กล้าพูดว่า มันคือวัตถุดิบสำคัญในการเขียนคอนเทนต์ที่ขาดไม่ได้เลย เราเอาทริคนี้มาใช้จนสร้างยอดหลัก 100,000 ได้ใน 1 โพสต์ ตั้งแต่ 1 เดือนแรก (ปัจจุบัน 4 เดือนแล้ว
ความโชคดีอยู่ตรงที่ เราได้ทำงานอยู่กับอาจารย์สอนเขียนคอนเทนต์ (copywriting) เลยได้วิชาติดตัวมา ทำให้ขายได้ตั้งแต่ยังไม่เปิดเพจด้วยซ้ำ แต่พอเปิดเพจแล้ว เราก็ทำยอดขายได้แบบออร์แกนิค 100% เลย
ทริคที่คุณต้องรู้ไม่ได้มีแค่ การเขียนคอนเทนต์มีองค์ประกอบอะไรบ้างอย่างเดียวนะ แต่มีเรื่องทริคการสื่อสารในงานเขียนของคุณด้วย เป็นองค์ประกอบเล็ก ๆ แต่สำคัญมาก และสิ่งเล็ก ๆ เนี่ยแหล่ะ ที่รวมประกอบกันเป็นภาพใหญ่ ส่งผลในความรู้สึกของคนอ่านได้
และความรู้สึกของคนอ่านเนี่ยแหล่ะ ที่เป็นตัวตัดสินว่า ลูกเพจอยากจะติดตามคุณต่อ หรือจะไม่สนใจคอนเทนต์ของคุณเลย
เป็นจุดสำคัญที่ข้ามไม่ได้ เพราะมีส่วนทำให้…
"ลูกเพจ" กลายมาเป็น "ลูกค้า" ของคุณ
เพจ นักอ่าน มือสรุป
# ทริคการสื่อสาร การเขียนคอนเทนต์
1. "เนื้อหา" สอดคล้องกับ "พาดหัวเรื่อง(Headline)
พาดหัวมีไว้ดึงดูดคนได้มากที่สุด การตั้งพาดหัวให้กระชากกลูกเพจเข้ามาอ่านได้ คือการ "ก้าวเข้าสู่ชัยชนะ 1 ก้าวใหญ่ ๆ"
และก้าวต่อมาคือ เนื้อหาที่เขียนให้สอดคล้องกับพาดหัว ไม่ว่าจะใช้พาดหัวสวยหรูอลังการแค่ไหน หรือใช้คำเปรียบเปรยความหมายดียังไงก็ตาม ถ้าคุณให้คำตอบในคำเปรียบเปรยนั้น ให้คำตอบในคำสวยหรูเหล่านั้นได้ ตรงกับสิ่งที่สัญญาไว้ว่าจะให้ในพาดหัวของคอนเทนต์คุณ ลูกเพจจะเชื่อมั่นในคอนเทนต์ของคุณ และเพิ่มโอกาสที่เขาจะเข้ามาอ่านในครั้งต่อ ๆ ไป
2. เรียกคนอ่านแบบ "เฉพาะเจาะจง"
เวลาที่คุณใช้คำเรียกแทนคนอ่าน ว่า "คุณ" หรือ "แก" หรือ "เธอ" อะไรก็ตามแล้วแต่จริตของลูกเพจของคุณ จะทำให้ลูกเพจของคุณ รู้สึกว่า "คุณกำลังคุยกับเขาโดยตรง" สร้างความรู้สึกที่ว่า "บทความนี้ เขียนมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ" ความรู้สึกนี้แหล่ะ ที่จะทำให้ลูกเพจ อินไปกับโพสต์ของคุณได้มากขึ้นอีก
กลับกัน ถ้าคุณสร้างโพสต์ขึ้นมา แล้วคนอ่านรู้สึกว่า คุณกำลังเขียนถึงคนโดยรวม อย่างการเรียกว่า "เรา" คือ ทั้งฉันและเธอแบบนี้ คนอ่านอาจจะไม่ได้รู้สึกอินมากเท่าไหร่
