#คู่ชิงคือ...
4 ทีมสุดท้ายก็เป็นไปตามคาดของเกจิส่วนใหญ่ ไม่มีพลิกล็อคออกมาให้เห็น มีเพียงสเปนเท่านั้นที่หนักหนาสาหัสกว่าเพื่อน แต่ก็สามารถเอาตัวรอดมาได้
ส่วนอันดับทีมเต็งนั้น อังกฤษยังคงเป็นเต็ง 1 ส่วนอิตาลีหลังจากผ่านเบลเยี่ยมมาได้ก็ถูกยกให้เป็นเต็ง 2 สเปนร่วงไปเป็นเต็ง 3 ส่วนเดนมาร์กม้ามืดของรายการมาเป็นเต็ง 4
#บ่นบ้าภาษาบอล จะพามาดูสถานการณ์ของแต่ละทีมกันดีกว่า เรียงตามลำดับทีมที่ผ่านเข้ารอบดังนี้
#สเปน
ผ่านสวิสเซอร์แลนด์มาได้แบบต้องลุ้นถึงดวลจุดโทษ หากดูตามเกมแล้วสเปนน่าจะเช็คบิลได้ใน 120 นาทีเพราะสวิสเซอร์แลนด์เล่น 10 คนมาตั้งแต่นาทีที่ 77
สุดท้ายนักเตะกระทิงดุก็กลับมาเข้าฟอร์มเดิมคือกองหน้าใช้โอกาสเปลืองมาก หลายคนอาจบอกว่าเป็นเพราะ แยน ซอมเมอร์ โชว์ซุปเปอร์เซฟไว้หลายหน แต่ผมก็ยังคิดว่าถ้าสเปนยิงดีกว่านี้ก็น่าจะเข้ารอบไปแล้ว ไม่ต้องถึงดวลจุดโทษหรอก
แรกๆ จะเห็นเลยว่านักเตะกระทิงดุเริ่มล้ากันบ้างแล้ว เกมรุกเข็นไม่ขึ้น เพราะแผงกลางกับหน้าใช้ชุดเดียวกันมาหลายนัดติด ส่วนแผงหลังยังมีโรเตชั่นบ้าง จะเห็นก็มีลาปอร์กคนเดียวที่ยืนเป็นหลักมาตลอด จะมีให้ใจชื้นอยู่บ้างก็ตรงที่ไม่มีใครเจ็บเลย จะมีก็รอเช็คความฟิตของ ปาโบล ซาราเบีย เพียงคนเดียว แต่ถ้าลงไม่ได้ก็น่าจะเห็น ดานี่ โอลโม่ ลงแทน ซึ่งเขาก็ทำหน้าที่ได้ดีในเกมที่แล้ว
เซอร์จิโอ บุสเกตส์ ยังเป็นหลักในแผงกองกลางได้ดี ถือเป็นจอมเก๋าที่คอยประคองรุ่นน้องให้อยู่กับร่องกับรอยได้ แต่นัดหน้าถือเป็นบทพิสูจน์ที่แท้จริง เพราะจะเจอการเพรสซิ่งจากพลพรรคอัซซูรี่ ถือเป็นงานหนักถึงหนักมาก หากสเปนครองเกมอย่างที่ตัวเองถนัดไม่ได้ ก็ถือว่าจบกัน แต่หากยังสามารถแกะเพรสซิ่งของอิตาลีได้ ก็ยังมีโอกาสเข้าชิง แต่ต้องภาวนาให้เกมรุกผีเข้าด้วย ไม่แน่เหมือนกันนะเพราะนัดที่แล้วผีออกมาแล้ว
นัดนี้เราจะได้เห็น อัลบาโร่ โมราต้า กองหน้าของยูเวนตุส เผชิญหน้ากับคู่เซนเตอร์จอมเก๋าจากยูเวนตุสทั้งคู่คือ จอร์โจ้ คิเอลลินี่ กับ เลโอนาร์โด โบนุชชี่ เรียกได้ว่าต้องท็อปฟอร์มจริงๆ ถึงจะผ่านคู่กำแพงเหล็กคู่นี้ได้ เห็นแล้วก็เป็นห่วงสเปนจริงๆ
นักเตะคีย์แมนสำคัญผมยังยกให้กับเซอร์จิโอ บุสเกตส์ เหมือนในรอบที่ผ่านมาครับ
#อิตาลี
พิสูจน์ตัวเองจากคำว่ายังไม่เจอทีมแข็ง โดยผ่านปีศาจแดงแห่งยุโรปมาได้แบบสุดมันส์ ถึงแม้เบลเยี่ยมจะเข็น เควิน เดอ บรอยน์ ลงสนามได้ แต่อิตาลีก็ผ่านมาได้แบบไร้ข้อกังขา
