13 ก.ค. 2021 เวลา 10:34 • ไลฟ์สไตล์
ไปเจอลูกอมจากการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องดังของ Studio Ghibli สุสานหิ่งห้อย (Grave of the fireflies)
อย่างตื่นเต้น
คุณผู้อ่านเป็นไหมคะ เวลาที่ไปเจออะไรที่เหมือนกับในหนังเรื่องโปรด หรือการ์ตูนยอดนิยมของคุณ แล้วจะรู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ เหมือนกับที่ฉันกำลังตื่นเต้นอยู่ในตอนนี้
เชื่อว่าคุณผู้อ่านหลาย ๆ คนคงจะรู้จักและเป็นเอฟซีของภาพยนตร์การ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดังจากสตูดิโอกิบลิกันนะคะ ไม่ว่าจะเป็น Spirit away, Totoro และ Princess Mononoke ถ้าใช่ละก็ คุณจะต้องรู้จักอีกเรื่องหนึ่งแน่นอน ใช่แล้ว ฉันกำลังพูดถึงภาพยนตร์การ์ตูนสุดเศร้า Grave of the fireflies หรือในชื่อภาษาไทยว่า สุสานหิ่งห้อย
เรื่องราวที่เกิดขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองในประเทศญี่ปุ่น เรื่องราวความผูกพันระหว่างพี่ชายและน้องสาว กับลูกอมกลิ่นผลไม้ในกระป๋องสังกะสี
ลูกอมที่อยู่ในฉากของภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องนี้คือ Sakuma Drops ค่ะ Drops หมายถึง ลูกอมที่ทำจากน้ำตาลเหนียวแข็งมีกลิ่นผลไม้
ใครที่เคยชมภาพยนตร์ก็คงจำเจ้าลูกอมนี้และเสียงเขย่ากระป๋องกันได้เป็นอย่างดีด้วยใช่ไหมคะ
วันนี้เราไปซื้อของที่ร้านญี่ปุ่น ในเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย แล้วก็บังเอิ้น บังเอิญ ไปเจอเจ้าลูกอมที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายกับลูกอมในภาพยนตร์เข้า ดูแล้วมันใช่เลยจริง ๆ ก็เลยเกิดอาการตื่นเต้นแบบนี้ละค่ะ
ในกล่องสังกะสีสีสันสดใส มีลูกอมกลิ่นผลไม้ปนอยู่หลายสีหลายกลิ่น เป็นกลิ่นแบบอ่อน ๆ รสชาติกลมกล่อมกำลังดี อมแล้วให้ความรู้สึกหอมหวาน
เพื่อนคนญี่ปุ่นของฉันเล่าให้ฟังว่า ทุกปีในช่วงก่อนวันระลึกถึงเหตุการณ์ทิ้งระเบิดที่ฮิโรชิม่าและนางาซากิ จะมีการผลิตลูกอม Sukama Drops ที่ระลึกออกมาจำหน่าย ซึ่งจะใช้ภาพของ Setsuko เด็กน้อยในภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องนี้สกรีนอยู่บนกระป๋อง ผลิตออกมาจำหน่ายเป็นที่ระลึก
และลูกอมในกระป๋องที่ระลึกนี้ก็จะถูกเหล่าบรรดาแฟนการ์ตูนสุสานหิ่งห้อยต่างหาซื้อเก็บไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย
และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวในวันนั้นเจอนี่ที่ฉันมีมาฝากเพื่อน ๆ คุณผู้อ่านกันในวันนี้นะคะ
จนกว่าจะพบกันใหม่ค่ะ
Sakuma drops สกรีนรูป Setsuko https://raka.is/r/zKRl
# ผู้เขียน
เกิดกรุงเทพ เติบโตริมคลองแสนแสบที่ฉะเชิงเทรา จบการศึกษาจากขอนแก่น แล้วกลับไปทำงานที่กรุงเทพ ปัจจุบันอยู่บ้านเล็ก ๆ ในป่ากัมที่ประเทศออสเตรเลีย
เรียนและรักษ์ภาษาไทย ชอบออกไปดู ไปดม ไปชมโลก ด้วยความหลงใหลแล้วนำกลับมาเล่า
ฝากผลงาน E-book เที่ยวเมลเบิร์นด้วยตัวเองไปกับรถรางสาย 35 https://bit.ly/3g5QoC3
และบล็อก www.anattaland.com
โฆษณา