Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
TCM for life สุขภาพดีไปกับแพทย์จีน
•
ติดตาม
9 ก.ค. 2021 เวลา 17:28 • สุขภาพ
น้ำกระเจี๊ยบดื่มอย่างไรถึงจะดีต่อสุขภาพ
สวัสดีค่ะ ช่วงอากาศร้อนๆแบบนี้ใครก็คงอยากดื่มเครื่องดื่มเย็นสดชื่นกันเป็นธรรมดา ถ้าเป็นสมัยก่อนตามร้านอาหาร เครื่องดื่มคล้ายร้อนที่หาทานได้ง่ายๆคงไม่พ้น น้ำเก็กฮวยและน้ำกระเจี๊ยบ
หลายๆคนคงเคยได้ยินเกี่ยวกับสรรพคุณของน้ำกระเจี๊ยบ ไม่ว่าจะเป็น ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ลดความดัน แก้กระหาย แก้ร้อนใน รักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน รักษาโรคทางเดินปัสสาวะ ป้องกันต่อมลูกหมากโต สร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันมะเร็งและอื่นๆอีกมากมาย จนหลายๆคนเข้าใจว่ายิ่งดื่มเยอะยิ่งดี
แต่รู้ไหมว่า การดื่มน้ำกระเจี๊ยบเข้มข้นปริมาณมากๆเป็นเวลานานส่งผลเสียต่อสุขภาพ จึงไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ไตบกพร่อง และในผู้ที่ท้องเสียหรือท้องเสียง่าย นี่ยังไม่รวมถึงปริมาณน้ำตาลที่ใส่เข้าไปตอนต้มอีกนะ
วันนี้ทาง TCM for life มีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับกระเจี๊ยบแดงและวิธีที่จะทำให้ทานน้ำกระเจี๊ยบได้อย่างเหมาะกับตัวผู้อ่านมาฝากกันค่ะ
กระเจี๊ยบแดง มีรส เปรี้ยว ฤทธิ์เย็น เข้าเส้นลมปราณตับและไต มีสรรพคุณ ดับความร้อน ช่วยระบบย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ สลายเลือดคลั่งและช่วยให้เลือดหมุนเวียน สมานปอดและระงับอาการไอ ทำให้อารมณ์ผ่อนคลาย
กระเจี๊ยบแดงนั้นมีรสเปรี้ยว ตามหลักแพทย์แผนจีน รสเปรี้ยวเป็นรสชาติของนั้นเป็นรสของเส้นลมปราณตับซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการกระจายและระบายของชี่ การกักเก็บเลือด และดวงตาเป็นทวารของตับ ดังนั้นกระเจี๊ยบแดงจึงสามารถบำรุงตับ บำรุงสายตา ช่วยให้อารมณ์ผ่อนคลาย ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น
แต่การทานรสเปรี้ยวที่มากเกินไปนั้นมีผลเสียค่ะ ตามคัมภีร์หวงตี้เน้ยจิงบท ซุ๋เวิน-เซิงชี่ทงเทียนลุ่น《素问 生气通天论》กล่าวไว้ว่า “味过于酸,肝气以津,脾气乃绝” ความหมายคือ ถ้าเราทานรสเปรี้ยวมากเกินไป ชี่ของตับก็จะรวมตัวเป็นก้อน ความชื้น เสมหะและของเสียต่างๆจะก่อตัวขึ้นและทำลายชี่ของม้าม
ตามหลักปัญจธาตุนั้น ในสภาวะปกติรสเปรี้ยว(ตับ)จะข่มรสหวาน(ม้าม) เมื่อรสเปรี้ยวที่มากเกินสมดุล ม้ามก็จะถูกทำลาย เมื่อชี่ของม้ามพร่อง เราก็จะมีอาการอ่อนเพลีย กล้ามเนื้อไม่มีแรง ง่วงง่าย ไม่เจริญอาหาร อาหารไม่ย่อย ท้องเสียและอ้วนง่าย
