6 ก.ค. 2021 เวลา 15:35 • ประวัติศาสตร์
“เปิดประวัติบทลงโทษกล้อนผม การลงโทษอันอัปยศอดสู”
“เปิดประวัติบทลงโทษกล้อนผม การลงโทษอันอัปยศอดสู”
(บทความ TopicTimeReads)
จากภาพที่ปรากฎ คือ ภาพของสาวขบวนการต่อต้านฝรั่งเศสถูกโกนหัวประจานในที่สาธารณะ ในปี พ.ศ. 2487
ในช่วงภายหลังการปลดปล่อยฝรั่งเศสจากนาซี ผู้หญิงที่ยังคงฝักใฝ่กับนาซีจะถูกคัดแยกและจะได้รับบทลงโทษที่แสนอับอาย ไร้มนุษยธรรม ไม่เห็นถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ นั่นก็คือการลงโทษโดยการโกนผมไม่ให้เหลือเส้นผมแม้แต่เส้นเดียวในที่สาธารณะ ในบางครั้งมีการแห่พวกเธอไปที่จัตุรัสกลางชุมชนและลงโทษต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก จนทำให้พวกเธอได้รับความอับอาย กระทั่งบางคนถึงต้องหลั่งน้ำตาออกมา จากการสันนิฐานของนักวิชาการระบุว่า การลงโทษโดยการโกนหรือกล้อนผมมาจากลัทธิวิซิกอธในช่วงยุคกลาง โดยการตรีตราเครื่องหมายแห่งความอับอายนี้จะกระทำกับหญิงที่ค้าประเวณีหรือผู้ที่มีลักษณะเย้ายวนทางเพศ จนกระทั่งการลงโทษนี้ได้รับความนิยมอีกครั้งในศตวรรษที่ 20
ในไทยการลงโทษโดยการกล้อนผมไม่มีการะบุไว้แน่ชัดว่าการเริ่มต้นมาจากที่ใดกันแน่ แต่หากจะให้กล่าวถึงก็คงต้องกล่าวถึงการนำวัฒนธรรมการตัดทรงผมเกรียนที่มาจากประเทศญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลก หรือช่วงที่เกิดเหาระบาด โดยลายลักษณ์อักษรฉบับแรกที่พูดถึงการตัดผมสั้นเกรียนของนักเรียนไทยเป็นผลมาจาก ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 132 เมื่อปี พ.ศ. 2515 ที่จอมพลถนอม กิตติขจร ทำรัฐประหารตนเอง ที่มีข้อความว่า
“นักเรียนและนักศึกษาควรจะได้รับการอบรมใกล้ชิดจากบิดามารดา ผู้ปกครองและครูอาจารย์ เพื่อเป็นบุตรที่ดีของบิดามารดา เป็นศิษย์ที่ดีของครู อยู่ในโอวาทคำสั่งสอนรวมทั้งอยู่ในระเบียบประเพณีและกฎหมายของบ้านเมือง เป็นการสมควรที่จะส่งเสริมและคุ้มครองความประพฤติ การแต่งกาย และจรรยามารยาทให้รัดกุมยิ่งขึ้น”
สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า “ทรงผมนักเรียน” ได้รับอิทธิพลมาจาก “การปกครองแบบทหาร” และอาจได้รับอิทธิพลการลงโทษแบบทหาร อย่างการลงโทษแบบเหมารวมหรือการลงโทษที่เด็ดขาดทำให้หลาบจำมาด้วย
ดังนั้นการลงโทษโดยการกล้อนผมและการประจานต่อหน้าสาธารณะจึงเป็นการกระทำที่ได้รับอิทธิพลมาจากการปกครองแบบทหาร มีไว้เพื่อลงโทษผู้ที่ไม่อยู่ในกฎเกณฑ์ ผู้คิดต่าง หรือหากเป็นในยุคก่อนก็คือ “พวกนอกรีต” พวกเราจะอยู่กับการลงโทษที่ล้าหลังไปกว่า 77 ปี จริงๆ หรือ ?
เพื่อเสรีภาพของเยาวชนและเพื่อให้หลุดพ้นกับการโทษอันแสนอัปยศอดสู พวกเราของเชิญให้ทุกท่านร่วมลงชื่อสนับสนุนโครงการ
"หัวกู จะทำอะไรก็เรื่องของกู" เปิดเสรีทรงผมนักเรียนไทย จะต้องไม่มีกฎระเบียบที่ไร้สาระอีกต่อไป
ร่วมลงชื่อให้ครบ 50,000 รายชื่อเพื่อเปิดเสรีทรงผมนักเรียนไทยได้ที่
"เลิกให้อำนาจของผู้ใหญ่กดขี่เราเสียที ลงชื่อกับเราแล้วทรงผม คุณจะกำหนดเองได้"
โฆษณา