8 ก.ค. 2021 เวลา 13:00 • ประวัติศาสตร์
8 เรื่องจริงเกี่ยวกับ “Chernobyl” อุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิด ที่โลกไม่ลืม
.
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ “เชอร์โนบิล” ตั้งอยู่ในเขตเมืองพริเพียตของสหภาพโซเวียต หรือประเทศยูเครนในปัจจุบัน เป็นเหตุการณ์ “การระเบิด” ครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก มีคนเป็นแสนๆ คน ต้องอพยพออกจากบ้านเกิด พื้นบริเวณรอบกลายเป็นเขตกักกัน
.
เชอร์โนบิลกลายเป็นเมืองร้างที่ถูกเล่าขานต่ออีกมากมาย มีภาพยนตร์, สารคดี, ซีรีส์ ที่สร้างขึ้นจากเค้าโครงของเชอร์โนบิลจำนวนมาก มีเรื่องเล่าที่บอกว่ายังคงมีบางสิ่งที่ “ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์” อาศัยอยู่ บ้างก็ว่าเมืองนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวที่ยังคงถูกปกปิดไว้อีกมากมาย แต่วันนี้เราจะมาคุยกันในเรื่องจริงของเชอร์โนบิล ใน 8 ประเด็นดังนี้ครับ
.
1. ระบบความปลอดภัยถูกปิดจากความประมาท
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลประกอบด้วยเตาปฏิกรณ์ขนาดสี่เครื่อง และมีอีกสองเครื่องที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ในคืนวันที่ 25-26 เมษายน ค.ศ. 1986 สหภาพโซเวียตได้เริ่มทดสอบระบบปฏิบัติการของเตาปฏิกรณ์หมายเลข 4 แต่กลับเกิดเหตุไม่คาดฝัน เพราะก่อนที่ฝ่ายเทคนิคจะปิดระบบเพื่อซ่อมบำรุงตามปกติ พวกเขาได้ปิดระบบระบายความร้อน และอุปกรณ์ความปลอดภัยหลักๆ โดยไม่ตั้งใจ จนระบบล่มต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ แล้วเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง การระเบิดในครั้งนี้ได้ปลดปล่อยสารกัมมันตภาพรังสีมากกว่าที่เคยเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ทิ้งระเบิดที่เกาะฮิโรชิมา และนางาซากิอย่างน้อย 100 เท่า
.
2. ภัยพิบัติจากสารพิษที่ตามมาจากการระเบิด
มีเจ้าหน้าที่ 2 คน ที่เสียชีวิตจากการระเบิดของเตาปฏิกรณ์หมายเลข 4 แต่สิ่งที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุด คือสารเคมีที่ฟุ้งกระจายหลังจากนั้น พนักงานในโรงงานเชอร์โนบิลจำนวน 28 คน และนักดับเพลิงอีกจำนวนหนึ่ง เสียชีวิตจากการได้รับรังสีเฉียบพลันในช่วงไม่กี่เดือนของการเก็บกวาด และยังมีอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องป่วยหนัก นอกจากนี้สารพิษจำนวนมหาศาลยังกระจายตัวไปยังหลายประเทศในทวีปยุโรป มีเด็กหลายพันคนที่ได้บริโภคนมปนเปื้อนสารพิษ จนเกิดโรคร้ายจำนวนมาก
.
3. ทางการพยายามปกปิดข้อมูล
หลังจากการล่มสลายของเชอร์โนบิล สหภาพโซเวียตเลือกที่จะปิดข่าว และปล่อยให้พลเมืองเผชิญกับฝันร้ายจากสารพิษที่กำลังคร่าชีวิตพวกเขา แต่ไม่กี่วันหลังจากการระเบิด เครื่องตรวจคุณภาพอากาศของสวีเดน ก็ตรวจพบรังสีปริมาณมหาศาลในชั้นบรรยากาศ โดยที่มีแนวโน้มว่าจะมีจุดกำเนิดจากสหภาพโซเวียต จนฝ่ายโซเวียตต้องยอมรับว่าเกิดการระเบิดในโรงงานเชอร์โนบิลจริง แต่ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมแล้ว ในคำตอบว่าอุบัติเหตุได้คร่าชีวิตผู้คนไปสองคนที่เชอร์โนบิล แต่พวกเขาก็โกหกด้วยว่าขณะนี้สถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุม โชคร้ายที่พลเมืองไม่ได้รับความจริงใจในการปกป้องชีวิตจากสหภาพโซเวียตเลย เพราะกว่าที่โรงเรียน หรือชุมชนในเคียฟ ที่ห่างจากโรงงานไปประมาณ 65 ไมล์ (ประมาณ 100 กิโลเมตร) ก็ต้องใช้เวลาถึง 1 สัปดาห์
.
