19 ก.ค. 2021 เวลา 17:56 • ไลฟ์สไตล์
นวนิยายเรื่องนี้ (พนมนาคา) เขียนโดย "พงศกร" ซึ่งท่านเป็นหมอที่เป็นหมอจริงหมอที่จบแพทยศาสตร์ มีผลงานด้านงานเขียนมาแล้วหลายต่อหลายเรื่องทั้งที่ถูกนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ เช่น สาปภูษา รอยไหม กี่เพ้าโดยเฉพาะกี่เพ้า มีความเกี่ยวพันกับเรื่องพนมนาคาหนิดหน่อย ตัวพระเอกในพนมนาคา พุ่มข้าวบิณฑ์หรือหนูพุก เป็นน้องชายของนางเอกในเรื่องกี่เพ้า ถ้าเห็นแค่ชื่่อเรื่องและภาพประกอบตรงหน้าปก แน่นอนใครๆก็เดาออกว่าต้องเกี่ยวพันกับ "พญานาค และประเทศเพื่อนบ้าน"แน่ๆเลย ซึ่งก็ถูกต้อง ครั้งแรกที่เราหยิบมาอ่านก็เพราะด้วยเหตุนี้ ในคำนำของผู้เขียน คุณหมอท่านบอกเอาไว้คร่าวๆว่าต้องการนำเรื่องของความเชื่อของคนในแถบลุ่มน้ำโขงกับวิทยาศาสตร์มาผูกโยงเข้าด้วยกันและ "พญานาค"ก็คือความเชื่อของผู้คนในแถบนี้จึงถูกนำมากล่าวอ้างในนวนิยายเรื่องนี้ เนื้อเรื่องเริ่มขึ้นเมื่อมีหญิงจากหมู่บ้านหนึ่งแต่งงานกับชาวต่างชาติและนำภาพถ่ายของเด็กที่เป็นโรคชนิดหนึ่งในหมู่บ้านที่เธอจากมาไปเผยแพร่จนไปเข้าตาของหมอระดับศาสตราจารย์คนหนึ่งเข้า หมอคนนี้อยากมาศึกษาอาการเจ็บป่วยของเด็กในหมู่บ้านแห่งนี้จึงรวบรวมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยมีนางเอกที่เป็นนักวาดภาพติดตามมาด้วย "คุณหมอพงศกร"ให้เหตุผลว่าที่ต้องให้นางเอกมาวาดภาพเพราะการวาดภาพจะเห็นรายละเอียดของเส้นได้ชัดเจนกว่าการถ่ายด้วยกล้องเมื่อกลุ่มหมอและนางเอกเดินทางเข้าประเทศมาและจะไปยังหมู่บ้านแน่นอนต้องมีพระเอกติดตามไปด้วยเป็นคนนำทาง เมื่องานเริ่มขึ้นนางเอกเริ่มสงสัยว่าทำไมเด็กที่เจ็บป่วยที่นำมาให้วาดอาการของโรคไม่เห็นมีแบบที่ หญิงคนนั้นนำไปเปิดเผย จึงพยายามหาสาเหตุว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้อยู่ที่ไหน ในขณะเดียวกันความเชื่อของการบูชาพญานาคของชาวบ้านก็ทำให้ชาวบ้านเชื่อว่าอาการของผู้ป่วยเกิดจากพญานาคและเมื่อบูชาพญานาคแล้วผู้ป่วยก็จะหายเอง ด้วยความสงสัยถึงอาการป่วยจึงพยายามถามผู้เกี่ยวข้องทำให้ทราบว่าเด็กที่ป่วยไม่ได้เป็นแต่กำเนิด เพิ่งมาป่วยเมื่อเริ่มโต และผู้ที่ป่วยหนักนั้นมักจะเกิดจากพ่อและแม่ของเด็กนั้นแต่งงานกับคนในหมู่บ้านเดียวกัน ถ้าเป็นเด็กที่เกิดจากพ่อแม่คนหนึ่งคนใดเป็นคนต่างถิ่นอาการของโรคก็จะไม่หนัก