คนไทยอาจต้องฉีดวัคซีนเข็มที่สามเร็วกว่าที่คิด เพราะภูมิคุ้มกันหลังจากการรับวัคซีนโควิดในคนไทย อาจเสื่อมลงในอัตราที่เร็วกว่าประชากรทั่วโลก
วันนี้ (10 กค.64) เป็นวันที่สำนักข่าวไทยหลายแห่งรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 สูงสุดทำลายสถิติเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง ซึ่งสะท้อนถึงมาตรการควบคุมต่าง ๆ ที่เราใช้กันอาจจะยังไม่เหมาะสมเพียงพออย่างที่เราพอจะทราบกัน
ที่มา : https://mgronline.com/infographic/detail/9640000040503
มีการศึกษาที่มีระดับความน่าเชื่อถือสูง ได้รวบรวมข้อมูลระดับภูมิคุ้มกัน (NAb, Neutralizing antibody) หลังจากที่มนุษย์ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด19 ชนิดต่าง ๆ อันได้แก่ ชนิด mRNA (ตัวอย่างยี่ห้อ Pfizer, Moderna) , ชนิด Viral vector (ตัวอย่างยี่ห้อ AstraZeneca, J&J) และชนิดเชื้อตาย (ตัวอย่างยี่ห้อ Sinovac,SinoPharm) ซึ่งในบทความนี้จะขอกล่าวถึงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสองยี่ห้อที่มีใช้ในประเทศไทย คือ AstraZeneca และ Sinovac เป็นหลัก
ผลการศึกษาพบว่า ภูมิคุ้มกันจาก AZ จะอยู่ที่ระดับการป้องกันเฉลี่ย 60% และ Sinovac จะอยู่ที่ระดับการป้องกันเฉลี่ย 50% หลังได้รับวัคซีนตามลำดับ (ในประเทศไทยจะมีรายงานถึงระดับภูมิคุ้มกันที่มากกว่านี้ แต่อาจมองว่าเป็นการศึกษาในจำนวนประชากรที่เล็กกว่า) และการศึกษาพบว่าไม่ว่าจะเป็นภูมิคุ้มกันที่ถูกกระตุ้นจากวัคซีนชนิดใดก็ตามจะมีการเสื่อมลงของระดับภูมิคุ้มกันในอัตราที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นถ้ายี่ห้อไหนมีภูมิเริ่มต้นที่สูงกว่าก็จะมีภูมิคุ้มกันคอยปกป้องอยู่ได้นานกว่านั่นเอง จากกราฟจะเห็นได้ว่า หากภูมิเริ่มต้นอยู่ที่ 50% แบบSinovac จะต้องทำการฉีดเข็มที่สามเพื่อกระตุ้นภูมิในช่วง 250 วันหลังฉีดเข็มที่สองครบ และถ้าหากเป็น AZ ที่มีภูมิเริ่มต้น 60% อาจต้องทำการบูทส์อีกครั้งประมาณ 1 ปี ให้หลัง *หมายเหตุสำคัญ* ท่านผู้อ่านพึงทราบด้วยว่านี่เป็นการศึกษาในสายพันธุ์อู่ฮั่นดั้งเดิม ไม่ใช่ Variant กลายพันธุ์แบบเดลต้าที่กำลังระบาดในไทยขณะนี้
ที่มา : https://www.nature.com/articles/s41591-021-01377-8
หากฉีด Sinovac ควรทำการบูสท์ภูมิในระยะ 250 วันเพื่อป้องกันสายพันธุ์อู่ฮั่นดั้งเดิม หากเป็นสายพันธุ์เดลต้าอาจจะต้องทำการกระตุ้นเร็วกว่านั้น
