มีบัญชีอยู่แล้ว?
🇺🇸สุดสัปดาห์พาเที่ยว อเมริกา🇺🇸 Ep. 2 Washington D.C. : ตึกรัฐสภา Capitol Hill
☄️รูปปั้นบนยอดโดมสีขาว คือ Statue of Freedom รูปปั้นแห่งเสรีภาพ แต่ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังคือ คนที่เป็นทาส !☄️
ชวนไปเที่ยวดินแดนต้นแบบประชาธิปไตย และเสรีภาพกันค่ะ
สัปดาห์ที่แล้ว พาเที่ยวที่ชิคาโก 🌨ท้องฟ้าหม่น อากาศเย็น ฝนพรั่งพรู เปลี่ยนเป็น ท้องฟ้าใส แดดเปรี้ยง ร้อนราวกับผิวจะไหม้ที่ วอชิงตัน ดีซี ค่ะ ☀️☀️🌤☀️☀️
นั่งเครื่อง United Airline ข้าม time zone มา 2ชั่วโมง เราก็มาถึง Ronald Reagan Washington National Airport ณ เมืองหลวงของประเทศสหรัฐอเมริกา: Washington District of Columbia
ที่นี่ดั้งเดิมเป็นที่ลุ่มแม่น้ำ บึงน้ำที่มียุงชุมมากกว่าคนอยู่อาศัย เมื่อถึงวันที่ 16 กรกฎาคม ปี ค.ศ. 1790 สภาคองเกรสของอเมริกา มีมติ เลือกบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำ Potomac นี้ เป็นที่สร้างศูนย์กลางบริหารประเทศ
เนื่องจากมีชัยภูมิที่ดี เหมาะกับการติดต่อค้าขาย มีแม่น้ำไหลออกมหาสมุทร และ เรียกชื่อเมืองว่า Washington ตามชื่อของประธานาธิบดีคนแรก
นี่คือ จุดเริ่มต้นของเมืองหลวงที่มีคนมาเยี่ยมชมมากที่สุดเมืองหนึ่ง…เขามาดูอะไร…รูปปั้นบนยอดโดมหน้าตาเป็นอย่างไร ตามพี่เขียนไปดูกันค่ะ 😍
โดมของ Capitol Hill ภาพจาก https://tile.loc.gov/image-services/iiif/service
ด้านหน้า Capitol Hill ภาพจาก https://washington.org/DC-faqs-for-visitors
Uber taxi พาเราฝ่าการจราจรเข้าสู่ใจกลางเมืองที่ถนนตัดกันเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ตึกใหม่ๆเป็นกระจกทุกด้าน เป็นโรงแรมบ้าง Convention Center บ้าง แล้วรถก็จอดที่หน้า Eldon Luxury Suite ตึกสมัยเก่าที่เราจองไว้ 2คืน
เดินเข้าไปในห้องก็ต้องร้อง ว้าว! โรงแรมนี้คงเคยเป็น Apartment มาก่อน ทำอาหารกินได้เลยค่ะ ครบครันทั้งห้องและเครื่องครัว
Eldon Luxury Suites ที่ Washington D.C.
นั่งพักขาในห้องได้ไม่นาน แดดอุ่นข้างนอกก็เรียกร้องให้เราออกไปค้นหา...เมืองหลวงแห่งนี้มีอะไรดี….. ที่เคยเห็นในรูปก็แท่งอนุสาวรีย์สูงๆ กับสนามกว้างๆ บริเวณตึกโดมใหญ่ๆสีขาว
☄️นั่นแหละค่ะ ที่เราจะไปเดินดูวันนี้เลย ตึกรัฐสภาสหรัฐ ที่เรียกกันว่า Capitol Hill☄️
มีสถานีรถไฟใต้ดินใกล้ๆที่พัก จึงคิดไว้ว่าจะไป Capitol Hill โดยลง รถไฟใต้ดิน เสร็จแล้วก็เดินไปเรื่อยๆ เมื่อยก็พัก จนถึง Museum of Natural History ที่มีช้างตัวใหญ่ๆกับไดโนเสาร์
หมวก และแว่นตาดำพร้อม ลุย!
Union Station :หลังคาโค้ง มีกลมๆสีทองประดับ ครอบห้องโถงใหญ่ที่มีรูปปั้นโรมันขนาดใหญ่ 36 ตัวเรียงรายโดยรอบ ทุกอย่างที่นี่ใหญ่หมด!
โผล่ขึ้นมาจากรถใต้ดินก็ เจอ Union Station สถานีรถไฟใหญ่ที่เก่าแก่สร้างมาร้อยกว่าปีแล้ว
สถานีแห่งนี้ มีนักเดินทางท่องเที่ยว 90,000คน ผ่านโถงหลังคาโค้งนี้ทุกๆวัน มีร้านอาหาร และ ห้างขายของอีก 100 กว่าร้าน เราจึงเลือกกินอาหารกลางวันที่นี่ก่อน อิ่มแล้วจะได้มีแรงเดินต่อ เดินฝ่าเปลวแดดตอนบ่ายกันค่ะ!
