9 ก.ค. 2021 เวลา 04:14 • หุ้น & เศรษฐกิจ
10 ข้อห้ามอย่าหาทำ‼️
📈ในเมื่อวัฏจักรตลาดหุ้น นั้นเกิดจากมนุษย์ แน่นอนจะต้องมีอารมณ์มาเกี่ยวข้อง ดังนั้นเรามาศึกษาเรื่องจิตใจกันหน่อย เพราะการลงทุนที่ผิดพลาดแต่ต้นอาจทำให้นักลงทุนเกิดความกลัวและเข็ดจนไม่กล้าลงทุนอีก ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด (การลงทุนให้ถูกหลักคือสิ่งที่ควรทำ)
10 ข้อห้าม อย่าหาทำ จิตวิทยาการลงทุน
1.กลัวขาดทุนอย่างไร้เหตุผล
- ขายหุ้นที่มีกำไรออกไปจนหมด และ ทนถือหุ้นที่ขาดทุนไว้
- ถือหุ้นที่ขาดทุนหนักแม้พื้นฐานเปลี่ยน ไม่กล้า cut loss
- จะเกิดพฤติกรรมอาการอ้างอิงราคาเดิมๆ
2.อาการกลัวเสียใจเมื่อเกิดการซื้อขาย
-ทำให้ตั้งราคาขายหุ้นสูงกว่าความเป็นจริง หรือ ตั้งราคาซื้อหุ้นต่ำกว่าความเป็นจริง ทำให้ไม่ได้หุ้นหรือขายหุ้นก็ไม่ได้
3.อาการไม่ยอมรับความจริง
- ไม่ยอมรับว่าหุ้นกำลังจะลง เช่นคิดว่าหุ้นเพิ่งลงแต่จริงๆลงใกล้จบแล้ว และจะไม่คิดว่าหุ้นขึ้นจนกว่าหุ้นจะขึ้นจนแทบจะสุดแล้ว
4.อาการคิดถึงต้นทุน (ปล่อยมือเขาไปแล้ว แต่เขาไม่กลับมาหาเรา เขาไปได้ดิบได้ดีแล้ว...ตลาดหุ้นก็เหมือนความรัก ผ่าม!!)
- จะคิดถึงต้นทุนในอดีตที่ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้
5.อาการเพิกเฉย (หนักๆเข้าก็ปิดจอ ลบแอพ)
- มีแนวโน้มเพิกเฉยต่อการลงทุนที่ผิดพลาด ไม่รู้ไม่ดูไม่เห็นไม่ขาดทุนระยะหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ถูกกระตุ้นให้ขายขาดทุน หรือหนักที่สุดก็คือลืมไปว่ามีตราสารที่หมดอายุได้ เช่น warrant อยู่ในพอร์ต ปิดจอ ลบแอพ ก็ตามข่าวบ้างก็ได้
6.มั่นใจในตัวเองเกินไป ทำให้นักลงทุนคิดว่าความรู้ตัวเองมีมากพอ ประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไป
- มั่นใจในตัวเองสูงเกินไป ทำให้ตีข้อมูลผิดพลาด นำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาด (ปีที่แล้วหุ้นขึ้นเยอะ มีโอกาสติดกับดักข้อนี้)
1
7.กล้าเสี่ยงบนความสูง
- เมื่อได้กำไรจากหุ้นซิ่ง ก็เริ่มได้ใจ ไม่ระมัดระวังการลงทุน กล้าเอากำไรมาเล่นกับมันอีก
8.อยากแก้แค้น เอาคืน
- หลังจากขาดทุนหุ้นมามากแล้ว นักลงทุนมีแนวโน้มที่จะลงทุนโดยเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นอีกเพื่อที่จะเอาคืน เช่น ขาดทุนหุ้นพื้นฐานเลยเอาคืนจากหุ้นเก็งกำไรหรือหุ้นปั่น เพราะต้องการทุนคืนโดยเร็ว
9.ลงทุนโดยใช้ความคุ้นเคย
- นักลงทุนมักเลือกหุ้นที่คุ้นเคย กล้าซื้อโดยไม่วิเคราะห์ก่อน กล้าซื้อหุ้นในกลุ่มที่เคยเล่นแม้จะมันจะตกไปแล้วเป็นขาลง หรือสนใจลงทุนหุ้นในประเทศมากกว่าต่างประเทศ
- ความคุ้นเคยเชิงพฤติกรรม เช่น ความเคยชินกับตัวหุ้น
10.ลงทุนโดยโลก Social นำพาไป (ข้อนี้สำคัญมาก)
- ฟังความเห็นของนักวิเคราะห์ มาร์เก็ตติ้ง เพื่อนในเฟส โดยไม่ได้ดูเลยว่าพวกเขาก็คิดวิเคราะห์ผิดเหมือนกัน มากไปกว่านั้นกลุ่มไลน์เสียเงินบางกลุ่มมักจะโฆษณาดึงดูดมากมายว่า win rate สูงมากๆ แต่ลองไปแกะดูจริงๆสิ ก็เล่นมาบอกตอนหุ้นขึ้นไปใกล้ถึงเป้าแล้ว
รู้อะไรไม่สู้ “รู้งี้”
#เยอะเนอะมาหาทางแก้กันดีกว่า
โดยเราจะแบ่งนักลงทุนเป็น 4 กลุ่ม
1.วิเคราะห์ได้ เทรดเป็น (ผลลัพธ์ตรงนี้คือพอร์ตต้องเติบโตและมีกำไรสม่ำเสมอ)