4. บ้านและสัตว์เลี้ยงต้องถูกทอดทิ้ง
ประมาณ 36 ชั่วโมง (สองวัน) หลังเกิดการระเบิด ทางการโซเวียตเริ่มอพยพผู้คนประมาณ 115,000 คน ที่อาศัยอยู่บริเวณรอบๆ หลายคนเริ่มมีอาการอาเจียนและปวดหัวจากการได้รับสารพิษ พวกเขาเชื่อว่าคงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร และอีกไม่นานก็คงได้กลับบ้าน ก็เลยทิ้งข้าวของ และสัตว์เลี้ยงไว้ โดยที่ไม่รู้เลยว่าพวกเขาจะไม่มีวันได้กลับมาที่นี่อีกแล้ว เวลาต่อมาพื้นที่ทั้งหมดในรัศมี 18.6 ไมล์ (29 กิโลเมตร) ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่กักกัน และปิดตาย จากนั้นเขตกักกันก็ขยายกว้างออกไปตามการฟุ้งกระจายของสารพิษ มีการอพยพผู้คนอีก 220,000 คน ที่ต้องสูญเสียทุกอย่างไปเช่นกัน
.
5. เมืองร้างกลายเป็นแหล่งพักพิงของสัตว์ป่าหลากชนิด
หลังจากพื้นที่บริเวณเชอร์โนบิลไร้เงาของมนุษย์ สัตว์ป่าหลายชนิดได้อพยพมาใช้ชีวิตในดินแดนแห่งนี้ กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของสัตว์ป่าน้อยใหญ่ มีความหลากหลายทางชีวภาพที่เกิดขึ้น แต่ถึงจะมีหลายชีวิตที่เติบโตขึ้นได้ แต่ก็มีบางชนิดที่ได้รับผลกระทบจากกัมมันตภาพรังสี และเกิดการกลายพันธุ์อย่างรุนแรง
.
6. ถึงจะระเบิด แต่โรงงานก็ยังไม่ปิด แถมคนงานก็ไม่กลัว
แม้ว่าเตาปฏิกรณ์หมายเลข 4 จะระเบิด จนทำให้เตาปฏิกรณ์ที่เหลือต้องปิดตัวลง แต่เพียงแค่หนึ่งปีครึ่งหลังจากนั้น โรงงานเชอร์โนบิล ก็กลับมาทำงานอีกครั้ง พนักงานหลายพันชีวิตยังเดินเตร็ดเตร่เข้ามาทำงานทุกวัน แม้จะมีการประณามจากหลายชาติทั่วโลกถึงระบบป้องกันที่ล้มเหลว แถมยังปล่อยสารกัมมันตภาพรังสีที่เป็นอันตรายในวงกว้างจนคนได้รับผลกระทบเต็มไปหมด
ซึ่งก็มีเหตุการณ์ไฟไหม้ที่เตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 อีกครั้งในปี ค.ศ. 1991 จนสุดท้ายก็ได้ปิดตัวลงไปอย่างถาวรในปี 2000
.
7. แหล่งท่องเที่ยวสุดสยอง
เชอร์โนบิลยังคงเป็นพื้นที่ปนเปื้อนสารกัมมันตภาพรังสี ไม่มี “มนุษย์” คนไหน อาศัยอยู่ที่นั่นได้ แม้ว่าผู้คนจะยังอาศัยอยู่ที่นั่นไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นในปี 2011 ทางการยูเครนก็ได้ประกาศให้เปิดเขตกักกันเชอร์โนบิล และมีคนสนใจมาเยี่ยมชมซากเมืองร้างแห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย
.
8. ซากความเสียหายที่ยังคงเหลือไว้
ยังมีเศษซากจากเหตุการณ์ระเบิดอีกจำนวนมากที่ยังต้องรอการเก็บกวาดซึ่งทางการยูเครนคาดว่าจะใช้เวลาถึงปี 2065 แต่ในส่วนของสารกัมมันตภาพรังสี ก็ยังไม่หายไปไหนในเร็ววันนี้ มันจะยังคงปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อมไปอีกหลายร้อยชั่วอายุคน
.
แปลและเรียบเรียงจาก:
.
.
#missiontopluto
#missiontoplutopodcast
#brief
#chernobyl
โฆษณา