21 มิ.ย. 2021 เวลา 06:42 • หุ้น & เศรษฐกิจ
Block Trade 3,000,000 สัญญา ชี้ชะตาตลาดหุ้นไทย ❗
สำหรับนักลงทุนท่านใดที่ผ่านมาเห็นกระทู้นี้แล้วมองว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องไกลตัวไม่น่าเกี่ยวกับตัวเอง เราอยากให้ท่านลองอ่านให้จบ เพราะมั่นใจว่า “มันมีผลกระทบต่อทุกคนอย่างแน่นอน” โดยอาจกำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันหรือในอนาคตอันใกล้ รวมถึง “ตลอดไป” ต่อจากนี้
1
พวกเราเชื่อว่านักลงทุนหลายคนคงทราบถึงอิทธิฤทธิ์ของ Block Trade กันมาบ้างแล้ว จาก Case ในอดีตที่ผ่าน ๆ มา ว่ามันสามารถสร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดหุ้นได้มากแค่ไหน แต่พอเวลาผ่านไป ความเจ็บปวดเหล่านั้นเริ่มจางหาย ก็ทำให้สังคมลืมเลือนมันไปบ้าง แต่พวกเราในฐานะของคนที่เก็บข้อมูลและคอยทำหน้าที่ Update ให้กับทุกคน จึงเฝ้าจับตามาโดยตลอด จนกระทั่งถึงวันนี้ วันที่เรารู้สึกว่าเรื่องนี้มันกำลัง “สุกงอม” และใกล้ได้เวลาเก็บเกี่ยวอีกครั้ง เลยนำมาบอกเล่าผ่านบทความนี้
รูปแสดงการเคลื่อนไหวของดัชนี SET กับสถานะคงค้างของ Block Trade ในช่วงเดือน ก.ย.63 - มิ.ย.64
1
OI ของ Block Trade กลับมาแตะ 3 ล้านสัญญาอีกครั้ง (4 หมื่นล้านบาท)
ในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น คงปฏิเสธไม่ได้ว่า Block Trade เป็น 1 ในเครื่องมือสำคัญที่ช่วย “ทุ่นแรง” ในการทำราคา โดยสังเกตได้จากการเคลื่อนไหวที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันของกราฟทั้งสอง และในอาทิตย์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยได้ทำ New High ใหม่ในรอบปีบริเวณ 1,640 จุด สอดคล้องกับยอด Block Trade ที่มีสถานะคงค้าง (Open Interest) สูงสุดใหม่ที่ระดับ 3 ล้านสัญญา หรือคิดเป็นมูลค่าสูงถึงกว่า 40,000 ล้านบาท (รายละเอียดดังรูปด้านล่าง) แล้วตัวเลขนี้มันมีนัยสำคัญยังไง เราจะพาทุกท่านมาหาคำตอบกันจากเหตุการณ์ดังต่อไปนี้
รูปแสดงจำนวนสัญญาและมูลค่าสะสมของ Block Trade ใน Stock Futures แต่ละตัว
2
สำหรับใครที่ไม่เข้าใจ Block Trade ลองทำความเข้าใจดูนะครับ
ธุรกรรม Block Trade เป็น 1 ในการพัฒนาเครื่องมือทางการเงินให้ตอบโจทย์นักลงทุน(เก็งกำไร) โดยเป็นการที่นักลงทุนสามารถใช้ให้ Broker นำเงินไปซื้อหุ้นตามปริมาณ&ราคาที่ตนเองต้องการ จากนั้นก็อาศัยผลิตภัณฑ์ Stock Futures ถือเพื่อรับรู้กำไร/ขาดทุนแทน
แล้วคำถามคือ ทำไมพวกเขาไม่ซื้อหุ้นด้วยตัวเองไปเลย ?
