6 ก.ค. 2021 เวลา 07:37 • ไลฟ์สไตล์
โควิดสายพันธุ์เดลต้า (Delta)
วันที่เธอมาถึงกรุงเทพและปริมณฑล เป็นวันที่ข้าพเจ้ายอมรับว่า ข้าพเจ้าเริ่มวิตกกังวล
เนื่องจาก ข้าพเจ้าและบุตร
(ยกเว้นสามี ที่อายุ 60 ปีแล้ว และได้ฉีด
แอสตราเซนเนก้า ไปเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา) ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนใดๆ
ข้าพเจ้าเป็นอาจารย์ที่เกษียณมาแล้ว
(มหาวิทยาลัยเอกชน ส่วนใหญ่เกษียณ เมื่ออายุ55 ปี ปัจจุบันข้าพเจ้าอายุยังไม่ถึง 60 ปี) ไม่ได้สังกัดองค์กรใดๆ เป็นประชาชนธรรมดาคนนึง ที่รู้สึกว่าตัวเองมีสถานะแบบครึ่งๆกลางๆ การเข้าถึงวัคซีนจึงอยู่ในสภาวะรอเขาเรียก ปัจจุบันทราบว่าอยู่ที่คิว 1 แสนต้นๆ
ข้าพเจ้าเข้าไปจองวัคซีนในระบบ ของสถานที่ที่เขาให้จอง บางแห่ง ยกเลิกโดยแจ้งว่า ไม่ได้รับการจัดสรรวัคซีนจากรัฐบาล
บางแห่ง ระบบมีการปรับปรุงอยู่หลายครั้ง ทำให้คนวัยชราอย่างข้าพเจ้างุนงง เข้าไปเช็คชื่อหาย
ด้วยความเกรงจะไม่ได้ฉีด จึงเข้าไปลงใหม่ ปรากฎลำดับคิวที่ระบบจัดใหม่ ทำให้ข้าพเจ้าไปอยู่ลำดับที่แสนกว่า
ทั้งที่ข้าพเจ้ารีบลงชื่อตั้งแต่ตอนที่ เป็นแบบฟอร์ม สำรวจการจองวัคซีนครั้งแรกเลย ก่อนที่เขาจะสร้าง หรือ set ระบบใหม่ด้วยซ้ำ
ปกติ ข้าพเจ้าเข้าใจว่า ข้าพเจ้าเป็นคนเข้าใจสถานการณ์หลายอย่างได้ดีพอสมควร แต่มาครั้งนี้ครั้งที่ไวรัสโควิดระบาดด้วยสายพันธุ์ที่รุนแรงขึ้น ระบาดได้เร็วมากขึ้น
ข้าพเจ้ารู้สึก ข้าพเจ้าไม่มีอาวุธใดๆที่จะสู้รบปรบมือด้วยเลย
มีสิ่งเดียว ณ เวลานี้ ที่ข้าพเจ้าพอทำได้เพื่อให้ตนเองและครอบครัวปลอดภัย
1.จ่ายตลาด (โลตัส บิ๊กซี ใกล้บ้าน)เพื่อซื้อวัตถุดิบปรุงอาหาร อาทิตย์ละครั้ง
2. สั่งดิลิเวอลี่ น้อยลง (ทั้งๆที่ชอบสั่งเพราะชอบนั่งไล่ดูเมนูอาหาร) หรือถ้าสั่งนานๆครั้ง
ก็จะแชทบอกไรเดอร์ line man ว่า
" เข้าซอยเลขที่ 83 ผ่านบ้าน 4 หลัง เจอแยกเลี้ยวขวา วางของไว้ที่ท้ายรถกระบะ 8016 ค่าส่งวางไว้ให้แล้ว)
เป็นอันว่า ทั้ง ไรเดอร์ line man และข้าพเจ้าไม่มีปฏิสัมพันธ์ใดๆ เพราะข้าพเจ้าจะแอบอยู่หลังพุ่มไม้หน้าบ้าน เมื่อ ไรเดอร์ line man ไปแล้ว ข้าพเจ้าจึงโผล่ออกมา
หยิบถุงอาหารฉีดแอลกอฮอล์ เอาอาหารเข้าเวฟ แล้วจึงลงมือรับประทาน
3.ชีวิตในบ้าน แยกกันอยู่คนละห้อง ไม่ทานข้าวพร้อมกัน ชีวิตเหมือนอยู่คนเดียวในหลายช่วงเวลา
แต่เพื่อไม่ให้ความอบอุ่นในบ้านหายไป ข้าพเจ้าก็จะเตรียมอาหารให้ครบครัน ขนมนมเนยเต็มตู้
เดินสำรวจตามห้องของลูกที่ WFH กลายเป็นว่าเหนื่อยกว่าเดิมเพราะเคลื่อนไหวร่างกายมากขึ้น แต่ก็สุขใจ โล่งใจไปในขณะเดียวกัน เพราะสมาชิกทุกคนอยู่ในสายตา
ชีวิตในช่วงโควิด ทำให้ข้าพเจ้าคิดว่า ทุกคนคงมีความทุกข์ในใจ มากบ้างน้อยบ้าง
ข้าพเจ้า ขอเป็นกำลังให้ทุกท่านผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แม้จะทุลักทุเล แต่มันคือชีวิตมนุษย์
มนุษย์ที่ต้องต่อสู้กับกระแสการเปลี่ยนแปลงทั้งสังคม เศรษฐกิจ การเมืองและสิ่งแวดล้อม ซึ่งที่จริงแล้วก็เป็นผลส่วนหนึ่งมาจาก น้ำมือมนุษย์ทั้งที่เจตนา หรือไม่เจตนา แต่ส่งผลกระทบอันใหญ่หลวงต่อมวลมนุษยชาติ
