"ใส่แว่นแบบนี้ต้องเนิร์ดแน่ ๆ"
จะทำอย่างไรเมื่อหัวใจไม่ชอบตัดสิน แต่สมองเจ้ากรรมดันเผลอประเมินคนอื่นโดยอัตโนมัติ เพราะแบบนั้น เราจึงควรรู้เท่าทันกลไกความคิดของตนเอง
.
อคติทางความคิด (Cognitive Bias) กับดักที่ทำให้เรามองคนแบบผิด ๆ มีอคติกับคนรอบข้าง และคงเป็นปัญหาหากเผลอนำพฤติกรรมนี้ไปใช้เวลาทำงาน มันอาจทำให้คุณกลายเป็นคนลำเอียงโดยไม่รู้ตัว
.
เนื่องจากสมองรับรู้ข้อมูลเพียงส่วนเล็ก ๆ และเผลอประเมินโดยฉับพลันว่า "น่าจะเป็นอย่างงี้แน่" เพราะเอาไปผูกกับชุดความเชื่อเดิม หรือเลือกรับข้อมูลมาเพียงด้านเดียว จึงส่งผลให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน การรับรู้ถูกบิดเบือนไป
.
อธิบายแบบนี้อาจไม่ค่อยเห็นภาพ ลองไปดูกันดีกว่าว่า 'พฤติกรรมการรับรู้ที่บิดเบือน' มีกี่แบบ แล้วลองเช็กดูซิว่าเรากำลังทำอยู่รึเปล่า
.
1.ตัดสินคนที่เปลือกนอก (Halo Effect)
.
เป็นเหตุผลว่าทำไมสังคมถึงมักให้ความสำคัญกับความประทับใจแรกก็เพราะสมองของมนุษย์ทำงานไวมาก การที่เราเจอหน้าใครแล้วรู้สึกยังไงตั้งแต่ 4 วินาทีแรก ย่อมมีโอกาสที่จะเผลอคิดว่าเขาเป็นคนแบบนั้น เช่น หน้าตาแบบนี้ต้องฉลาดแน่เลย, แต่งตัวดีแบบนี้มีตังค์แน่ ๆ ทั้งที่สุดท้ายแล้วมันอาจไม่ใช่ความจริง
.
2.เหมารวม (Stereotyping)
.
การเห็นลักษณะบางประการของผู้อื่นแล้วเผลอตัดสินแบบอิงกลุ่ม ยกตัวอย่างเช่น คนแก่ต้องเชย วัยรุ่นขี่มอเตอร์ไซค์ต้องเป็นเด็กแว้น ใส่แว่นต้องเรียนเก่ง ผู้ชายเที่ยวกลางคืนนั้นเจ้าชู้ หากคุณมีความคิดแบบนี้ อาจถูกมองว่าโลกแคบได้นะ ควรท่องไว้เสมอว่า 'Not all' ทุกคนไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป
.
3.คิดเองเออเอง (Assumed Similarity)
.
เมื่อเห็นพฤติกรรมบางอย่างของคนอื่นแล้วนำมาผูกกับสิ่งที่ตนเองเป็น เช่น เห็นเพื่อนไม่กินผัก เราอาจเผลอคิดว่า "อุ๊ย ไม่ชอบกินผักเหมือนกันเลย" ความจริงเขาอาจจะแพ้ผักหรือมีเหตุผลอื่นซึ่งไม่ใช่อย่างที่คิดก็ได้
.
4.เลือกรับรู้ข้อมูลเพียงส่วนเดียว (Selective Perception)
.
'ทำดีร้อยครั้ง ไม่เท่าทำพลาดแค่ครั้งเดียว' น่าแปลกที่สมองมักชอบจำเรื่องราวด้านลบมากกว่าเรื่องดี คงเป็นเพราะกลไกในการป้องกันตนเองที่ทำให้เราระแวดระวังอยู่เสมอ