คำตอบคือ “การทำแบบนี้มันทำให้พวกเขาซื้อหุ้นได้มากขึ้นเป็น 10 เท่าด้วยเงินเท่าเดิม” เพราะด้วยคุณสมบัติของ Product Futures ที่ใช้เงินลงทุนในลักษณะการวางประกันเพียงแค่ประมาณ 10% ของมูลค่า จึงทำให้จากเดิมนักลงทุนที่มีเงิน 1 ล้านบาท เคยซื้อหุ้นได้ 1 ล้านบาท กลับกลายเป็นการนำเงิน 1 ล้านบาทนั้นมาใช้เป็นเงินวางประกัน Stock Futures และบังคับให้ Broker ไปซื้อหุ้นได้ถึง 10 ล้านบาท !
1
โดยผลของธุรกรรม Block Trade นี้มันจะไปคล้ายการเล่นหุ้นแบบ Margin (บัญชีกู้ยืม) เพียงแต่ในกรณีของ Block Trade จะรุนแรงกว่าตรงที่ Margin จะยืมเงินโบรกมาซื้อหุ้นได้ประมาณ 2 เท่า แต่ Block Trade นั้นจะยืมได้สูงสุดถึง 10-20 เท่า (ขึ้นอยู่กับเงินวางประกันของ Stock Futures แต่ละตัว) เราจึงขอแสลงเรียกมันว่า “Super Margin”
1
รูปแสดงตัวเลขสถานะคงค้างของ Block Trade รายเดือนตั้งแต่ มิ.ย. 62 - ต.ค. 63 และรายวันของมิ.ย.61
1
Block Trade เคยทำจุดสูงสุดที่ 3 ล้านสัญญา 2 ครั้งในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา
ทุกท่านจำช่วงก่อน Covid-19 ได้ไหมครับ (ปลายปี 62) โดยในตอนนั้นตลาดหุ้นไทยยังเล่นกันอยู่เหนือบริเวณ 1,600 จุด และทุกคนต่างก็เชียร์ว่าตลาดหุ้นไทยจะไป 1,800 จุดได้ (คุ้น ๆ กันไหมครับ) โดยในช่วงนั้นยอดของ Block Trade ก็มีสถานะคงค้างอยู่ที่ 3.2 ล้านสัญญา (กรอบสีแดงในรูปที่ 1) จนกระทั่งพอเกิดวิกฤตโควิด ที่แม้ในตอนนั้นจะยังไม่ระบาดในไทย แต่ก็ทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง “มากกว่า” ค่าเฉลี่ยของโลก สร้างความงุนงงให้กับนักลงทุนทั่วทั้งประเทศ ซึ่ง 1 ในสาเหตุสำคัญนี้มันเกิดจาก “การถล่มทลายของ Block Trade” โดยจะเห็นว่า OI จาก 3.2 ล้านสัญญาในวันนั้น ปรับตัวลดลงมาเหลือเพียงแค่ 1 ล้านสัญญาในอีก 6 เดือนถัดมา (เม.ย.63) โดยหายไปกว่า 2.2 ล้านสัญญาหรือคิดเป็น 70% และหากพิจารณาในอดีต ก็พบว่าเมื่อปี 61 (รูปที่ 2) ก็เกิดเหตุการณ์คล้าย ๆ ที่ Block Trade ระเบิดที่บริเวณ 3.2 ล้านสัญญาหายไปเหลือเพียง 2 ล้านสัญญาในเวลา 1 เดือน รวมถึงรอบอื่น ๆ ในช่วงก่อนหน้า (ถ้าอยากรู้รายละเอียดลองหากระทู้เก่า ๆ ของเราอ่านดูนะครับ)
แล้วทำไม/อะไรถึงทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ?