ดังนั้นสาเหตุที่จะเกิดจากคำสาปของพญานาคย่อมเป็นไปไม่ได้ และเมื่อย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปี ก่อนหน้านี้พบว่ามีหมอกลุ่มหนึ่งได้เดินทางมาในหมู่บ้านแห่งนี้ และยิ่งเมื่อตรวจสอบไปอีกทำให้ทราบว่าหมอที่เดินทางมาเมื่อ 20 ปีที่แล้วกับศาสตราจารย์ที่จ้างนางเอกมาร่วมทีมคือคน คนเดียวกัน และเมื่อตรวจสอบไปอีกพบว่า "ศาสตราจารย์คนนี้"เปลี่ยนชื่อมาแล้วหลายครั้ง รวมทั้งใบหน้าด้วย อดีตของศาสตราจารย์คนนี้ที่บ้านมีธุรกิจผลิตยา และวัคซีน.... เล่ามาถึงตอนนี้คนอ่านพอจะเดาออกได้หรือไม่ว่า....อาการของผู้ที่ป่วยเกิดจากสาเหตุอันใด ...ถ้าเดาไม่ออกก็ขอบอกแล้วกัน5555 สรุปแล้วก็คือว่า เจ้าของวัคซีนเอาวัคซีนมาทดลองให้กับเด็กๆเมื่อ 20 ปีที่แล้ว มีหมอในหมู่บ้านจับได้จะนำข้อมูลไปบอกกับทางรัฐบาลแต่โดนฆ่าตายซะก่อน เด็กที่ถูกฉีดวัคซีนในตอนนั้น 20 ปี ผ่านมาถ้าแต่งงานด้วยกันก็จะมีลูกออกมาก็จะมีอาการของความผิดปกติทั้งกระดูก ผิวหนัง และเสียง แต่ถ้าแต่งงานกับคนต่างหมู่บ้าน ผลของวัคซีนที่เกิดในชั้นลูกก็จะแสดงออกไม่มากแค่ที่ผิวหนัง นวนิยายจบลงด้วยการช่วยเหลือของพญานาค ให้เด็กที่ป่วยกลับมาเป็นปกติ เราอ่านเรื่องนี้จบไปเมื่อตอนต้นเดือน ก.พ.2564 ก็พอดีกับการที่รัฐบาลจะฉีดวัคซีนให้กับประชาชน เราไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญ และเรื่องที่อ่านก็เป็นนวนิยาย แต่เท่าที่ทราบ วัคซีนทุกตัวกว่าที่จะพัฒนาได้ดีและเหมาะสมต้องใช้เวลาในการพัฒนาเป็น 10 -20 ปี แต่ในครั้งนี้พิเศษที่ต้องอยู่ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน จึงต้องนำมาใช้อย่างเร่งด่วน ผลในอีก 10-20 ปี ข้างหน้าไม่มีใครบอกได้ และเมื่อถึงวันนั้นเราจะคิดไหมว่ามันเกิดจากการฉีดวัคซีนในวันนี้ และในชีวิตจริง ก็คงไม่มี"พญานาค"มาช่วย เราไม่ได้คัดค้านใคร สำหรับตัวเราเองตั้งแต่แรกแล้วเราไม่เชื่อว่า"วัคซีน"จะดีแค่ไหนก็ตามไม่ใช่ทางเลือกสุดท้ายของการรักษาเพราะเชื้อไวรัสยังไงก็ไม่สามารถที่จะรักษาให้หายขาดได้ และตัวเราเองถ้าเลือกได้เราก็จะไม่ฉีดวัคซีน แต่เมื่อเลือกไม่ได้เพราะเรายังต้องอยู่ในสังคมที่ต้องติดต่อกับคนรอบข้าง ฉีดไว้เพื่อให้คนรอบข้างได้อุ่นใจว่าเราก็เป็นคนหนึ่งที่ได้ช่วยหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรค ส่วนท่านใดจะคิดยังไงนั้นแล้วแต่บุคคล
โฆษณา