3. สรรพนามเรียกตัวเอง แค่ 1 สรรพนาม
ทุกโพสต์ที่คุณโพสต์ ให้ลูกเพจรู้สึกว่าคุณเป็นเพื่อน เป็นพี่ หรือเป็นน้อง อยู่ที่ว่าคุณจะเลือกใช้สรรพนามตัวเองว่าอะไรกับลูกเพจ โดยใช้สรรพนามแค่อย่างเดียวพอเพื่อให้เขาจดจำคุณได้ เช่น "หนู" ก็หนูตลอดทั้งโพสต์ "ผม" ก็ผมตลอดทั้งโพสต์ และทุกโพสต์
เว้นแต่ว่าคุยกันเป็นการส่วนตัว หรือตอบคอมเมนต์ จะเรียกชื่อตัวเองก็ได้ เพื่อให้ลูกเพจรู้สึกถึงความสนิท และจดจำคุณได้ดีขึ้นอีกเสต็ป
4. พูดดักในสิ่งที่ลูกค้าจะปิดกั้น
ถ้าคุณรู้ว่าอะไรคือจุดอ่อน ในการที่ลูกค้าจะไม่ตัดสินใจซื้อ ให้เขียนดักความรู้สึกนั้นไปเลยว่า "คุณก็คิดแบบนี้มาก่อน" หรือคุณก็เคยเป็นแบบนี้ แต่พอลองแล้วเจอผลลัพธ์แบบนี้ สรุปคือมันไม่ได้เป็นข้อเสียอย่างที่คิดนี่นา หรือพูดข้อเสีย แล้วเปรียบเทียบกับข้อดี ให้คนอ่านรับรู้ได้ว่า สิ่งที่เขาจะได้มันคุ้มค่ามากกว่าข้อเสียทีมี เพราะถ้าคุณไม่ได้เอ่ย เขาจะมีคำถามหรือความรู้สึกนั้นไว้อยู่แล้ว โดยที่ไม่ได้รับคำตอบ จนทำให้เกิดการตัดสินใจที่นานขึ้นไปอีก
5. เชื่อมโยงสิ่งที่เขาเป็น
การพูดเริ่มต้น ด้วยการบอกว่า คุณก็เคยเป็นแบบเขาในอดีตยังไง คุณเคยรู้สึกแบบเขาในอดีตยังไง เป็นการเริ่มต้นที่ทำให้เขารู้สึกว่า "อ้าว พวกเดียวกันนี่นา โอเค ๆ ฉันยอมอ่านต่อ"
หรือเล่าประสบการณ์ที่เชื่อมโยงชีวิตประจำวันของลูกเพจ ให้ลูกเพจเห็นภาพมากขึ้น และจะยอมเปิดใจมากขึ้น เป็นหลักฐานให้เขาเห็นว่า ถ้าคุณเกิดผลลัพธ์ได้ เขาก็จะเกิดผลลัพธ์ได้เช่นกัน เพราะคุณมาจากจุดเริ่มต้นเดียวกันกับเขา
6. แปลไทยเป็นไทย ให้มันจบที่คนเขียน
ศัพท์ภาษาที่เข้าใจมากที่สุด คือภาษาที่ชาวบ้าน ๆ พูดกันเนี่ยแหล่ะ เพราะยิ่งคุณเอาศัพท์ทางการมาเขียนในภาษาที่คนปกติทั่วไปเข้าใจได้ หรือแม้แต่เด็กประถมก็เข้าใจ โอกาสที่ลูกเพจจะสนใจและอ่านคอนเทน์ของคุณก็จะยิ่งมีมากขึ้น คนอ่านจะไม่ต้องมานั่งตีความหมายอะไรมากมาย โดยเฉพาะการพาดหัว เห็นแค่ 3 วิ ถ้าอ่านไม่เข้าใจ ก็โดนปัดทิ้งได้ง่าย ๆ เลยนะ ข้อนี้สำคัญมากกกก!