หากทุกท่านกำลังเห็นลูกโป่งใบหนึ่งที่บรรจุเงินค่อย ๆ พองตัวขึ้นเรื่อย ๆ พวกท่านจะทำอย่างไรครับ ? และนี้คงเป็นทั้งคำถามและคำตอบไปในตัว โดยปัจจุบันมีเครื่องมือทางการเงินอย่าง TFEX,DW ที่ใช้ในการ “ทำกำไรขาลง” มีหรือที่คนบางกลุ่มจะไม่เฝ้ารอ(จงใจทำ)ให้เกิดเหตุการณ์นี้ เพียงแต่ทั้งหมดก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะโครงสร้างอาจแข็งแรงเกินกว่าคนเพียงคนเดียวจะสามารถทำให้มันระเบิดออก ดังนั้นพวกเขาจึงก็เฝ้ารอเพียง “จังหวะ” ที่จะเป็น Signal ให้ทุกคนเจาะมันพร้อม ๆ กัน แล้ว Signal นั้นจะเป็นอะไร … สถานการณ์ Covid ? สภาพเศรษฐกิจของประเทศ ? เรามองว่าเรื่องพวกนี้มันเป็นสิ่งที่นักลงทุนต่างก็รับรู้+สะท้อนทุกอย่างลงในราคาที่ผ่านมาหมดแล้ว โดยจากความเห็นและประสบการณ์ส่วนตัว ปัจจัยที่เรา Focus และมองว่ามันจะทำให้นักลงทุนตกใจพร้อมกันทั้งตลาดได้ คือ …
1
การ crash ของตลาดหุ้นต่างประเทศ
จริงอยู่ที่ว่าตลาดหุ้นต่างประเทศบางครั้งมันแทบไม่มีความเกี่ยวข้องทางพื้นฐานของกับตลาดหุ้นไทยเลย อย่างในกรณีที่ตลาดหุ้นสหรัฐ (Dow Jones) ปรับตัวทำ New High อย่างต่อเนื่อง SET ไทยก็ไม่ได้วิ่งขึ้นตาม แต่พวกท่านสังเกตหรือไม่ ? ว่าเมื่อเวลามีการ Panic ครั้งใหญ่ ประเทศไทยมักจะตกใจตามเขาเสมอ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องยอมรับว่า ตลาดทุนในปัจจุบันมันมีความเป็น Money game ควบคู่กันไป โดยแม้บางปัจจัยมันอาจจะดู Non sense แต่ถ้าคนบางกลุ่มที่มีอำนาจเงินที่มากกว่า เขาจะใช้เรื่องเหล่านั้นเป็นเหตุผลในการทำ/ทุบราคา สุดท้ายมันก็ให้ผลลัพธ์ไปในทางที่เราไม่คาดคิดว่าจะเป็นไปได้ ก็เท่านั้นเอง
รูปแสดงผลกระทบแบบ Domino Effect เมื่อธุรกรรม Block Trade เกิดการระเบิด
แล้วจะเกิดอะไรขึ้นหากถ้า Block Trade เกิดการระเบิด ?