ที่น่าเสียดายเพียงอย่างเดียวของทัพอัซซูรี่คือ การบาดเจ็บของ เลโอนาร์โด้ สปินาซโซล่า แบ็คซ้ายจอมบุกที่เป็นกำลังสำคัญของทีมจนต้องถอนตัวออกจากแคมป์ทีมชาติไปแล้ว ไม่รู้ว่าในรอบรองชนะเลิศ เอเมอร์สัน แบ็คซ้ายจากเชลซีที่ฤดูกาลที่แล้วนั่งดูเพื่อนเล่นจนตูดด้านอยู่ที่เชลซีจะเล่นได้ขนาดไหน ก็ทั้งฤดูกาลลงเป็นตัวสำรองอยู่ 2 นัด รวมเวลาแค่ 89 นาทีเท่านั้นเอง
ส่วนนักเตะคนอื่นๆ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เฟเดริโก้ คิเอซ่า น่าจะยึดตัวจริงมาจาก โดเมนิโก เบราดี้ ได้อย่างถาวรแล้ว จะห่วงก็เพียงความล้าของนักเตะที่ลงตัวจริงมาตลอด แต่นี่ก็มาถึงรอบรองชนะเลิศแล้ว จะมาโรเตชั่นตอนนี้ก็ใช่ที่นะ มันชินี่ !!!
จุดเด่นของอิตาลีชุดนี้น่าจะอยู่ที่สปีดบอลที่รวดเร็ว อีกทั้งตัวริมเส้นทั้งสองข้างนี่จี๊ดจ๊าดดีเหลือเกินทั้ง ลอเรนโซ่ อินซิเย่ และ เฟเดริโก้ คิเอซ่า ภายใต้การขับเคลื่อนของแผงกองกลางอย่าง มาร์โก แวร์รัตติ กับ นิโคโล บาเรลล่า แม้ว่านัดที่แล้ว ชิโร่ อิมโมบิเล่ ดูจะดร็อปลงไปก็ตาม
ส่วนคีย์แมนของอิตาลีผมยกให้ มาร์โก แวร์รัตติ มิดฟิลด์ร่างเล็กจาก PSG ครับ
#เดนมาร์ก
หลายคนที่ไม่ได้เชียร์อีก 3 ทีมที่ผ่านเข้ารอบมาน่าจะยกใจให้กับเดนมาร์กให้สร้างเทพนิยายเดนส์ ซีซั่น 2 ออกมาในปีนี้ อย่างที่บอกไปในบทความที่แล้วว่า สตอรี่ของเดนมาร์กมันน่าได้จริงๆ
เดนมาร์กผ่านเช็กมาได้โดยปิดเกมตั้งแต่ครึ่งแรกเมื่อนำห่างถึง 2-0 ครึ่งหลังเลยเน้นรับซะเป็นส่วนใหญ่ ที่น่าสังเกตนักเตะเดนมาร์กชุดนี้เล่นอยู่ใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรปเกือบทั้งทีม มีแค่ 2 คนที่มาจากลีกในประเทศตัวเอง ซึ่งต่างจากคู่แข่งในรอบรองชนะเลิศของเขาอย่างอังกฤษที่นักเตะเกือบทั้งทีมเล่นอยู่ในประเทศ มีเพียง 3 คนเท่านั้นที่อยู่ลีกนอกประเทศ
ไม่ว่าจะมองท่าไหน โคนมเดนมาร์กก็เป็นรองสิงโตคำรามอังกฤษทุกท่า ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้เล่น สนามแข่งที่นัดนี้มาเล่นที่เวมบลีย์อีก
สิ่งที่ผมคิดว่าเดนมาร์กพอจะได้เปรียบอังกฤษอยู่บ้างคือ นักเตะหลายคนของเดนมาร์กล้วนเล่นอยู่ในอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็น ชไมเคิ่ล เวสเตอร์การ์ด คริสเตนเซ่น ฮอย์จเบิร์ก และยังมีคนอื่นที่เล่นกับฟูแล่มและเบร้นท์ฟอร์ด ก็น่าจะรู้จักนักเตะอังกฤษเป็นอย่างดี และคงแนะนำเพื่อนร่วมทีมได้บ้างว่าใครเล่นเป็นอย่างไร และจะรับมือนักเตะเหล่านั้นอย่างไร
ส่วนนักเตะคีย์แมนของเดนมาร์กผมขอให้จับตามอง แคสเปอร์ โดลเบิร์ก ศูนย์หน้าดาวรุ่งจากนีซ ที่ยิ่งเล่นยิ่งดีวันดีคืน
