10 ส.ค. 2021 เวลา 23:30 • หนังสือ
(11) สรุปเนื้อหาสาระสำคัญจากหนังสือ
ลงทุนแบบป้าแอนน์ โดย ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
ตอนที่ 11
คุณภาพ-ราคา-ผลตอบแทนของหุ้น
คุณภาพของบริษัทนั้น ผมวัดจาก ความสามารถในการแข่งขันของบริษัทเมื่อเทียบกับคู่แข่ง รวมถึงศักยภาพของบริษัทในการต่อสู้กับคู่แข่งใหม่ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในภายหลัง ซึ่งนั่นอย่างน้อย ต้องรวมถึงตัวผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ต้องโดดเด่นกว่ารายอื่น หรือถ้าจะสรุปแบบสั้นๆ ก็คือ เป็นบริษัทที่มีอำนาจทางการตลาดสูง ซึ่งจะทำให้สามารถขายสินค้าในราคาที่มีกำไรที่ดี และเป็นบริษัทที่ค่อนข้างจะสามารถกำหนดเส้นทางการทำธุรกิจ และผลประกอบการของตนเองได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่ "ควบคุมไม่ได้" ทั้งหลาย
และนั่นก็คือความหมายของคำว่า "คุณภาพของบริษัท" ส่วนที่ว่าคุณภาพดีแค่ไหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับระดับของความโดดเด่น หรือการผูกขาดทางด้านการตลาด รวมถึงสิ่งที่สำคัญมากอีกอย่างหนึ่งก็คือ อัตราการเติบโตของรายได้และผลประกอบการที่ "มั่นคง" นั้น
หน้าที่ของเราก็คือ พยายามเข้าใจ และ "จัดอันดับ" คุณภาพของบริษัทแต่ละบริษัท ตั้งแต่ดีเยี่ยมหรือดีมาก ดีปานกลาง และแย่หรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ย โดยวิธีหนึ่งที่วัดว่าหุ้นถูกหรือแพงก็คือ การเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ เช่นหุ้นที่มีค่า PE 17-18 เท่า ซึ่งเป็นค่า PE ตลาดหุ้นในช่วงนี้ อาจจะถือว่าเป็นหุ้นที่ราคา "ปานกลาง" หุ้นที่ PE ต่ำกว่า 10 เท่าถือว่าถูกมาก หุ้นที่มีค่า PE สูงถึง 40-50 เท่าถือว่าแพงมาก เป็นต้น
หลังจากที่เราสามารถจัดอันดับทั้งคุณภาพของบริษัทและราคาของหุ้นแต่ละตัวได้แล้ว ลำดับต่อมาก็คือ เราก็นำมาเปรียบเทียบกัน เพื่อที่จะดูว่าผลตอบแทนที่เราคาดว่าจะทำได้จะเป็นอย่างไร และต่อไปนี้ก็คือ หัวข้ออย่างคร่าวๆ ที่ผมคิดว่าผลน่าจะเป็นอย่างนั้นในระยะยาว นั่นคือ
- ถ้าพอร์ตหุ้นส่วนใหญ่ของเราประกอบไปด้วยหุ้นคุณภาพ บริษัทดีและหุ้นราคาถูก ผลตอบแทนที่เราจะทำได้ในระยะยาวก็จะดีเยี่ยม
- ถ้าหุ้นส่วนใหญ่ที่เราซื้อ เป็นหุ้นของบริษัทที่มีคุณภาพดี แต่ราคาปานกลาง ผลตอบแทนของเราก็จะค่อนข้างดี
- ถ้าหุ้นส่วนใหญ่ของเราเป็นบริษัทที่ดี แต่หุ้นมีราคาแพง ผลตอบแทนของเราจะ "ปานกลาง" คืออาจจะพอๆ กับผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์โดยเฉลี่ย
- ถ้าหุ้นส่วนใหญ่ของเราเป็นบริษัทที่คุณภาพ "ปานกลาง" ราคาหุ้นถูก ผลตอบแทนก็น่าจะดี
- ถ้าหุ้นของเรามีคุณภาพปานกลาง และราคาหุ้นปานกลาง ผลตอบแทนก็น่าจะปานกลาง
- ถ้าหุ้นมีคุณภาพปานกลาง แต่เราซื้อในราคาแพง ตัวอย่างเช่น หุ้นที่โตร้อนแรงจากปัจจัยชั่วคราวที่เราเข้าซื้อในราคาที่มีค่า PE สูงถึง 40-50 เท่า แบบนี้ผลตอบแทนของเราก็อาจจะแย่
- ถ้าเราซื้อคุณภาพ "ต่ำ" ในราคาที่ถูก ผลตอบแทนของเราก็อาจจะได้แค่ปานกลาง ยกเว้นแต่หุ้นที่ถูกมาก เราอาจจะได้ผลตอบแทน "ดีพอใช้" แนว VI ดั้งเดิมแบบเกรแฮม
- ถ้าเราซื้อหุ้นคุณภาพต่ำ ราคาปานกลาง ผลตอบแทนก็คงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ที่แย่ยิ่งกว่านั้นก็คือ การซื้อหุ้นคุณภาพต่ำในราคาแพงเช่น หุ้นที่ถูกปั่นหรือเก็งกำไรด้วยสตอรี่ที่ไม่เป็นจริง ผลตอบแทนก็จะแย่มาก
ประเด็นที่เราจะต้องตระหนักเสมอก็คือ การซื้อหุ้นทุกครั้ง เราควรเข้าใจว่าเรากำลังซื้อหุ้นกลุ่มไหนอยู่ มิฉะนั้นพอร์ตของเราอาจจะเต็มไปด้วยหุ้นที่ให้ผลตอบแทนต่ำในระยะยาวได้
เขียน ณ วันที่ 5/11/2559
หากเห็นว่าหนังสือเล่มนี้เป็นประโยชน์กับคุณ อย่าลืมซื้อ เพื่อเป็นการสนับสนุน ผู้เขียนด้วยนะ
หาซื้อได้ที่ ร้านหนังสือ Se-Ed Book Center หรือร้านจำหน่ายหนังสือใกล้บ้านคุณ ราคา 220 บาท
สามารถกดติดตาม กดไลค์ กดแชร์ เพื่อรับบทความดีๆจาก เพจคลังปัญญา ได้ในทุกวันเวลา 06.30 น. สามารถติชม แนะนำ
ในทางสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาเพจในทางที่ดีขึ้นได้นะ ขอขอบคุณผู้ติดตามทุกท่านมานะที่นี้
โฆษณา