10 ก.ค. 2021 เวลา 13:40 • คริปโทเคอร์เรนซี
เรื่องที่ 30 : มุมมองต่อสิ่งใหม่ที่เรียกว่า DeFi ตอนที่ 2
ตอนที่แล้ว ได้สรุปจุดอ่อนของ CeFi ไปแล้ว 2 ข้อ คือ CeFi มีความคล่องตัวน้อยกว่า DeFi ที่สามารถปรับแต่งให้ตรงกับความต้องการได้ง่ายกว่า และ CeFi มีลักษณะเป็นการรวมศูนย์จึงเป็นข้อจำกัดในการเข้าถึง เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีสิทธิเข้าถึงจุดศูนย์กลางได้ หรือแม้จะเข้าถึงก็ใช่ว่าจะทำได้สะดวกเหมือนกัน
วันนี้มาต่อจุดอ่อนอีก 3 ข้อที่เหลือ
3. CeFi เป็นระบบที่ขาดความโปร่งใสและตรวจสอบยาก ข้อนี้กลุ่มผู้เขียนมุ่งที่จะสื่อเพื่อเปรียบเทียบกับ Smart contact เพราะกระบวนการของ CeFi รวมศูนย์ ผู้บริโภคมีอำนาจต่อรองน้อย แต่ Smart contract หรือ Coding สามารถตรวจสอบได้ทุกบรรทัด ทุกอย่างเปิดเผย ผู้เล่นสามารถตรวจสอบได้เองจาก coding
ภาพจาก https://www.researchgate.net/figure/Smart-contract-implementation-for-IC-feature-upgrade-Algorithm-1-Pseudo-code-of_fig3_338360444
4. CeFi เป็นระบบที่ถูกควบคุมจากศูนย์กลาง แตกต่างจาก DeFi ที่เป็นอิสระกว่า ถูกจำกัด ควบคุมได้ยาก
หากมองในแง่ของผู้ที่ต้องการควบคุม ผู้ที่อยากจะควบคุมระบบ CeFi ก็มุ่งไปที่จุดศูนย์กลางที่เป็นหัวใจเลย โจมตีตำแหน่งเดียวจอด แต่ DeFi ทุกอย่างกระจายตัว จุดหนึ่งเสียหายหรือถูกควบคุม ก็มีจุดอื่นทดแทน เลยทำให้ถูกควบคุมได้ยาก
5. CeFi มีข้อจำกัดในการเข้าถึง จึงทำให้เกิดธุรกรรมและสร้างปฏิสัมพันธ์ได้น้อย แต่ DeFi เปิดกว้าง เรียกว่าใครใคร่ทำอันใดก็เชิญเลย หากมีความสามารถ
จากข้อด้อยของ CeFi กลุ่มผู้เขียนจึงสรุปผลพวงของ CeFi ไว้ 2 อย่างคือ
อย่างแรก คือ ระบบเศรษฐกิจแบบ CeFi จะเติบโตได้น้อยกว่า DeFi มีข้อจำกัดการเข้าถึง ปริมาณของปฏิสัมพันธ์ก็จะต่ำ เรียกง่ายๆคือ เงินหมุนเวียนน้อยกว่า DeFi
อย่างที่สอง คือ ระบบ CeFi มีความเหลื่อมล้ำในการใช้ทรัพย์กรมากกว่า DeFi คนที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางระบบ CeFi ก็มีสิทธิที่จะใช้ประโยชน์จากทรัพยกรได้มากกว่า
แต่ DeFi ก็มีความเสี่ยงที่ต้องระวัง
1. ความเสี่ยงทางเทคโนโลยี
DeFi ถูกสร้างมาจาก ระบบ infrastructure ขนาดใหญ่ ถ้าใหญ่ไม่พอ ประสิทธิภาพของ DeFi ก็ไม่เต็มที่
ขณะเดียวกัน ถ้าหัวใจสำคัญอย่าง Smart contact มี bug ขึ้นมา ความเสียหายที่ซ่อนอยู่ก็สามารถกระจายไปได้ง่ายๆ
2. ความเสี่ยงทาง กฎเกณฑ์และการกำกับดูแล
ปัจจุบันเราเห็นได้ชัดเจนว่า Regulator หลายประเทศตั้งแง่กับเทคโนโลยีใหม่ การกระจาย และการเข้าถึงได้ง่าย ทำให้ regulator ปวดหัวกับการหาวิธีจะควบคุม
มันเป็นงานยากแน่นอน เพราะ DeFi ถูกสร้างขึ้นเพื่อไม่ให้ถูกควบคุม ในแง่ดีคือความเป็นอิสระของผู้เล่นในระบบ DeFi แต่ในแง่ร้าย คือ ผู้เล่นต้องระมัดระวังดูแลตัวเอง
จุดนี้แหละที่ทำให้เกิดช่องว่างให้มิจฉาชีพฉวยโอกาสโดยที่รัฐไม่อาจจะช่วยคุ้มครองผู้ที่เป็นเหยื่อหรือผู้ที่อ่อนแอกว่า
และเป็นที่มาของแหล่งฟอกเงินขนาดใหญ่ที่จับตัวไม่ได้ ปั่นราคา สร้างราคา ล่อลวงให้เหยื่อหลงกลง่ายๆ
งานยากขนาดนี้หลายประเทศจึงใช้ยาแรงด้วยการออกกฎห้ามเสียเลย ซึ่งอาจจะทำให้ประเทศขาดการพัฒนาทางด้าน DeFi
เท่าที่อ่านบทวิจัย บทศึกษาขององค์กรชั้นนำของโลก ก็ไม่ได้มีที่ใดห้ามอย่างชัดเจน แบบจีน (เพราะรัฐบาลจีนจะทำเอง) แต่พยายามแนะนำให้ regulator ออกแนวทางในการกำกับดูแลในลักษณะการคุ้มครองผู้บริโภคมากกว่าการจำกัดหรือตรวจสอบการทำธุรกรรม
มุมมองต่อ DeFi เป็นสิ่งที่สำคัญมาก หากมองโดยทัศนะคติที่ไม่ถูกต้อง นั่นจะทำให้เราเสียโอกาสที่ 100 ปีจะมีซักครั้ง
โฆษณา