ต้นไม้เขียวร่มครึ้มก็จริง แต่กันแดดไม่ได้เลย…เห็นโดมขาวๆโน่นไหมคะ…อยู่กลางแดดจ้าเลยค่ะ☀️☀️
เดินไปถึงลานกว้างทางด้านหลังของตึก ไม่มีคนเลย … เขาอยู่ที่ไหนกัน? ..เดินไปดูใกล้ๆซิ มีทหารยืนเฝ้าอยู่ เข้าไปถามก็บอกว่า ยูต้องเดินอ้อมไปด้านหน้า ทางเข้าอยู่ใต้ดิน
มิน่าลานดูโล่งมากๆ😀 …เขาลงไปอยู่ใต้ดินกันหมดล่ะจ้า!
ลานโล่งปราศจากผู้คน ที่ Capitol Hill (ด้านหลัง)
Visitor Center ของ Capitol Hill ต่อเติมใต้อาคารเพื่อไม่ให้เสียทัศนียภาพ เปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 2008 ทางเข้าด้านหน้ามีเอ็กซเรย์ตรวจอาวุธ และตรวจเข้มเหมือนขึ้นเครื่องบินเลยค่ะ
การเดินชมภายในจะมีผู้นำกลุ่มที่ใส่เสื้อสีแดงเดินอธิบายไปตามห้องต่างๆ ….ห้ามเฉไฉออกไปยืดคอเดินดูนั่นดูนี่เองเด็ดขาด….มิฉะนั้น อาจถูกตำรวจเชิญไปโรงพักได้ค่ะ 😀
พี่เขียนต้องระมัดระวังตัวแจเลย…มิกล้าแตกแถว!😃
ไกด์ของ visitor center รูปร่างสูงใหญ่ ถือสายหูฟังที่เป็นเครื่องขยายเสียง ให้เราฟังระหว่างเวลาเดินชม
เข้าไปดูวิดิโอคลิปสั้นๆการนำเที่ยว Washington DC ที่พี่เขียนตัดต่อรูป เสียงเพลง และบรรยายเอง ได้ที่ลิ้งค์ YouTube นี้ค่ะ👇
สงสัยไหมคะว่ารูปปั้นที่อยู่บนโดมสูงที่สุด ขึ้นไปอยู่บนนั้นได้อย่างไร?
ผู้ออกแบบStatue of Freedom รูปปั้นแห่งเสรีภาพ คือ Thomas Crawford ชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ที่โรม ประเทศอิตาลี
ในปี 1857 เขาได้ส่งแบบ ชิ้นส่วนพลาสเตอร์โมเดลขนาดเท่าของจริงส่งข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงอเมริกา เพื่อนำมาประกอบกันเป็นรูปปั้นสูงเกือบ 6 เมตร
รูปปั้นพลาสเตอร์โมเดล Statue of Freedom สูง 5.9 เมตร หนัก 5.8 ตัน ที่จัดแสดงอยู่ใน visitor center
เมื่อประกอบกันเสร็จแล้ว ปัญหาต่อมาคือ จะต้องนำแต่ละชิ้นส่วนแยกออกมาหล่อด้วยโลหะบรอนซ์ ก่อนจะประติดประต่อเข้าไปใหม่
ณ ขณะนั้น ยังไม่มีช่างฝีมือคนไหนที่มีความชำนาญมากพอ จนกระทั่งมีทาสคนหนึ่ง ชื่อ Philip Reid เจ้านายได้ให้มาช่วยดำเนินการ
ด้วยความสามารถของทาสผิวดำผู้นี้ ได้หาวิธินำชิ้นส่วนออกมาหล่อโลหะเป็นชิ้นๆได้สำเร็จ ในช่วงเวลาที่อเมริกายังอยู่ในความยากลำบากของสงครามกลางเมือง
ในวันที่ 2 ธันวาคม ปี 1863 ชิ้นส่วนสุดท้ายคือศีรษะของรูปปั้น Statue of Freedom ก็ได้ประกอบลงบนบ่าอย่างสง่างามบนยอดโดมสีขาวของCapitol Hill
ณ เวลานั้น Philip Reid ผู้เป็นทาส ก็ได้เป็นอิสระเสรี แล้วเช่นเดียวกัน
Statue of Freedom
ห้องโถงใหญ่ของ Visitor Center ของ Capitol Hill จึงได้รับการตั้งชื่อว่า
“Emancipation Hall”
เพื่อระลึกถึงแรงงานทาสที่เป็นกำลังสำคัญในการสร้างตึกโดมสีขาวหลังนี้ และรูปปั้นสง่างามที่ประดับอยู่บนยอด
Emancipation Hall ที่มีรูปปั้นพลาสเตอร์ Statue of Freefom ประดับเด่นอยู่
🌸ที่ Washington ยังมี พิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจอีกหลายแห่งค่ะ ถ้าใครสนใจติดตามอ่านต่อใน Monday Museum พรุ่งนี้นะคะ🌸
อ้างอิง

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
    Suphaluck Jum
    อยากไปเที่ยวเลยค่ะพี่เขียน