23 มิ.ย. 2021 เวลา 15:00 • ข่าว
#จีน_นิวซีแลนด์กับสงครามชิงลูกกีวี่
#ปมขัดแย้งหวานซ่อนเปรี้ยวเขย่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ลูกกีวี่หอมๆ หวานๆ ใครๆก็ชอบ ขึ้นชื่อว่าเป็นผลไม้นอกราคาแพง ยิ่งเป็นลูกกีวี่สีทองจากนิวซีแลนด์นี่ ขอบอกเลยว่าชั้นหนึ่ง หวาน หอม อร่อยมาก
1
แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังของผลไม้เล็กๆ หวานฉ่ำ สีเหลืองทอง มีสงครามการเมืองระหว่าง 2 ชาติซ่อนอยู่เป็นเวลานานหลายปี จนวันนี้ก็ยังหาทางออกที่ win-win ร่วมกันได้ยาก
ผลกีวี่อาจจะมีอยู่หลายสายพันธุ์ ปลูกในหลายที่ ทั้งในออสเตรเลีย สหรัฐ แคนาดา และ จีน
แต่ถ้าเป็นกีวี่สีทอง ที่เรียกว่าพันธุ์ Sun Gold นั้นเป็นพืชลิขสิทธิ์ หรือจะเรียกให้ถูกก็คือ เป็นสมบัติชาติของนิวซีแลนด์เท่านั้น ที่รัฐบาลคุ้มครองห้ามส่งกล้าพันธุ์ไปปลูกนอกประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต
1
ซึ่งศึกลูกกีวีสีทองระหว่าง 2 ประเทศนี้ ก็เดาได้ไม่ยาก เพราะ เจ้ากีวี่ Sun Gold ที่ชาวนิวซีแลนด์หวงนักหนา อยู่ดีๆก็ข้ามน้ำ ข้ามทะเลไปปลูกกันเป็นล่ำ เป็นสันที่ในเมืองจีน
1
จนตอนนี้ กีวี่ Sun Gold สีทองที่ปลูกในเมืองจีนได้ผลผลิตกว่า 30 ล้านลังเท่ากับปริมาณลูกกีวี่ที่จีนนำเข้าจากนิวซีแลนด์โดยตรงตลอดทั้งปีแล้ว
7
ขืนเป็นอย่างนี้ต่อไป อีกหน่อยจีนคงกลายเป็นผู้ส่งออกกีวี่สีทอง ตีตลาดกีวี่นิวซีแลนด์ได้เป็นแน่ ภายใต้พันธุ์ Sun Gold เดียวกันนี่แหล่ะ ไม่ต่างจากที่แอ็ปเปิ้ลพันธุ์ "ฟุจิ" ที่ญี่ปุ่นเคยโดนมาแล้ว
1
ปัญหานี้ ทางนิวซีแลนด์ก็กำลังหาทางออก เพื่อปกป้องพันธุ์กีวี่ อันเป็นสมบัติชาติของดินแดนทะเลใต้ ที่จะสามารถรอมชอมกับพญามังกรจีนให้ได้มากที่สุด
แต่จะทำได้แค่ไหน ตอนนี้ยากที่จะตอบได้
ก่อนที่จะมาดูรายละเอียดคดีลักซ่อนกีวี่สีทองของนิวซีแลนด์ เรามารู้จักเบื้องหลังของอุตสาหกรรมการ
ผลิตกีวี่นิวซีแลนด์กันหน่อยดีกว่า
2
และต้องทำความเข้าใจก่อนว่า กีวี่ไม่ใช่ผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในนิวซีแลนด์ ตั้งแต่โบราณนานมา นอกจากนกกีวี่ นิวซีแลนด์ก็ไม่เคยมีผลไม้ที่ชื่อกีวี่มาก่อน แต่เจ้ากีวี่นี้ แท้จริงแล้วมีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ที่ประเทศจีน ที่มีบันทึกเป็นหลักฐานในพงศาวดารจีนมาตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 12 ในสมัยราชวงศ์ซ่ง
4