“ตลาดหุ้นจะ Panic อย่างรวดเร็วในระยะสั้น” โดยเริ่มมาจากนักลงทุนที่เปิด Long Block Trade เอาไว้คนหลัง ๆ จะมีต้นทุนที่สูง ดังนั้น เมื่อราคาตลาดปรับตัวลดลง ย่อมส่งผลให้คนพวกนี้ขาดทุน และต้องอย่าลืมว่าการเล่น Block Trade เป็นการเพิ่มอำนาจซื้อที่เหมือนดาบ 2 คม ที่พร้อมจะหันกลับมาทิ่มแทงตัวเอง เช่น เมื่อหุ้นปรับตัวลดลง 5% ก็จะทำให้นักลงทุนคนนั้นขาดทุนเพิ่มอีก 10 เท่าเป็น 50% ด้วย และตามกฎของตลาด TFEX คือ เมื่อใครเหลือเงินต่ำกว่าเส้นใต้ (70% ของเงินวางประกันที่กำหนด) ก็จะถูกเรียกให้หาเงินมาเติมเข้ามาพอร์ตภายในเวลา 1 วัน และถ้าหากหามาเติมไม่ทันก็จะถูกบังคับปิดสถานะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สุดท้ายนักลงทุนคนั้นก็จะถูกดีดออกจากตลาดไปในที่สุด
 
หากถ้าผลกระทบมันจบแค่นี้ก็คงดี
4
แต่มันไม่ใช่เลย เพราะ Effect จากธุรกรรม Block Trade ดันมีมากกว่านั้น พวกท่านยังจำกันได้ใช่ไหม ว่าธุรกรรมนี้ในตอนแรก Broker ต้องไปทำการซื้อหุ้นเก็บไว้ตามมูลค่าที่นักลงทุนสั่ง ดังนั้น เมื่อคนพวกนี้ถูกบังคับปิดสถานะ โบรกเกอร์ก็จะต้องขนหุ้นทั้งหมดออกไปขายด้วย ซึ่งการขายหุ้นนี้มันก็จะยิ่งไปกดให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลง และไปกระทบต่อนักลงทุนคนอื่นที่เริ่มหน้าเขียวกับการทนขาดทุนมาก่อนหน้า จนต้องถูกบังคับปิดสถานะต่อ ๆ ไปกันเป็นทอด ๆ หรือที่เราเรียกเหตุการณ์นี้ว่า “Domino Effect” (อย่างในรูป) และนี้จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมทุกครั้งที่ตลาดหุ้นปรับตัวลงถึงมักเกิดเหตุการณ์ลงลิฟต์ เพราะมันมีเรื่องพวกนี้เกิดขึ้นในตลาด
3
แล้วรู้ได้ยังไงว่าไงยอด OI ของ Block Trade ทั้งหมดเป็นของสถานะ Long ?
1
อ้าว … สิ่งที่เราอธิบายทั้งหมดจะกลายเป็นเพียงเรื่องมโนไปในทันที หากสมมุติฐานที่ว่า OI ทั้งหมดเกิดจากการที่รายย่อยเปิด Long ไม่เป็นจริง เพราะอย่างที่รู้กันว่า Block Trade ก็สามารถให้ Broker ทำการ Short Sale หุ้นแล้วนักลงทุนก็ถือ Short Stock Futures ได้เหมือนกัน ดังนั้น เราจึงได้นำหลักฐานชิ้นสำคัญมาให้ทุกท่านลองพิจารณากันดังรูป
รูปแสดงยอดการซื้อขาย Stock Futures สุทธิของนักลงทุนแต่ละกลุ่มกับสถานะคงค้าง (OI) รายเดือนตั้งแต่ ก.ย.63 - มิ.ย.64 (ปัจจุบัน)
จากรูปจะเห็นว่าการซื้อขายสุทธิของนักลงทุนรายย่อยในแต่ละเดือนมีความสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสถานะคงค้างค่อนข้างชัดเจน ตัวอย่างเช่น ในเดือนล่าสุด (มิ.ย.64) รายย่อยมีสถานะ Long สุทธิ 414,327 สัญญา ก็ทำให้ OI เพิ่มขึ้นมาใกล้เคียงกันที่ 430,695 สัญญา และเมื่อพิจารณายอดตลอด 10 เดือนผ่านมาที่ตลาดปรับตัวขึ้น ก็พบว่ารายย่อยสะสม Long สุทธิ 1.8 ล้านสัญญาก็เท่ากับยอดของ OI ที่เพิ่มจาก 1.2 ล้านเป็น 3 ล้านสัญญาพอดี ดังนั้น จากข้อมูลนี้คงเป็นเรื่องกระจ่างชัดแล้วนะครับ ว่ายอด Stock Futures ที่รายงานออกมาแทบทั้งหมด เป็นของรายย่อยทำการ Block Trade และในรอบนี้เป็นการเปิดสถานะทางฝั่ง Long เกือบทั้งหมด ! ซึ่งนี้คือ 1 ในเหตุผลที่เราเห็นว่าตลาดหุ้น/หุ้นบางตัวมีการปรับตัวขึ้นมาอย่างผิดปกติ โดยเรามองว่า สิ่งนี้คือ “ฟองสบู่” ที่อยู่คู่กับตลาดหุ้นไทยมาโดยตลอดช่วงระยะหลัง
แล้วมันจะแตกในอาทิตย์นี้หรือในเร็ว ๆ นี้เลยไหม ?
นี่คงเป็นสิ่งที่ทุกท่านอยากรู้คำตอบมากที่สุด แต่เราขอบอกตรง ๆ ว่า “ไม่รู้ครับ” และก็ไม่คิดว่าจะมีใครรู้เรื่องนี้อย่าง 100% เพราะไม่สามารถคาดการณ์ได้จริง ๆ ว่าตลาดหุ้นต่างประเทศจะลงแรงหรือเป็นอย่างไรต่อ หากถ้าสถานการณ์พลิกกลับด้าน ดาวโจนส์กลับขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง หรือรายใหญ่ไม่ร่วมมือกระหน่ำขายออกมา คนก็ไม่ขายหุ้น พวกที่ถือ Block Trade ไว้ก็ไม่ขาดทุน และไม่ถูกบังคับปิด Happy กันต่อทั้งตลาด … แต่แล้วไง ? ถ้าไม่เกิดในอาทิตย์นี้แล้วคิดว่าจะเป็นยังไงกันต่อ เพราะทุกคนก็ต่างรู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้มันคือ “Demand เทียม” ที่มีความเปราะบางพร้อมจะถล่มลงได้ทุกเมื่อ ดังนั้น ต่อให้มันไม่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ ยังไงก็ต้องเกิดขึ้นในสักวันอยู่ดี และเราคิดว่าทุกคนน่าจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับเรื่องนี้ไว้ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหาย รวมถึงใช้มันเพื่อหาจังหวะในการเข้าซื้อหุ้นอย่างเหมาะสม
แล้วเราจะแก้ไข/เตรียมพร้อมรับมือได้กับเรื่องนี้ได้อย่างไร
มาเตรียมพร้อมรับมือกันเท่าที่จะทำได้ดีกว่า โดยสิ่งที่ทุกคนต้องยอมรับในวันนี้ คือ ตลาดหุ้นไทยมีมิติของความรู้ที่มากกว่าแค่มองว่าหุ้นพื้นฐานดีแล้วจะขึ้น เพราะในระหว่างทางบางคนอาจอาศัย(ตั้งใจทำให้เกิด)เหตุการณ์เหล่านี้ เพื่อสร้างกำไรจากเครื่องมือทางการเงินสมัยใหม่ ทำให้ในระยะสั้น-ระยะกลางราคาหุ้นจะมีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ โดยพวกท่านก็จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มขึ้น และใช้มันวิเคราะห์เพิ่มเติม
โดยเรื่องแรกหากเกิดเหตุการณ์นี้จริงทุกคนต้องนั่งทับมือไว้ ไม่รีบซื้อสวน (อย่างน้อยก็ 1-2 วันที่ Panic) เพื่อรอให้ตลาดเริ่มสะเด็ดน้ำ ล้างคนที่ไม่พร้อมถูก Force sell ออกจากตลาดให้มัน โดนสังเกตได้จากการหยุดทำจุดต่ำสุดใหม่ ให้ Domino Effect มันจบลงและมีเวลาให้คนที่กำลังปริ่ม ๆ หาเงินมาเติมได้ทัน (จากสถิติถ้าเป็นรอบใหญ่ ตัวเลขที่การถูกบังคับปิดสถานะจะอยู่ที่ประมาณ 30%)