หนทางรอด ก็คงจะต้องกระทำกันทุกระดับ (systematic) ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษนิดนึง ดูเข้าใจเร็วขึ้น
ระดับปัจเจกบุคคล
(เพื่อให้มีชีวิตอยู่รอด ตามหลักของชาร์ล ดาร์วิน: สิ่งมีชีวิต ที่ปรับตัวได้ดีที่สุด เหมาะสมที่สุด ก็จะมีชีวิตอยู่รอด)
เป็นหนทางที่ทำให้เราๆท่านๆ ต้องหาวิถีทางเพื่ออยู่รอดให้ได้ แต่จะอยู่ได้แบบดีมากดีน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับ
ปัจจัยภายนอก : ภูมิหลัง สภาพแวดล้อม material ที่ท่านมีหรือสะสมไว้
ปัจจัยภายใน: สติ บุคลิกภาพ ความคิดบวกหรือลบ ความอดทน ความมีวินัย การสร้างแรงจูงใจที่ดีให้ตนเอง การเข้าใจสภาวะแห่งตนและสถานการณ์
ยกเว้น สภาพทางสรีระ กายภาพของเราขณะนั้นอยู่ในสภาวะวิกฤติหรือไม่
ซึ่งข้าพเจ้าก็บอกไม่ได้ว่า หากต้องประสพสภาวะวิกฤติ สติจะหลุดหรือไม่
แต่สิ่งที่ข้าพเจ้าบอกลูกเสมอคือ ไม่ต้องให้แม่ทรมาน ปล่อยให้เป็นไปตามสภาวะของร่างนี้
ระดับกลุ่มบุคคล ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะด่านหน้า แพทย์พยาบาล ข้าพเจ้ามีความเชื่ออย่างยิ่งยวด ถึงสมรรถนะ ความเอาใจใส่และอุดมการณ์ของท่านที่จะทำให้ความทุกข์ของมนุษย์ผู้มีความป่วย ทุเลาเบาบางลงให้ได้ มากที่สุด
ระดับชุมชน
ข้าพเจ้าคิดเรื่อง เน้นความร่วมมือกัน การปฏิบัติตามกฎระเบียบของชุมชน ยามที่ปัญหารุมเร้า
ผู้นำชุมชน (ผู้ซึ่งสัมผัสใกล้ชิดกับนโยบายของรัฐ ได้เร็วกว่า มากกว่า ชัดเจนกว่า) ก็จะเป็นผู้นำที่จะผลักดันให้ประชาชนที่อยู่ในชุมชนช่วยกันสร้างพลังบวก เพื่อพยุงให้ชุมชนของตนปลอดภัยได้ในที่สุด
ระดับรัฐ ข้าพเจ้าขอไม่วิจารณ์มาก แต่ขอให้ข้อคิดตามหลักรัฐศาสตร์ว่า:
1. เมื่อสังคมในระดับรัฐเกิดขึ้น และเป็นรัฐประชาธิปไตย ตามหลักทฤษฏีสัญญาประชาคม
รัฐเกิดขึ้นจากความยินยอมของมนุษย์ อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน โทมัส ฮ้อบ ให้หลักการว่า รัฐที่เกิดขึ้น จะต้องมีองค์กร 3ฝ่ายทำหน้าที่แทนประชาชนเพื่อประโยชนสุข หากองค์กรเหล่านี้ ทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ สามารถถอดถอนได้
และรุสโซ ได้ให้หลักการสอดคล้องว่า
การจัดการรัฐขององค์กรเหล่านี้จะต้องเป็นไปตาม General will เจตนารมณ์โดยทั่วไปของประชาชน ที่อยากจะมีความสุข
(ตามความคิดของข้าพเจ้า จึงมองว่า องค์กรรัฐที่ทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนเหล่านี้ ควรกระฉับกระเฉง ทำงานบนข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างฉับไว มีทีมมืออาชีพที่หลากหลายทักษะในการสังเคราะห์ข้อมูล ในลักษณะที่เป็นมุมมองแบบ holistic
ยกเว้นสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ต้องแก้ไขเร่งด่วน แต่ยังคงต้องใช้วิธีแบบเฉพาะหน้าโดยมืออาชีพที่มีทักษะมากพอ
ข้าพเจ้าก็คงจะให้ได้แค่ความเห็นเหล่านี้ ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ที่สัมผัสปัญหาแม้จะยังไม่หนักหน่วง เมื่อเทียบกับท่านที่กำลังพบอยู่ในขณะนี้ (ซึ่งข้าพเจ้าก็ขอเอาใจช่วยให้ท่านได้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้)
