‘เมื่อคุณส่องกระจก คุณเห็นใครกันแน่’ รู้จัก ‘Self-Perception’ และทำอย่างไรจึงจะเห็นตัวตนของเราได้อย่างชัดเจน
.
.
ทุกเช้าก่อนเราจะออกไปทำกิจกรรมข้างนอก เราจะอาบน้ำ ทำผม แต่งตัว และส่องกระจกครั้งสุดท้ายเพื่อดูว่ามีอะไรที่เราพลาดไป หรือมีอะไรที่เราไม่เข้าพวกหรือไม่
.
แต่มันก็อดไม่ได้เลย ที่พอเราเห็นตัวเองในกระจก เราจะมีความคิดเล็กๆ ที่คอยประเมินตัวเราเอง และในหลายๆ ครั้ง เราไม่ได้ชมตัวเองอยู่เลย
.
“ทำไมเราดูเหมือนคนอดนอน” “รู้สึกอ้วนจัง” หรือบางคนเลือกที่จะไม่มองกระจกนั้นเลยก็เป็นได้ แต่เรากำลังมองตัวเอง (Self-Perception) แย่กว่าที่เป็นจริงอยู่หรือเปล่า
.
นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน Gleb Tsipursky ได้เผยว่า เราทุกคนมีความระแวงในภาพลักษณ์ของตัวเองอยู่ และเราจะชอบประเมินตนเองแย่กว่าเวลามองผู้อื่นเสมอ
.
เหตุผลหลักๆ คือในสายตาของเรา ภาพลักษณ์ของเราสำคัญกว่าของผู้อื่น เนื่องจากสิ่งที่เรามองในกระจกเป็นของเรา มีแค่เราที่สามารถเปลี่ยนมันได้ ความสวยความงามของผู้อื่นจึงไม่มีความสำคัญกับเราเท่าตัวเราเอง
.
อีกเหตุผลหนึ่งคือเรารู้จักตัวเองมากกว่าคนอื่นรู้จักเรา พอเวลาเรามองผู้อื่น เราไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องเพ่งดูจุดดีจุดด้อยที่เขามี เราไม่จำเป็นต้องคอยจับผิดทุกริ้วรอยบนใบหน้า เพราะถึงเห็นก็ไม่รู้จะเอาความรู้นั้นไปทำอะไร
.
ตัดภาพมาเวลาเรามองตัวเอง ทุกริ้วรอยบนใบหน้า ทุกรอยยับบนเสื้อ ทุกมิลลิเมตรที่เรากรีดตาไม่เท่ากัน มันสำคัญกับเรา และเราเชื่อว่ามันกระทบสายตาของผู้อื่นที่มองเราได้ เราจึงมีเหตุผลที่จะเพ่งจุดดีจุดด้อยของตัวเราเอง
.
โดย Tsipursky ก็ได้อธิบายเพิ่ม ว่ามันไม่มีวิธีที่จะทำให้เรารู้สึกดีขึ้นกับตัวเองทันตาเห็น หรือจะมีประสิทธิภาพ 100% ได้ เพราะแม่แต่คนที่สังคมบอกว่าสวยที่สุด ก็ย่อมมีพฤติกรรมจับผิดตนเอง ไม่ต่างไปจากเราเช่นกัน
.
.
แต่อย่างแรกที่เราควรทำ คือการ ‘มองจุดดีของเราให้มากกว่าเดิม’
.
มันเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ที่จะโฟกัสจุดด้อยของตัวเองมากกว่าจุดดี จนบางครั้งเราก็ลืมมองว่าเราก็มีข้อดีไม่น้อยไปกว่าใคร และสิ่งที่เรามองเห็นได้ในกระจก ไม่สามารถบ่งบอกตัวตนเราได้อย่างแท้จริง
.
พอเราเริ่มเห็นข้อดีที่เรามี และเตือนตัวเองให้มองมากกว่าสิ่งที่เห็นในกระจกได้ เราจะเริ่มตัดสินตัวเองด้วยความอคติได้น้อยลง และเราจะสามารถเห็นมุมมองของคนอื่นที่มีต่อเราได้มากขึ้น ซึ่งเป็นมุมมองที่เห็นจุดด้อยเราน้อยลง เพราะเหมือนกับที่เราไม่มีเหตุผลที่จะเพ่งเล็งจุดด้อยของผู้อื่น ผู้อื่นก็ไม่มีเหตุผลที่จะเพ่งเล็งจุดด้อยของเราเช่นกัน
.
จุดด้อยที่เราเห็นในตัวเรานั้นมีอยู่จริง ทุกริ้วรอยนั้นมีอยู่จริง การที่เสื้อผ้าเราคับขึ้นเป็นเรื่องจริง แต่เราอย่าลืมว่าพอเราออกเดินออกไปข้างนอก คนอื่นอาจจะไม่ได้มองสิ่งเหล่านี้เลยด้วยซ้ำ และการโฟกัสเรื่องเหล่านี้อาจทำให้เราลืมว่าเราก็มีข้อดีที่อยู่เหมือนกัน
.
แล้วคุณล่ะ วันนี้คุณเห็นอะไรในกระจก? และคุณลืมไปหรือเปล่าว่าตัวเองในกระจกก็เป็นคนที่ดูดีไม่น้อยไปกว่าใครเลย?
.
.
แปลและเรียบเรียงจาก:
.
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#selfimprovement #behavior