7. ใส่อารมณ์ของคำพูดลงไป (Energy)
อันนี้แล้วแต่จริตของลูกเพจคุณด้วยนะ ว่าเป็น ผู้ใหญ่ หรือ วัยรุ่น
แต่มันจะมีการเน้นคำอยู่ อย่างคำว่า "มากกกกกก" ลากยาว ๆ ที่ช่วยให้คนอ่านรู้สึกได้ถึงน้ำเสียง หรือการเน้นย้ำคำอย่าง "มากกกก ถึงมากที่สุดดดเลย" แบบนี้ คนอ่านก็จะรู้สึกอินเพิ่มตามคนเขียนนั่นแหล่ะ เป็นการบิ๊วที่ดีเหมือนเพื่อนคุยกัน จนกว่าลูกเพจจะมาเป็นลูกค้านั่นแหล่ะ! (อย่าลืมเช็คจริตของลูกเพจตัวเองดี ๆ ด้วยนะ)
8. เปรียบเทียบให้เห็นภาพ
ขอให้คุณดึงหน้าที่ต่อมความคิดสร้างสรรค์ในสมองของคุณออกมาใช้เลยว่า คุณจะอธิบายยังไงให้คนอ่านเห็นภาพได้มากกกที่สุด คุณอาจจะเปรียบเทียบว่าสิ่งที่คุณพูด เป็นตัวละครอะไรสักอย่าง หรือคุณอาจจะทำเป็นภาพให้เห็นชัด ๆ เลยก็ได้ ยิ่งคนอ่านเข้าใจชัด เห็นภาพชัด ลูกเพจยิ่งรู้ว่าคุณต้องการจะสื่ออะไร การกดออก หรือเลื่อนผ่านก็น้อยลง
9. มีเรื่องเล่า แล้วเชื่อมโยงสินค้า
คนจะชอบเรื่องเล่ามากที่สุด เหมือนสมัยเรียนที่ครูเล่าเรื่องให้คุณฟัง คุณจะตั้งใจฟังเรื่องเล่ามากกว่าตั้งใจเรียนทฤษฎีซะอีก และทุกเรื่องเล่าของครู มักจะมีข้อคิดอะไรบางอย่างที่เชื่อมโยงจากเรื่องเล่านั้นเสมอนั่นแหล่ะ
ถ้าคุณฝึกเล่าเรื่อง ฝึกเชื่อมโยงได้เก่ง ๆ คุณจะเอาเรื่องนู้นเรื่องนี้ มาเชื่อมโยงกับสินค้าของคุณได้ ทริคนี้จะทำให้ลูกเพจจดจำสินค้าและเพจของคุณได้ง่ายมากที่สุด และเกิดความรู้สึกจากเรื่องที่คุณเล่าได้ง่ายกว่าด้วย เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณทำให้ลูกเพจรู้สึกคล้อยตามได้ ลูกเพจจะตัดสินใจซื้อสินค้าของคุณด้วยความรู้สึก และพร้อมหาเหตุผลมาสนับสนุนความรู้สึกของเขาเองนั่นแหล่ะ
10. 1 โพสต์ 1 ประเด็นหลักเท่านั้น!
1 โพสต์ครอบคลุมจักรวาล ก็เหมือน 1 ครีมบำรุงครอบจักรวาล ที่คุณคิดว่ามันไม่ได้มีประสิทธิภาพแก้ปัญหาได้ดีเท่า ครีมรักษาสิวโดยเฉพาะ หรือครีมหน้าใสโดยเฉพาะ
ถ้าคุณรู้แล้วว่าลูกเพจของคุณเป็นคนแบบไหน มีปัญหาอะไรบ้าง ก็ให้เลือกมาแค่ปัญหาเดียว ที่คอนเทนต์ของคุณจะช่วยได้ ชูจุดขายแค่จุดเดียว จะเป็นการเจาะและมีผลต่อการตัดสินใจซื้อได้มากกว่า
11. เปลี่ยนประโยคเชิงลบ ให้เป็นเชิงบวก
อันนี้อาจารย์จะคอยแนะนำเราเสมอเลยว่า ให้ทำให้คนอ่านมีความรู้สึกเชิงบวก ซึ่งเราก็ทำเพจแบบนั้นมาตลอด ประโยคไหนที่เป็นเชิงลบ ๆ มา เราจะปรับให้เป็นบวกเสมอ และเทสมาแล้วจากการลองลง ดูฟีดแบค แล้วลองลบ แก้ ลงใหม่ แก้คำแค่นิดเดียว แต่ผลที่ได้กลับ "ต่างกัน"
ประโยคเชิงบวก คนอ่านจะรู้สึกยินดีที่จะอ่านมากกว่า และการทำแบบนี้จะสร้างความรู้สึกดี และความเชื่อใจของลูกเพจได้มากกว่าที่เขาจะต่อต้าน และเมื่อลูกเพจไม่ต่อต้าน คุณบอกอะไร ลูกเพจจะเชื่อคุณง่ายขึ้น
12. ใช้คำตรงกันข้ามในประโยค
ความ "ล้มเหลว" คือบันไดแห่ง ความ "สำเร็จ" ประโยคนี้เคยได้ยินกันไหม ? ทริคของมันคือ การเขียนคำตรงข้ามกัน ให้เกี่ยวโยงกันได้นั่นแหล่ะ จะทำให้เกิดพลังในการสื่อสาร สร้างการจดจำที่ง่ายขึ้น หรือมีผลกับความรู้สึกได้มากขึ้น กลายเป็นวลีเด็ด ๆ ที่คนเอาไปใช้เป็นคติประจำใจได้เลย