แต่คนโบราณนั้นฉลาดมาก เค้าคิดวิธีแก้ไว้ให้แล้วค่ะ นั่นก็คือการใส่พุทราจีนเข้าไปในน้ำกระเจี๊ยบนั่นเอง
พุทราจีน มีรส หวาน ฤทธิ์อุ่น เข้าเส้นลมปราณม้าม กระเพาะอาหาร หัวใจ มีสรรพคุณบำรุงเลือดลม บำรุงม้ามและกระเพาะอาหาร มีสรรพคุณรักษาอาการม้ามพร่องที่เป็นสาเหตุของอาการอ่อนเพลีย ท้องเสีย เลือดจาง ไม่อยากอาหาร
อันนี้เป็นไปตามหลักป้องกันและรักษาสุขภาพ
เรารู้ว่ารสเปรี้ยวในปริมาณมากนั้นทำลายม้าม ทางแก้ก็คือเราก็ต้องบำรุงม้ามเพื่อให้ม้ามแข็งแรง เหมือนเมื่อเรารู้ว่าหลังคาบ้านเราไม่แข็งแรง ถ้าฝนตกหนักหลังคาอาจรั่วได้ เราจึงป้องกันด้วยการเสริมหลังคาให้แข็งแรงก่อนฝนตกนั่นเอง
การใส่พุทราจีนซึ่งมีรสหวานบำรุงม้ามเข้าไปเวลาต้มกระเจี๊ยบจึงสามารถลดความเปรี้ยวจนเข็ดฟันได้ ลดผลข้างเคียงจากรสเปรี้ยวที่ทำลายม้ามอันทำให้เกิดอาการถ่ายท้อง ไม่อยากอาหาร อ่อนเพลีย และลดฤทธิ์เย็นของกระเจี๊ยบได้ด้วย เมื่อต้มด้วยกันยังส่งเสริมสรรพคุณบำรุงเลือด ทำให้จิตใจสงบและช่วยให้หลับได้ดีขึ้น
นอกจากนี้ยังทำให้เราไม่ต้องใส่น้ำตาลลงไปด้วยเพราะพุทราจีนนั้นมีรสหวานอยู่แล้ว เรียกว่าดีเป็นต่อที่สองเพื่อสุขภาพด้วย^^
เคล็ดลับและข้อควรระวัง
1. กระเจี๊ยบแดงนั้นมีฤทธิ์เย็น ดังนั้นจึงไม่เหมาะสำหรับผู้ที่กลัวหนาวและมีภาวะหยางพร่อง
2. ในผู้ที่มีอาการกระหายน้ำ ไอมีเสมหะจากอากาศร้อน สามารถใส่น้ำตาลกรวดลงไปเวลาต้มได้ เพราะน้ำตาลกรวดมีฤทธิ์ช่วยสมานปอด และระงับอาการไอได้
3. ในผู้ที่อุจจาระแข็งหรือขับถ่ายยาก สามารถใส่น้ำผึ้งลงไปเพื่อช่วยให้ขับถ่ายได้ดีขึ้น
4. กระเจี๊ยบมีสรรพคุณสลายเลือดคลั่ง ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้ทานในสตรีมีครรภ์ช่วงไตรมาสแรก และผู้ที่ประจำเดือนมามาก
5. เนื่องจากกระเจี๊ยบแดงมีฤทธิ์เย็น จึงไม่เหมาะกับผู้ที่อยู่ในช่วงมีประจำเดือน เพราะอาจทำให้ปวดประจำเดือนได้
สุดท้ายนี้ต้องบอกว่า ไม่มีอะไรที่ดีที่สุด อยู่ที่ว่าเหมาะกับบุคคล เวลาและสถาณที่หรือไม่ การทานอาหารจึงควรทานให้หลากหลาย
ท้ายที่สุด การป้องกันโรคโควิด-19 ที่ได้ผลอย่ายั่งยืนก็ยังคงหนีไม่พ้น “4อ” อารมณ์ อากาศ อาหาร และออกกำลังกาย
และอย่าลืม กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และใส่แมสกันนะคะ
ด้วยความปรารถนาดีจาก TCM for life สุขภาพดีไปกับแพทย์จีน
โดย: พจ. วชิราภรณ์ ผดุงเกียรติวงษ์
บันทึก
1
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย