เมื่อตอนเด็กฉันสามารถคุยคนเดียวได้ มีเพื่อนในจินตนาการเป็นเทพ พอโตมาหน่อยอาการหายไป เริ่มสนใจอ่านเรื่องพระเจ้า และเทพเจ้าในศาสนาต่างๆ มีคำถามว่าทำไมเราต้องเป็นพุทธตามพ่อ แม่ แล้วเราเลือกศาสนาเองไม่ได้หรอ
...
จนช่วงมัธยม ย้ายมาอยู่โรงเรียนคาทอลิก มีโอกาสช่วยงานบราเดอร์อยู่บ่อยๆ ช่วงนี้เลยศึกษาคริสต์เป็นหลัก
...
พอเข้ามหาลัยก็อยู่ในมหาลัยคาทอลิก แต่พอได้เรียนวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม ก็จะมีเรื่องเทพเจ้ากรีก โรมัน ยุคก่อนคริสเตียน ยุคมืด ยุคกอธิค ยุคเรแนซองส์ ซึ่งเมื่อได้วิเคราะห์ดูแล้ว ศาสนาคริสต์มันไม่บริสุทธ์แล้ว มันคือการเมือง ก็เลยถอยตัวเองออกมากลายเป็นคน "ไม่มีศาสนา" จนกระทั่งได้อ่านงานของท่านพุทธทาส เกี่ยวกับการการ"ไม่มีศาสนา" ยิ่งทำให้ห่างหายจากศาสนามากขึ้น
จนกระทั้ง...
...
เช้าวันตรุษจีน ที่ตรงกับวาเลนไทน์ ในเสียงประทัด ฉันได้ยินเสียงจอแจอยู่ด้านล่าง เลยเปิดม่านที่ระเบียง และภาพที่เห็นข้างล่างคือ...
...
ร่างที่แหลกและ
ฉันอึ้ง ฉันกลัว ในคืนแรก...
...
ฉันนอนไม่หลับ แม้จะอยู่กับเพื่อนอีกคนหนึ่งก็ตาม ฉันเปิดบทสวดหลายแนวตั้งแต่ เพลงสวดในโบสถ์คริสต์ สวดพุทธทำนองสรภัญญะ ไปจนถึงเพลงสวดมนต์แบบธิเบต แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก จนกระทั่ง...
...
ฉันกลับมาอ่านบทความของท่านพุทธทาส เกี่ยวกับการตาย แล้วพบว่า "ธรรมะ คือ ธรรมชาติ" (อย่างที่พี่ตูน บอดี้สแลมว่าไว้) เลยทำให้คิดได้ว่าเนี่ยเรากลัวอะไรอยู่ ความตาย หรือ ผี หรือ อะไร จนเช้าวันหนึ่ง...
...
ฉันเห็นแม่ของผู้ตายมาเก็บข้าวของด้วยแววตาเศร้า แฝงไว้ด้วยความสิ้นหวัง เลยคิดได้ว่า "คนเราอาจจะอยู่เพื่อเป็นความหวังของคนอื่น และเมื่อเราตาย เราไม่ได้ตายไปคนเดียว แต่ตายพร้อมความหวังของคนรอบข้าง"
...
สรุป เพราะ "ธรรมชาติ" ฉันจึงกลับมาหา "ธรรมะ"
โดยเลือก ศาสนาพุทธ เป็นแนวทางหลัก