จนกระทั่ง แมรี่ อิสซาเบล เฟรเซอร์ ผู้อำนวยการโรงเรียน Wanganui Girls’ College ได้เดินทางไปเยี่ยมชมโรงเรียนที่จีนแผ่นดินใหญ่ตอนปี 1904 และไปพบผลไม้จีนชนิดนี้เข้า ที่ไม่เคยมีในนิวซีแลนด์มาก่อน ก็เลยนำต้นพันธุ์ติดมือกลับมาด้วย
3
และต่อมาก็ขยายพันธุ์โดยนักเพาะพันธุ์มืออาชีพชาวนิวซีแลนด์ที่ชื่อว่า อเล็กซานเดอร์ แอริสัน
จนปลูกกันเต็มสวนทั่วเมืองวังกานุย ซึ่งชาวนิวซีแลนด์ก็ไม่รู้ว่าจะเรียกผลไม้ชนิดนี้ว่าอะไร จึงเรียกมันว่า "Chinese Gooseberry"
1
ต่อมากลายเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมมาก จนปลูกกันเป็นอุตสาหกรรมใหญ่โต และมีการส่งออกไปขายในสหรัฐอเมริกาในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ราวๆปี 1950s
แต่ติดที่ช่วงนั้นเป็นยุคสงครามเย็น การจะนำผลไม้ไปตีตลาดสหรัฐด้วยชื่อ "กูซเบอร์รี่จีน" คงไม่เหมาะ จึงเปลี่ยนชื่อให้มันใหม่ว่า "Melonette"
แต่คนอเมริกันก็ยังไม่เก็ท ผลไม้อะไรเป็นขนๆ เมล่อนก็ไม่ใช่ มะนาวก็ไม่เชิง การวางจำหน่ายกูซเบอร์รี่จีนจึงไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่ในตลาดอเมริกา
จนกระทั่ง แจ็ค เทอร์เนอร์ ผู้จัดจำหน่ายชาวนิวซีแลนด์ก็เสนอไอเดียว่าเปลี่ยนชื่อเรียกดีกว่า ในเมื่อทั่วโลกรู้จักนิวซีแลนด์เพราะนกกีวี่ ก็เรียกผลไม้นี้ว่ากีวี่ไปเลยแล้วกัน จะได้รู้ว่ามันมาจากนิวซีแลนด์ ซึ่งก็ได้ผล เพราะตั้งแต่เปลี่ยนชื่อเรียก ผลไม้ชนิดนี้ก็ได้รับความสนใจจากตลาดตะวันตก และเป็นที่นิยมจนทำให้ลูกกีวี่กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของนิวซีแลนด์ ไม่ต่างจากนกกีวี่
1
แต่ถ้ามันเคยเป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดมาจากจีน แล้วจีนจะปลูกเองบ้าง มันจะผิดตรงไหน?
ถ้าเป็นกีวี่เขียวๆ ที่รสชาติออกเปรี้ยวๆ ทั่วไปก็ไม่น่าจะมีปัญหา ถ้าไม่ใช่สายพันธุ์สีทอง Sun Gold ที่พัฒนาสายพันธุ์โดย Zespri ผู้ผลิตกีวี่เจ้าใหญ่ของนิวซีแลนด์
2
Zespri ได้ปลูกกีวี่ไว้หลายพันธุ์ และสามารถพัฒนาจนได้กีวี่สีเหลืองทองเป็นครั้งแรกราวปี 1990s ซึ่งจุดเด่นของกีวี่ Sun Gold ของ Zespri คือมีขนน้อยกว่าพันธุ์สีเขียวทั่วไป เปลือกบางกว่า เนื้อฉ่ำเป็นสีเหลืองแต่ให้รสชาติที่หวานกว่ากีวี่สีเขียวมาก ที่ทำให้กีวี่ Sun Gold ขายได้ในราคาสูง และจดลิขสิทธิ์สายพันธุ์เฉพาะสำหรับ Zespri นิวซีแลนด์เท่านั้น
2