ถ้าคุณเอาทริคทั้งหมดนี้ไปใช้ ในการเขียนคอนเทนต์ของคุณ
มันจะเป็น "จิ๊กซอวล์" ให้คอนเทนต์ของคุณสมบูรณ์มากขึ้น
ถ้าเป้าหมายของคุณคือ สร้างยอดขาย
มันจะช่วยเป็นส่วนหนึ่งในการ สร้างยอดขาย
ถ้าเป้าหมายของคุณคือ ยอดไลค์ ยอดแชร์ ยอดติดตาม
มันจะช่วยเป็นส่วนกระตุ้นได้เหมือนกัน
"แต่ถ้าคุณอยากจะต่อจิ๊กซอวล์ให้ครบหมดทุกตัว
การมีภาพตัวอย่างให้คุณเห็น ก่อนที่คุณจะต่อมัน
คุณจะมองเห็นภาพความสำเร็จชัดเจนขึ้น
และคุณจะต่อจิ๊กซอวล์ได้ไวขึ้นเยอะเลยยย
เพราะถ้าคุณไม่รู้ว่าภาพจิ๊กซอวล์หน้าตาเป็นยังไง
คุณจะต้องใช้เวลาลองผิดลองถูก ไม่รู้ว่านานแค่ไหน
และโอกาสที่จะต่อสำเร็จได้เองก็น้อยแทบมองไม่เห็น"
# คนที่เอาภาพจิ๊กซอวล์ให้เราดู ก่อนเริ่มต้นเขียนคอนเทนต์
คืออาจารย์หย่าง เขียนอย่างหย่าง
อาจารย์คือคนเดียวในการเริ่มต้นเขียนคอนเทนต์ของเรา ถ้าไม่มีอาจารย์ เราก็ไม่รู้ว่าจะมียอดแสนแรกได้เมื่อไหร่ และแน่นอนว่า ยอดล้านแรกของเราจะมาเพราะคอนเทนต์ตัวเอง จากการอัพเดท Level ตัวเองในคอร์สของอาจารย์
อาจารย์มีประสบการณ์สอนเขียนคอนเทนต์มา 4 ปีแล้ว สอนทั้งเจ้าของแบรนด์ สอนทีมแบรนด์ใหญ่ ๆ สอนพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ และมีลูกศิษย์ถึง 2500 กว่าคนในตอนนี้
2
ล่าสุดอาจารย์สร้างยอด 10 ล้าน! ในคอนเทนต์ 1 ฉบับให้กับแบรนด์พาร์ทเนอร์! (เพราะอาจารย์ขัดเกลางานเขียนตัวเองมาหลายเจ้าแล้ว)
รวมถึงโพสต์ขายของอาจารย์เอง ทุกวันนี้อาจารย์ไม่ต้องเขียนคอนเทนต์โพสต์ลงบ่อย ๆ ด้วยซ้ำ แต่ตั้งใจเขียนให้ดีให้จบใน 1 โพสต์ แล้วปล่อยโฆษณากินยาว ๆ ได้เลย
# อยู่ ๆ วันนึง อาจารย์ก็ท้าคนในทีม ให้เอาวิชาของอาจารย์ไปใช้ แล้วเอายอดมาให้ดูสิ๊ว่า
"คนที่ไม่เคยทำคอนเทนต์กันมาก่อน จะทำยอดกันได้รึป่าว"
ซึ่งจริง ๆ เราเป็นคนไม่ชอบขายของ และไม่ได้สนใจอยากจะเขียนคอนเทนต์ด้วย แต่พอโดนท้าให้มาลองทำ ก็เห็นยอดขายตัวเอง ทำให้เราอยากอัพ Level ตัวเองขึ้นไปอีก ซึ่งถ้าเราไม่รู้ How to คงทำไม่ได้แน่นอน ^^
# เคสตัวอย่าง น้องในทีม
- ทีมขายสมุด (เพจให้ความรู้)
น้อง ๆ อายุกันแค่ 20-23 ปีเอง น้องไม่เคยทำยอดแสนจากที่ไหนได้มาก่อน น้องช่วยกันเขียนคอนเทนต์ และเขียน tie in สินค้า ในราคาเกือบ 600.- เพราะน้องรู้เทคนิคการเขียน ต่อให้ขายแพงกว่าก็ขายได้ โดยไม่ต้องกดราคาตามคู่แข่ง
ภายใน 4 เดือน ทำยอดขายได้ 100,000.-+
- น้องที่รับดูแลเพจ รายเดือน
น้องในทีมคนนี้ อายุแค่ 21-22 ปีเอง น้องทำงานประจำ แต่เขียนขายเพื่อรับงานเสริมให้ตัวเอง ดูแลเพจให้ลูกค้าแบบรายเดือน
จนมีรายได้จากงานเสริมถึง 50,000.- (ไม่มีต้นทุน)ใน 4 เดือน
- ทีมขายของนำเข้าจากจีน
คนนึงอายุแค่ 22 ปี อีกคนอายุ 25 ปี ทีมนี้เน้นขายเจาะ ๆ หาของมาแล้วทำคอนเทนต์ ยิงแอดขายเลย แถมทำเพจใหม่เรื่อย ๆ ทุกครั้งที่หาของใหม่มาขายด้วย ไม่ได้สร้างยอดติดตามในเพจอะไรก็ขายได้
จนตอนนี้สร้างยอดได้เกือบ 300,000.- ใน 4 เดือนแล้ว!