#อังกฤษ
มาถึงรอบรองชนะเลิศแล้วผมขอเรียกอังกฤษว่าเป็น “เจ้าภาพ” เลยก็แล้วกันนะครับ ตอนนี้กองเชียร์ร้องเพลง “Football’s Coming Home” กันแล้ว แต่นี่ก็เป็นโอกาสที่ดีที่สุดของอังกฤษในรอบ 55 ปีจริงๆ ที่จะได้แชมป์ระดับเมเจอร์
ถึงแม้จะถูกมองว่าเล่นไม่เร้าใจเหมือนอดีต แต่ผลลัพธ์มันสุดยอดมาก เพราะตั้งแต่เล่นมาอังกฤษเป็นทีมเดียวที่ยังไม่เสียประตูให้ใคร แม้ว่านัดที่แล้วจะยิงยูเครนไป 4 ลูก แต่ก็มาจากการสร้างสรรค์โอกาสทำประตูเพียงแค่ 10 ครั้งเท่านั้น (ชายตามองสเปนแล้วถอนหายใจ.. เฮ้อ)
3 ใน 4 ประตูที่ยิงยูเครนมาจากการโหม่งล้วนๆ แถมโหม่งแบบไม่มีใครประกบอีกต่างหาก แต่พบกับเดนมาร์กคงไม่ง่ายอย่างนั้น เพราะ 2 ใน 3 เซนเตอร์ฮาล์ฟของเดนมาร์กนั้นเล่นอยู่ในอังกฤษ สูงใหญ่เป็นยักษ์ปักหลั่นด้วยกันทั้งคู่ไม่ว่าจะเป็นคริสเตนเซ่นหรือเวสเตอร์การ์ด
เมสัน เมาท์ ผ่านการทดสอบความฟิตลงสนามได้ในนัดที่แล้วและอยู่จนจบเวลา แสดงว่าฟิตเต็มที่แล้ว นัดนี้ก็คงลงบัญชาเกมเป็นแกนกลางในแนวรุกให้ทีมได้แน่ แถม แฮรี่ เคน ก็กลับมายิงประตูได้แล้ว โมเมนตั้มหลายๆ อย่างเป็นใจให้อังกฤษเป็นอย่างมาก ขอแค่อย่าตกม้าตายแพ้ภัยตัวเองไปก่อน อ้อ..ไม่ใช่ตกม้า แต่เป็นตกโคนมต่างหาก
นักเตะคีย์แมนของทีมผมขอมองไปที่เกมรับละกันครับ แฮรี่ แม็คไกวร์ เซนเตอร์ฮาล์ฟร่างตันจากแมนฯยูฯ จะช่วยให้ทีมคลีนชีตอีกครั้งได้หรือไม่ เขาคือตัวหลักสำคัญในแนวรับ แถมลูกเซ็ตพีซยังขึ้นมาช่วยทีมได้ดีอีกด้วย
#คู่ชิง
คู่ชิงปีนี้ถ้าจะให้สมน้ำสมเนื้อก็คงต้องให้อิตาลีชิงกับอังกฤษแล้วแหละครับ จะเป็นอื่นใดไปไม่ได้ จะหน้าแตกหรือไม่ เดี๋ยวมาคอยดูกัน
ส่วนทีมที่ผมเลือกไว้ตั้งแต่รอบ 16 ทีมสุดท้ายคือสเปนกับอิตาลี ต้องมาเจอกันในรอบนี้ แสดงว่าทีมที่ผมเลือกจะต้องหลุดเข้าไปชิงแน่ๆ งั้นเอาไว้ลุ้นรอบชิงเลยละกันครับว่าจะชิงกับใคร
แล้วเพื่อนๆล่ะครับ คิดว่าคู่ชิงจะเป็นใครครับ ???
#ยูโร2020
นอกจากแอพพลิเคชั่น Blockdit สามารถติดตามบ่นบ้าภาษาบอลได้จาก Facebook Page อีกหนึ่งช่องทาง https://www.facebook.com/bonbapasaball/
และหากท่านใดเห็นว่าบทความยาวเกินไป ไม่อยากอ่าน ท่านสามารถติดตามฟังได้ที่ “บ่น บ้า ภาษาบอล podcast” ทางแอพพลิเคชั่น Anchor , Spotify , Apple Podcasts , Google Podcasts , Breaker , Pocket Casts , Overcast , RadioPublic และ Blockdit ขอบคุณครับ
คู่ชิงยูโร 2020 ปีนี้จะเป็นใคร???
  • 1
โฆษณา