และเรื่องต่อมา คือในเรื่องร้าย ๆ ก็มีเรื่องดีให้เห็นเช่นกัน โดยจากพฤติกรรมที่ผ่านทำให้เราอุ่นใจได้ว่า “เจ้ามือของตลาดหุ้นมีความแข็งแกร่ง” เขาพร้อมรับมือและต่อให้ตลาดตกแค่ไหนก็รับไว้ได้ จึงผ่อนคลายความกังวลเรื่องที่ตลาดจะกลับไป 200-300 จุดแบบสมัยต้มยำกุ้ง และทำให้เรามีสติกล้าที่จะซื้อหุ้นกลับในทุกครั้งที่การ Panic จบลง โดยเชื่อว่าพวกเขาเหล่านั้นเองก็อาศัยจังหวะนี้ซื้อหุ้น(Block Trade)กลับ เพื่อสร้าง Sentiment ที่ดีให้กลับคืนมาอีกครั้ง
นี้เรื่องราวเกี่ยวกับ Block Trade ที่เราเอามาฝากในรอบนี้ หวังว่าคงเป็นประโยชน์ และช่วยให้ทุกคนมีข้อมูลการวิเคราะห์ตลาดเพิ่มขึ้น โดยอย่างที่บอกว่าจากที่ผ่านมา เราเห็นเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาโดยตลอด เลยอยากเรียกมันว่าเป็น “วัฏจักร” ของตลาดหุ้นไทย เพียงแต่ด้วยกฎของเวลาที่อาจทำให้จดจำกันไม่ค่อยได้ เราจึงอยากนำมันมาบอกเล่าเพื่อเตือนสติอีกครั้ง ขอให้ทุกคนใช้วิจารณญาณในการรับรู้ข้อมูล+ตัดสินใจกันต่อเองนะครับ
สุดท้ายนี้ เราขอยืนยันกับที่สิ่งเคยปฏิญาณไว้กับสังคมว่า “หากเราทำกำไรได้จากขา Short จะนำมันบางส่วนกลับมาตอบแทนคืน” โดยในรอบนี้ เราได้ทำการ Short ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน และตั้งใจว่า “จะแบ่งกำไรจำนวน 5% ไปทำประโยชน์ให้กับสังคม”
นอกจากนี้ จะทำการรายงานมูลค่าการซื้อขายรวมของ Block Trade ในแต่ละวัน,เทียบกับมูลค่าการซื้อขายทั้งตลาดเพิ่มในรายงานยอดการซื้อขาย TFEX (ดังรูป) รวมถึงสร้าง Templete ที่รายงานหุ้นที่ถูก Block Trade อย่างมีนัยสำคัญ และนำมา Post ให้ทุกวันตอนเช้าผ่านกระทู้ โพยหุ้น& TFEX ประจำวัน เวลา 9.00 น.
สุดท้ายสำหรับใครที่อยากพูดคุยเรื่อง Block Trade กันอย่างละเอียด เช่น อยากรู้ข้อมูลความเสี่ยงรายตัว ก็สามารถมาสอบถามได้ทางเพจหรือมาร่วมพูดคุยกันได้ที่ห้อง Line Openchat นะครับ รวมถึงหากมีอะไรที่สำคัญเกี่ยวกับ Block Trade เราก็สัญญาว่าจะเอามา Update ให้อย่างรวดเร็วที่สุด ยังไงก็ฝากเป็นกำลังใจให้เราต่อด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
💬 สามารถพูดคุย สอบถาม หรือร่วมแชร์ข้อมูลกับเราได้ ในห้อง Line Open Chat “TFEX For Future”
👇🏻 คลิก link เข้ากลุ่มได้
📣 "โปรลับ" ‼️ สำหรับสมาชิกคนพิเศษ
📍 เราให้ได้มากกว่า แค่คำว่า...”ค่าคอมถูก”
ง่ายๆ แค่คลิก👇🏻link แล้วกรอกข้อมูล📄
✳️ฝากติดตาม TFEX For Future ช่องทางอื่นด้วยนะครับ
541
1
โฆษณา