อย่างไรก็ตามมีข้อมูลที่น่าสนใจมากกว่านั้นเป็นทั้งข่าวดีและข่าวร้ายสำหรับคนไทยอย่างเรา กล่าวคือมีข่าวดีจากการศึกษาของ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ว่าในคนไทยมีภูมิคุ้มกันสูงถึง 90% เมื่อเทียบกับภูมิจากผู้ติดเชื้อตามธรรมชาติ (Convalescence)
ข่าวดีคือคนไทยมีภูมิคุ้มกันสูงถึง 90% ที่มา : https://workpointtoday.com/covid-sinovac/
แต่ข่าวร้ายคือ ระดับภูมิคุ้มกันต่อโควิดในคนไทยเสื่อมลงในอัตราที่รวดเร็วมากเมื่อเทียบกับทั่วโลก เพราะมีการศึกษาโดยทำการติดตามวัดระดับภูมิคุ้มกันในบุคลากรของรพ.ธรรมศาสตร์ ที่ได้รับการเปิดเผยโดย ศ.นพ.อนุชา อภิสารธนรักษ์ ระบุว่าหลังได้รับวัคซีนSinovac พบว่าลดลงในอัตราที่สูงมาก โดยคิดเป็นร้อยละ 50 เมื่อเวลาผ่านไปทุก 35 วัน ซึ่งถ้าหากคำนวณโดยใช้ตัวเลขจากทั้งสองการศึกษาในคนไทยนี้พบว่า ภูมิคุ้มกันโควิดจากวัคซีนเชื้อตายอาจอยู่สั้นมากเพียง 2 เดือนเพื่อป้องกันการเข้ารพ. และ 4 เดือนเพื่อป้องกันการเสียชีวิต ซึ่งถ้าพิจารณาโดยใช้ข้อมูลการกลายพันธุ์ของโควิดเข้ามาร่วมด้วย อาจทำให้ภูมิคุ้มกันสั้นลงกว่านี้อีก
จึงไม่น่าแปลกใจว่าหลังจาก รพ.รามาธิบดี เปิดให้จองวัคซีนโมเดิร์นน่าซึ่งเป็นประเภท mRNA คนไทยแห่เข้าจองจนเว็บของรพ.ล่ม และจองเต็มภายใน 4 นาที
บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งมาเรียบเรียงเพื่อให้อ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายขึ้น โดยข้อมูลจากแต่ละแหล่งนอกเหนือไปจากนี้ก็จะมีความแตกต่างกันไปในรายละเอียด และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านไม่มากก็น้อย และหากมีจุดใดที่คลาดเคลื่อน ผู้เขียนต้องขออภัยมา ณที่นี้
และขอให้ทุกท่านปลอดภัยและมีสุขภาพที่ดี
1แชร์
58รับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      ทำไมนักช้อปชาวจีนถึงเลิกบินซื้อแบรนด์เนมนอกประเทศแล้ว
      เรื่องหูด เรื่องเล็ก รู้ทัน รักษาได้ ! หูดเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นตุ่มนูนแข็งบนผิวหนังที่เกิดจากเชื้อฮิวแมนแปปิโลมาไวรัส (Human Papilloma Virus) หรือเอชพีวี (HPV) การติดเชื้อเอชพีวีเป็นสิ่งที่พบได้โดยทั่วไป โดยเชื้อ ไวรัสเอชพีวีมีอยู่หลายชนิดและมีบางชนิดที่ทำให้เกิดหูด
      สรุปดราม่า สื่อไต้หวันกับนักแสดงไทย เมื่อสื่อไต้หวันลงข่าวตำหนินักแสดงไทย ไม่มีมารยาท มาสาย กินขนมขณะนั่งสัมภาษณ์
      รีวิว Mazda CX-30 Carbon Edition มาดเท่ ราคาทะลุ 1.2 ล้าน รีวิว Mazda CX-30 Carbon Edition ที่นำรุ่นท็อป 2.0 SP มาตกแต่งเพิ่มเติมพร้อมขยับราคา 12,000 บาท เป็น 1,211,000 บาท
      ดูทั้งหมด