พึ่งพาตนเองผ่านการศึกษาการวิเคราะห์และมีประสบการณ์ พัฒนาทักษะการเทรดมาผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายปี - แต่ก็ห้ามประมาทเด็ดขาด เนื่องจากตลาดนั้นมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
1
2.วิเคราะห์ได้ เทรดไม่เป็น (ดูงบ ดูกราฟ เก่งมาก แต่พอไปสนามจริงปรากฏว่าเละเป็นโจ๊ก)
กลุ่มนี้อาจไม่รู้ตัว ดันไปพัฒนาแนวทางการวิเคราะห์เพิ่ม ไปเทคคอร์ส หาระบบเจ๋ง ๆ ล้ำ ๆ เสาะหาวิธีวิเคราะห์แบบใหม่ ๆ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด สิ่งที่ควรทำ คือ การเพิ่มทักษะและที่สำคัญสุดๆคือทำตามวินัยการเทรดให้ดีขึ้น
3.วิเคราะห์ไม่เป็น เทรดเป็น (พออยู่ได้ จังหวะเข้าออกดีเยี่ยม)
มีจิตใจมั่นคง จิตวิทยาโอเค การบริหารเงินบริหารพอร์ตเก่ง แต่มีความรู้ทางการวิเคราะห์ไม่มากนัก
4.วิเคราะห์ไม่เป็น เทรดไม่เป็น
ต้องพึ่งพาคนอื่นทั้งหมด ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายหรอกหาก ”รู้ตัวเอง” ไม่ทะเล่อทะล่าเข้าไปซ่าในตลาด กลุ่มนี้แนะนำใช้บริการมืออาชีพเช่น บลจ. กองทุนต่าง ๆใช้ Robot หรือ AI มาช่วยในการลงทุน หากเปรียบเทียบก็เหมือนยืมจมูกคนอื่นหายใจ ไม่ใช่ว่าจะยืมใครก็ได้ ต้องใช้กระบวนการตัดสินใจเพื่อเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตนเองเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการกระจายความเสี่ยง ผลตอบแทนที่คาดหวัง กับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ในระหว่างนั้นก็พัฒนาความสามารถทั้งสองเพิ่มขึ้นไปด้วย
สุดท้ายนี้อะไรก็ตามไม่สำคัญเท่าวินัยในการลงทุน
หากเป็นสายเทคนิคดูกราฟ ถึงจุดซื้อต้องซื้อ ถึงจุดขายต้องขาย ไม่ใช่ดื้อ
หากเป็นสายพื้นฐาน เมื่อปัจจัยพื้นฐานบริษัทเปลี่ยนก็ตัดตัดใจ ไม่ใช่รั้งเอาไว้
หากเป็นสายผสมก็เอาตามแผนที่วางไว้
#อารมณ์ (“รู้งี้ไม่ขายดีกว่า”-“ชอบวันที่หุ้นเขียว เกลียดวันที่หุ้นแดง”)
หากคุณยังทำการซื้อขายตามความเคยชินในอดีต ขาดสติ เอาอารมณ์ เอาความโลภและความกลัวเป็นที่ตั้ง
(ถึงขนาดมีดัชนีชี้วัด) ชอบซื้อหุ้นที่ขึ้นเป็นเครื่องบิน และขายล้างพอร์ตเมื่อลงแรงๆ หากขาดทุนอยากจะ
“เอาคืน” เดี๋ยวนั้น แ/ละมักอยากรู้ว่าทำไมตลาดลงหลังจากตกใจขายหุ้นไปแล้ว
#ความเชื่อ มีการซื้อขายหุ้นตามข่าว หรือ เชื่อตามที่นักวิเคราะห์บอกมา (Insider ไม่มีจริง..กล่าวลอยๆ)
เชื่อว่านักวิเคราะห์หรือวงในทั้งหลายจะทำให้ตัวเองรวยได้ ชอบคนที่มีความคิดเห็นตรงกับตัวเอง และโทษคนอื่นที่ทำให้เสียหาย ใครมาอวยฟังหมด ใครมาเตือนไม่ฟัง
#พฤติกรรม
พฤติกรรมการถือหุ้น (ถือทน ต่างกับทนถือนะ)
หากคุณยังตัดสินใจซื้อหุ้นเร็วและชอบถือหุ้นระยะสั้นมาก ไม่ชอบ let profit run แต่จะถือหุ้นนานเมื่อติดดอยโดยไม่คิดแก้ไขใดๆ ปลอบใจตัวเองว่าได้กินปันผล เพราะตัดใจไม่เป็น มักซื้อหุ้นตัวเดียวเต็มพอร์ทแบบ all-in ที่น่ากลัวมากสุดๆคือมักจะขายหุ้นที่มีกำไรออกไปและถือหุ้นที่ขาดทุนไว้แทน เพราะไม่อยากขาดทุน
พฤติกรรมการเลือกหุ้น (รู้ว่าเสี่ยงแต่ยังต้องขอลอง)
ชอบเล่นหุ้นตัวเล็กๆ มักจะซื้อหุ้นตัวเดิมๆ ที่เป็นหุ้นปั่น หุ้นเน่า ไม่รู้ว่ากิจการหุ้นที่ซื้อว่าทำอะไร ซื้อๆไปก่อน เดี๋ยวมันก็ปั่น บางธุรกิจจะตายไปอยู่แล้วก็ยังจะบินเข้ากองไฟไปเล่น
#หุ้น #คริปโต #ทองคำ #กองทุนรวม #ini #rsu #สารสนเทศการลงทุน
โฆษณา