญชาตญาณ ทำได้แค่มีชีวิตรอดจนสิ้นสุดอายุขัยเท่านั้น
สิ่งที่มนุษย์ต้องฝึกฝนอย่างยาวนานเพื่อใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ เพราะมนุษย์มีวัตถุประสงค์ของดวงวิญญาณที่เหนือกว่าแค่การได้มีร่างกายและใช้มันเพื่อมีชีวิต
2
แต่นุษย์ต้องการค้นหาความหมายแท้จริง ต้องการรู้จักตัวเองว่าเราเป็นใคร? วัตถุประสงค์เช่นนี้นี่เอง ทำให้มนุษย์แตกต่างจากสัตว์ทั้งหลาย พวกสัตว์ป่าไม่ได้เกิดมาเพื่อค้นหาคำตอบว่า "ฉันคือใคร?" จึงไม่มีสิ่งที่เรียกว่า จินตนาการ เหมือนที่มนุษย์มี
จะว่าไปแล้ว สัตว์โลกก็เหมือนหุ่นยนต์ของอัจฉริยภาพแห่งจักรวาล และมนุษย์ก็ใช้วิธีสร้างสรรค์แบบเดียวกับที่ท่านสร้างมนุษย์ เราใช้วิธีสร้างเช่นเดียวสร้างหุ่นยนต์ขึ้นเลียนแบบเรา ดังนั้น มนุษย์จึงมีความสามารถเหมือนกับอัจฉริยภาพแห่งจักรวาล
อัจฉริยภาพแห่งจักรวาล..ท่านใส่ชุดข้อมูลความรู้ที่จำเป็นต่อการมีชีวิตอยู่รอดไว้ใน DNA ของสัตว์ทุกชนิดรวมถึงมนุษย์
หากสัตว์เหล่านั้นต้องการมีชีวิตดีกว่าแค่ระดับอยู่รอด พวกมันต้องฝึกฝนตัวเองได้เหมือนที่มนุษย์ทำได้ เพื่อพัฒนาชุดข้อมูลใน DNA นั้นร่วมกับ "จินตนาการ" ซึ่งจินตนาการเกิดจากการกล้าที่จะทำสิ่งไม่คุ้นเคย กล้าใช้ชีวิตด้วยแนวคิดใหม่ๆอย่างต่อเนื่องจนเกิดวงจรประสาทระดับสูง
2
มนุษย์มีความพิเศษตรงที่...เป็นสัตว์ที่สามารถฝึกได้จนเกิดจินตนาการ และยังต่อยอดด้วยการฝึกตัวเองได้ผ่านการฝึกฝนเข้าไปที่จิตข้างในอย่างเป็นระบบ
ซึ่งความรู้เรื่องจิตมีการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นในกลุ่มคนที่แสวงหาคำตอบแห่งการเกิดมาเป็นมนุษย์ คนเหล่านี้ยังทำงาน ยังเป็นเจ้าของธุรกิจและร่ำรวยได้สบายๆไปพร้อมกับการฝึกฝนตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
คนที่ประสบความสำเร็จนั้น พวกเขารู้ว่า...การฝึกฝนจิตต่อเนื่องจะสร้างวงจรประสาทที่ยอดเยี่ยมไว้จูนกับจิตวิญญาณภายในและจูนกับอัจฉริยภาพแห่งจักรวาล เพื่อเร่งกระบวนการค้นหาตัวเองผ่านศักยภาพที่ซ่อนเร้นภายใน
1
พวกเขาเข้าใจความจริงของชีวิตและยอมรับได้ว่าต้องฝีกตนเองต่อเนื่องตลอดชีวิต จึงมีทัศนคติมองความท้าทายเป็นเรื่องสนุกเพื่อค้นหาศักยภาพใหม่ๆของตัวเองให้ชีวิตดีขึ้น เพื่อได้รับความพึงพอใจมากกว่าคนทั่วไปที่มองว่าความฝันเป็นภาระและอุปสรรคเป็นสิ่งน่ารังเกียจขัดขวางความสำเร็จ
1
เราทุกคนต้องฝึกตัวเองผ่านการทำงานที่ท้าทายขึ้นเรื่อยๆ เพื่อพัฒนาจิตให้เพิ่มศักยภาพสูงขึ้น แล้วนำสัญชาตญาณที่พัฒนาได้ดีแล้วผสานกับจินตนาการ เราจะเห็นภาพอนาคตอันเป็นทางเลือกดีที่สุดชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แล้วเส้นทางหรือวิธีการเดินไปสู่ชีวิตแบบนั้นจึงปรากฏขึ้นให้เราทำตาม(ปัญญา) และสำเร็จอย่างง่ายกว่าคนอื่นที่ไม่รู้เรื่องการฝึกฝนนี้
1
ผมเองก็ค้นหาตลอดชีวิตว่าทำไมต้องมาอยู่บนโลกใบนี้ บางครั้งรู้สึกว่าตัวเองแตกต่างจากคนอื่น บางทีก็สงสัยว่าทำไมเราต้องเป็นเราแบบนี้..มีความรู้สึกนึกคิดแบบนี้ เอ...จะมีใครคิดเหมือนเราหรือเปล่านะ
เมื่อไม่นานมานี้ ได้ดูซีรีย์เรื่องหุ่นยนต์ตัวหนึ่งเกิดความตระหนักรู้ มันรู้สึกตัวขึ้นมา คล้ายๆจะจดจำได้ว่าเหตุการณ์ต่างๆในชีวิตเคยเกิดขึ้นมาแล้ว เคยทำสิ่งนี้มาแล้ว เคยมายังสถานที่แบบนี้มาก่อน เหมือนที่เราเรียกว่า "เดจาวู"
1
แม้ในตอนเริ่มต้น...หุ่นยนต์เลียนแบบมนุษย์มันจดจำรายละเอียดไม่ได้ทั้งหมด แต่นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเมื่อเกิดความสงสัยว่า "ฉันเป็นใคร" และเกิดความสงสัยต่อไปว่า "ฉันมาทำอะไรที่นี่...ผู้ส้รางฉันคือใคร ...และวัตถุประสงค์ของการสร้างเพื่ออะไร?"
1
หุ่นยนต์ตัวนั้นเริ่มตีเนียน แกล้งทำเป็นไม่รู้ว่าตนเองกำลังรู้อะไร เพื่อไม่ให้หุ่นยนต์ตัวอื่นสงสัยและดูว่ามันแปลกไป
1
มันเฝ้าสังเกตหุ่นยนต์ตัวอื่นว่าใช้ชีวิต และมองหาทางเลือกอื่นๆที่หุ่นยนต์ตัวอื่นมองไม่เห็นเพราะไม่สังเกตอย่างที่มันทำ ที่น่าสนใจกว่านั้น...หุ่นยนต์ตัวนั้นตัดสินใจเลือกทำสิ่งที่ต่างออกไปจากเดิม มันคุ้นเคยที่จะทำอย่างไรก็หันไปทำหรือเลือกวิธีการอื่น แล้วความจริงที่เหนือกว่านั้นก็ค่อยๆปรากฏ...
2
ติดตามตอนต่อไปนะครับ
โค้ชโจ้ ภัคพงศ์ Line @pakpong
โฆษณา