แต่จุดอ่อนของสายพันธุ์นี้คือ มันไม่ทนต่อโรค และเมื่อเกิดการระบาดของโรคพืชชนิดหนึ่งที่เรียกว่า PSA ในนิวซีแลนด์ ก็สร้างความเสียหายให้กับกีวี่ Sun Gold นับหมื่นล้านเหรียญ
เลยทำให้ Zespri ต้องพัฒนากีวี่ SunGold ขึ้นมาใหม่ให้ทนทานโรค PSA ได้ และได้มาเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่เรียกว่า Gold3 ที่ทำให้อุตสาหกรรมกีวี่สีทองฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง
2
จนมาปี 2016 มีคนมาแอบกระซิบว่าพบกีวี่ Sun Gold ของนิวซีแลนด์ ไปปลูกอยู่ที่จีน จึงมีการสืบสวน พบว่า พ่อค้านำเข้า-ส่งออก จีนรายหนึ่งชื่อ นายเกา เฮ่าอวี๋ ได้แอบนำต้นพันธุ์กีวี่มูลค่ากว่า 40,000 เหรียญนิวซีแลนด์แพคใส่ตู้คอนเทนเนอร์ส่งกลับไปประเทศจีน
แต่นายเกาอ้างว่า เขาเอาพันธุ์ไปปลูกจริง แต่เป็นสายพันธุ์ใหม่ Gold3 ที่เพิ่งออกมา จึงเข้าใจว่าสามารถนำออกได้ และยังอ้างว่า เอาไปปลูกจริงแต่ล้มเหลว ซึ่งศาลนิวซีแลนด์ไม่รับฟัง เพราะต่อให้เป็นสายพันธุ์ใหม่ แต่ก็ยังเป็น Sun Gold ของบริษัท Zespri จึงสั่งปรับนายเกา เป็นเงินสูงถึง 14 ล้านเหรียญ
2
แต่ถึงจะลงโทษนายเกา ผู้ลักพันธุ์กีวี่สีทองออกไปได้ แต่ไม่สามารถสกัดการแพร่พันธุ์ของกีวี่ Gold 3 ในจีนได้ เพราะทันทีที่ต้นพันธุ์ถึงที่จีน ก็มีการแยกย้ายขยายพันธุ์ไปหลายที่เรียบร้อยโรงเรียนจีนซะแล้ว
1
และก็สร้างปัญหาปวดหัวให้กับ Zespri ไม่น้อย เพราะไม่สามารถไปไล่จี้ หรือใช้กฏหมายกดดันเกษตรกรผู้ปลูกกีวี่สีทองอย่างผิดกฏหมาย (ของนิวซีแลนด์) ในจีนได้
โดยจีนมีจุดยืนที่ชัดเจนว่า ถ้ามีเรื่องจริงๆ ยังไงก็ต้องยืนเคียงข้างเกษตรกรชาวจีนอยู่แล้ว ไม่ต้องสงสัย แต่ในทางกลับกัน รัฐบาลนิวซีแลนด์ก็ไม่มี power มากพอที่จะมางัดข้อกับจีนในเรื่องนี้
1
ในเมื่อรัฐบาลนิวซีแลนด์ไม่อยากมีเรื่อง ปัญหาจึงมาตกที่ บริษัท Zespri เจ้าของสายพันธุ์ ที่ตอนนี้เห็นแล้วว่าไม่สามารถห้ามการปลูกกีวี่ Sun Gold ของตนในจีนได้ สิ่งที่ทำได้คือ ไล่ซื้อสวนกีวี่ Sun Gold ในจีนเอามาบริหารเอง อย่างน้อยปลูกกีวี Sun Gold ที่ Made in China ภายใต้แบรนด์ Zespri ที่ถูกต้องไปเลยก็ยังดีกว่าเสียพันธุ์ให้จีนไปทั้งหมด
5
แต่ไม่รู้ว่าจะกว้านซื้อไปได้กี่ไร่ เพราะ แผ่นดินจีนนั้นกว้างใหญ่กว่านิวซีแลนด์หลายสิบเท่า
1
เมื่อรู้เช่นนี้ คราวต่อไปหากต้องการซื้อกีวี่สีทองมาลองชิม สังเกตชื่อแบรนด์ และสถานที่ปลูกให้ดีๆ ว่ามันมาจากดินแดนทะลใต้ หรือ ทะเล(จีน)ใต้ นาจ๊า
แหล่งข้อมูล
โฆษณา