27 ต.ค. 2021 เวลา 06:40 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
แสงจักรราศีและกลุ่มดาวจักรราศีที่น่ารู้จัก
กลุ่มดาวจักรราศีมีความพิเศษจากกลุ่มดาวอื่นๆตรงที่พวกมันล้วนแล้วแต่อยู่บนเส้นทางของดวงอาทิตย์ กล่าวคือ ในแต่ละวัน ดวงอาทิตย์จะเปลี่ยนตำแหน่งไปเล็กน้อย โดยจะค่อยๆเคลื่อนที่ทับไปบนกลุ่มดาวจักรราศี นั่นเอง
แม้กลุ่มดาวจักราศีจะมีทั้งหมด 12 กลุ่ม แต่ในการดูดาวเบื้องต้น มีกลุ่มดาวจักรราศีบางกลุ่มที่น่ารู้จักไว้เพราะสังเกตไม่ยาก ดังนี้
1. กลุ่มดาวคนคู่ (Gemini) เมื่อลากเส้นระหว่างดาวในกลุ่มนี้ออกมาแล้วจะมีลักษณะคล้ายกับคนสองคนยืนอยู่ข้างกัน ตามตำนานกรีก นั่นคือ ชายฝาแฝด ชื่อ คาสเตอร์ กับ พอลลักส์ (Castor and Pollux) ซึ่งคำว่า Gemini มาจากคำละตินที่แปลว่า แฝด แต่คนไทยมองเห็นเป็นกลุ่มดาวโลง(ศพ)
กลุ่มดาวคนคู่ (Gemini)
ดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดในกลุ่มดาวนี้ชื่อว่า คาสเตอร์ เมื่อมองด้วยตาเปล่าจะเห็นเป็นดาวฤกษ์สว่างดวงเดียว แต่เมื่อใช้อุปกรณ์ทางดาราศาสตร์ศึกษาอย่างละเอียดจะพบว่าแท้จริงแล้วมันเป็นระบบดาวฤกษ์ 6 ดวงที่โคจรรอบกันและกัน โดยรูปแบบการโคจรนั้นน่าทึ่ง
ระบบดาวคาสเตอร์
การรู้จักกลุ่มดาวนี้ไว้ยังมีประโยชน์เพราะในช่วงกลางเดือนธันวาคม จะมีฝนดาวตกเจมินิดส์ (Geminids Meteor Shower) กระจายรอบๆกลุ่มดาวนี้ เป็นหนึ่งในฝนดาวตกที่มีดาวตกชุกที่สุด และน่าดูที่สุดเพราะในช่วงเดือนธันวาคม ประเทศไทยอยู่ในฤดูหนาวที่มีโอกาสเจอเมฆฝนน้อยกว่าฤดูอื่นๆ (สมัยที่ผมทำงานด้านดาราศาสตร์ ฝนดาวตกนี้มีดาวตกเยอะมากจริงๆ ดูแล้วมีความสุขมาก)
กลุ่มดาวสิงโต (Leo)
2. กลุ่มดาวสิงโต (Leo) เป็นกลุ่มดาวที่มีรูปร่างโดดเด่นที่สุดกลุ่มหนึ่ง เราอาจมองให้เป็นสิงโตได้ โดยดาวเรียงเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมูคือตัวสิงโต และมีเส้นโค้งลากต่อขึ้นไปเป็นส่วนหัวของสิงโต (แม้โดยส่วนตัวผมมองว่ามันเหมือนกับเตารีดเสียมากกว่า)
1
ดาวที่สว่างที่สุดในกลุ่มดาวนี้มีชื่อว่า เรกูลัส (Regulus) มาจากคำละตินที่แปลว่า เจ้าชาย ส่วนคำเรียกชื่อดาวนี้ในภาษาอาหรับแปลว่า หัวใจสิงโต
พายุฝนดาวตก (Leonids storm)
ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนจะมีฝนดาวตกลีโอนิดส์ (Leonids Meteor Shower) กระจายออกรอบๆกลุ่มดาวนี้ เป็นอีกหนึ่งฝนดาวตกที่มีจำนวนดาวตกเยอะมาก ฝนดาวตกลีโอนิดส์ในปี ค.ศ. 1833 นั้นมีจำนวนดาวตกมากจนถูกเรียกว่าเป็นพายุฝนดาวตก (Leonids storm) ในสมัยก่อน ศิลปินอย่าง Adolf Vollmy สร้างผลงานแกะไม้แสดงภาพพายุฝนดาวตกในครั้งนั้นไว้อย่างสวยงามและอลังการ
นับเป็นอีกหนึ่งฝนดาวตกที่ดูได้อย่างมีความสุขเช่นกัน
กลุ่มดาวแมงป่อง (Scorpius)
3. กลุ่มดาวแมงป่อง (Scorpius) มีรูปร่างโค้งงอคล้ายกับลำตัวและหางแมงป่อง ดาวฤกษ์สีแดงสว่างที่สุดอยู่ตรงกลางลำตัวแมงป่อง มีชื่อว่า แอนทาเรส (Antares) มีความหมายว่าคู่ปรับของอาเรส ท่านใดที่คุ้นเคยกับเรื่องเล่าตำนานกรีกจะรู้ดีว่า อาเรส คือเทพแห่งสงครามองค์เดียวกับเทพเจ้ามารส์ (Mars) แห่งดาวอังคาร เหตุที่ทั้งสองเป็นคู่ปรับกันเพราะดาวทั้งสองดวงมีสีแดงสว่างบนท้องฟ้าแข่งขันกัน
คนไทยเรียกดาวสีแดงนี้ว่า ดาวปาริชาต ซึ่งปาริชาติเป็นชื่อของต้นไม้ที่มีดอกสีแดงเข้ม บางตำนานมีความเชื่อว่าต้นปาริชาตนั้นอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และกลิ่นจากดอกไม้นี้ช่วยให้ผู้ที่สูดดมระลึกชาติได้
2
กลุ่มดาวนี้มีความสำคัญต่อการดูดาวด้วยเหตุผลที่ว่ามันปรากฏบนท้องฟ้าใกล้กับใจกลางทางช้างเผือก ดังนั้นถ้ามองหากลุ่มดาวแมงป่องเจอก็จะหาใจกลางทางช้างเผือกได้ง่ายขึ้น
แสงจักรราศี (Zodical light)
แถมท้ายเล็กน้อย ด้วยปรากฏการณ์แสงจักรราศี (Zodical light) ซึ่งสังเกตเห็นได้ในช่วงที่ดวงอาทิตย์ตกดินไปแล้วไม่นาน ในทิศตะวันตกที่ดวงอาทิตย์เพิ่งจะลับขอบฟ้าไป โดยจะปรากฏเป็นแสงเหนือขอบฟ้าคล้ายรูปสามเหลี่ยมที่ชี้ไปทางกลุ่มดาวจักราศี เกิดจากแสงอาทิตย์ตกกระทบกับฝุ่นในอวกาศที่กระจายตัวอยู่ในระนาบการโคจรของดาวเคราะห์ แล้วเกิดการกระเจิงแสงเหล่านี้ออกมา
ฤดูกาลที่เหมาะสำหรับการสังเกตแสงจักราศี คือ ช่วงฤดูฤดูใบไม้ผลิ ปรากฏการณ์นี้สามารถสังเกตเห็นในช่วงย่ำรุ่ง ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น ได้ด้วย แต่จะเรียกว่า false dawn และสังเกตเห็นได้ดีในช่วงฤดูใบไม้ร่วง
ช่วงนี้ประเทศไทบกำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว (แม้อากาศจะร้อนอยู่) ท่านที่สนใจการดูดาว แนะนำให้เตรียมตัวศึกษาและดูในช่วงนี้ได้เลยครับ บทความครั้งถัดๆไปจะนำเรื่องของกลุ่มดาวและปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟังอีกนะ
1
โฆษณา