ข้าพเจ้าในขณะนี้เลยยังคงมีสติอยู่บ้าง ที่ขอเป็นเสียงสะท้อนเล็กๆที่อาจมีน้ำหนักไม่มากนัก ที่จะทำให้สังคมเปลี่ยนแปลงแต่ก็หวังว่าสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นนี้จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
อริสโตเติ้ล: รัฐในอุดมคติหรือรัฐที่ดีเลิศนั้น คือรัฐที่สร้างประโยชน์สุข ส่งเสริมชีวิตที่ดีให้กับพลเมืองของรัฐนั้น
แม้ความคิดในทางรัฐศาสตร์ของอริสโตเติ้ลเป็นความคิดที่ปรากฎมาอย่างยาวนาน แต่ข้าพเจ้าก็ยังคงคิดว่า แนวคิดนี้เป็นรากฐานสำคัญ
แต่อย่างไรก็ดี สภาวะของสังคม รัฐในปัจจุบัน มีความซับซ้อน เนื่องจากโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ สิ่งแวดล้อมทางสังคม ความคิดของพลเมืองที่หลากหลาย ปัญหาสังคมที่ซับซ้อนขึ้น
ดังนั้นการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม โรคระบาด
ข้าพเจ้าก็เชื่อว่าทักษะเฉพาะด้านและความร่วมมือของผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งพลเมืองในรัฐและรัฐบาลต้องสอดคล้อง
ซึ่งกระบวนการตรงนี้ยอมรับว่ายากมากเช่นกัน แต่คนที่อยู่หน้างาน คนที่เกี่ยวข้องโดยตรง ซึ่งได้รับมอบหมายคงต้องรับบทบาทนี้อย่างหนักหน่วง
ส่วนพลเมืองของรัฐข้าพเจ้าก็เห็นว่า ส่วนใหญ่เคร่งครัด เพราะทุกคนก็รักตัว กลัวตาย
 
ยกเว้นบางคน บางกลุ่มที่อาจละเลย ด้วยไม่ตระหนัก ไม่กลัว ไม่มีวินัย หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็แล้วแต่ ท่านเหล่านี้คงต้องรีบปรับพฤติกรรม ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านและโดยรวม
ส่วนการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ข้าพเจ้าเห็นว่าค่อนข้างมีปัจจัยที่ซับซ้อนมาก
คงต้องมีการจัดหาวิศวกรทางสังคม ที่มีทักษะหลากหลายมาร่วมกันสังเคราะห์ปัญหา มีโร้ดแม็บ อย่างชัดเจน โปร่งใส ซึ่งข้าพเจ้าก็เชื่อว่าประชาชนที่รักสังคม รัฐ ของตนพร้อมให้ความร่วมมือเสมอ
นี่เป็นเพียงความคิดดังๆของข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าเข้าใจว่า คนๆเดียวไม่ว่าจะเป็นใคร
ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาทั้งหมดทั้งมวลนี้ได้
เนื่องจากรัฐไทย เป็นรัฐประชาธิปไตย
จำต้องอาศัย:
consensus +ทีมผู้เชี่ยวชาญทักษะเฉพาะด้าน+ ความคิดเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม + การไม่ทุจริตคอรัปชั่น+ความมีวินัย +การรู้จักและปฏิบัติตนให้สอดคล้องกับสถานภาพและบทบาทของตน
และสิ่งที่สำคัญมากที่สุดคือ
"การเคารพกฎหมายตามหลักนิติรัฐ
( Legal State ) "
หมายเหตุ บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว ซึ่งมิได้เป็นการอวดภูมิรู้ เป็นเพียงแค่ความคิดของประชาชนคนหนึ่ง ที่รักแผ่นดินเกิด ไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ก็มองว่าคือรัฐไทย รัฐอธิปไตยของปวงชนชาวไทย
ฉันรู้สึกไม่มั่นคง..เมื่อเดลต้ามา
โฆษณา