มีบัญชีอยู่แล้ว?
#พลังแห่งความเกลียด พลังแห่งความโกรธ
ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ แต่เราได้รับมรดกตกทอดมาจากมนุษย์ยุคโบราณ ตั้งแต่เมื่อหลายหมื่นปีที่แล้ว มรดกที่ว่านั้นก็คือ สัญชาตญาณของมนุษย์
ในยุคโบราณ มนุษย์มีความจำเป็นที่จะต้องจดจำสิ่งที่เป็นภัย สิ่งที่เป็นอันตราย เพื่อความอยู่รอด จากความจำเป็นกลายมาเป็นสัญชาตญาณที่ตกมาสู่มนุษย์ยุคปัจจุบันอย่างเรา
Image by Chetraruc from Pixabay
ด้วยสัญชาตญาณที่เราได้รับมา ทำให้มนุษย์เราสามารถที่จะจดจำเรื่องราวที่ไม่ดี ความรู้สึกในแง่ลบ ได้ดีกว่าเรื่องราวดีๆ ความรู้สึกด้านบวก
พลังด้านลบ เช่น พลังแห่งความเกลียด พลังแห่งความโกรธ จึงมักอยู่เหนือกว่า มีอำนาจมากกว่า พลังทางบวก มันจึงครอบงำเราได้ง่ายกว่า
หากใครที่มีพลังความเกลียด หรือ พลังความโกรธสะสมอยู่ในใจ สิ่งเหล่านี้จะเป็นเหมือนหนอนที่ชอนไชและกัดกร่อนพลังด้านบวกของเราไปทีละน้อยๆ
ไม่มีใครบังคับให้เราเก็บพลังความเกลียดไว้ในใจ
ไม่มีใครบังคับให้เราเก็บพลังความโกรธไว้ในใจ
มันไม่ส่งผลกระทบต่อใคร นอกจากตัวเราเอง
เวลาที่เราโกรธใครจนมือสั่น มีมือใครสั่นนอกจากมือของเราไหม
คนที่เราเกลียด คนที่เราโกรธ ไม่มีใครเลยที่เป็นเดือดเป็นร้อนจากพลังเหล่านี้ในใจเรา
คนที่ใจเดือดจนร้อนรุ่ม ก็คือตัวเราเพียงคนเดียว
แล้วเราจะเก็บมันไว้ทำไม? …
ปล่อยพลังความเกลียด พลังความโกรธออกมา
หากเราเกลียดใครสักคน หากเราเกลียดตัวเอง
ปล่อยมันออกมา …
หากเราโกรธใครสักคน หากเราโกรธตัวเราเอง
ปล่อยมันออกมา …
ค่อยๆคลายพลังลบเหล่านั้นด้วย การอภัย
อภัยให้คนอื่น … อภัยให้ตัวเอง
การอภัย ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้
มันคงดีกว่า หากว่าเราอภัยได้ … อภัยได้ ใจก็โล่ง
… ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อตัวเราเอง ใจของเราเอง
การอภัยคือหนทางเดียว ที่จะทำลายหนอนเน่าในใจของเรา
1
ทิ้งเรื่องที่ไม่ดีในอดีตไปเสีย แล้วหันมามองเรื่องดีๆในปัจจุบัน
เรื่องของอดีตก็คือเรื่องของอดีต …
เรื่องของปัจจุบัน ก็อย่าดึงอดีตเข้ามาปะปน …
เพราะเราคงไม่อยากกอดพลังความเกลียดและความโกรธไปจนวันสุดท้ายในชีวิต
… อดีต คือ ความทรงจำ … แต่ปัจจุบัน คือ ชีวิต
5
#สมองสองช้อน ขอบคุณผู้อ่านทุกคนนะคะ ขอบคุณทุกกำลังใจ
ถ้าไม่อยากพลาดบทความใหม่ๆ ในทุกๆวัน … กดติดตามไว้เลยนะคะ

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
    ครูส้ม So happy
    ขอบคุณมากค่ะ