ทุกคนที่กล่าวมา ไม่มีใครมีประสบการณ์การเขียนขายจริง ๆ จัง ๆ มาก่อนทั้งนั้น รวมถึงเพจนักอ่าน มือสรุปเอง
และถ้าตอนนี้คุณไม่รู้จะเริ่มต้นเขียนยังไง ขอบอกเลยว่า ถ้าให้เขียน ใคร ๆ ก็คงเขียนเป็น แต่เขียนให้สร้างยอดได้ตามเป้าที่คุณต้องการ อันนี้ต้องฝึกสกิลกันหน่อย
และอย่างที่บอก ถ้าคุณรู้ว่าหน้าตาของภาพจิกซอวล์เป็นยังไง ถ้าคุณรู้ว่าองค์ประกอบของภาพจิ๊กซอวล์นั้นมีอะไรบ้าง คุณจะรู้ว่าคุณต้องติดตรงไหน เพื่อให้เกิดเป็นภาพที่สมบูรณ์ และอาจารย์ก็จะมาบอกคุณให้เห็นภาพทั้งหมด
# องค์ประกอบจิ๊กซอวล์ทั้งหมดของงานเขียน คือ...
- 5 หายนะในการเขียน ที่ทำแล้วไม่สร้างยอดแน่นอน
- แรงจูงใจที่จะที่จะทำให้คนตัดสินใจมาอ่านโพสต์ของคุณ
- ดักอารมณ์ลูกค้า ให้อยากซื้อไว ๆ
- โครงสร้างงานเขียน ที่ยึดจากความสนใจคนอ่าน
- How to ให้คนอ่านต่อจนจบ
- คำทรงพลัง ที่กระตุ้นความรู้สึกคนอ่าน
- จิตวิทยาการโน้มน้าว ให้คล้อยตาม
- กระบวนการฝึกเขียน ที่จะสร้างให้คุณเขียนเก่ง
- วิธีการคิดพาดหัว (Headline) ให้กระชากคนเข้ามาอ่าน
- 5 เคล็ดลับ สร้างคำทรงพลัง
- 26 เหตุผลที่ลูกค้าซื้อ ดึงมากระตุ้นคนอ่าน
- 7 จิตวิทยา กระตุ้นคนซื้อ
- แกะ Ads ที่สร้างยอดขายหลักล้านจริง ๆให้ดูจะ ๆ
- ตกผลึก Ads ยอดหลักล้านนั้น ให้เข้าลึกถึงจิตใต้สำนึก
- แกะ Content Viral ผลงานนักเรียนในคอร์ส ยอดเข้าถึงทะลุล้านคน โดยไม่ต้องยิงแอด
- โครงสร้างงานเขียนขาย แต่ละองค์ประกอบ แต่ละชิ้นส่วน (ที่นักเขียนโฆษณาระดับท็อป ๆ เท่านั้นที่รู้)
- 3 จุด ปรับแก้คอนเทนต์ขาย เพิ่มยอดขายจากแสนไปล้าน
- แนวคิดสู่นักเขียนระดับตำนาน ที่จะทำให้คุณขายได้ง่าย ๆ
- แรงจูงใจ เพิ่มโอกาสที่จะทำให้ลูกค้าอยากซื้อ
- แก่นสำคัญในการเริ่มต้นเขียนขาย คิดก่อนเขียน เพื่อใช้เวลาเขียนให้น้อยลง
- จิตวิทยาในการเขียน การใช้ "คำ" สร้างผลลัพธ์
- 21 เทคนิคพื้นฐาน ที่นักเขียนโฆษณาระดับโลกใช้กัน
- Hall of Frame เคล็ดลับสร้างงานเขียนให้ตราตรึง
- อัพเลเวล จาก Level 1 ให้ขึ้นไปถึง Level 2 Level 3
- 4 step การเขียน Present Script เพื่อขายผลงานตัวคุณเอง
- องค์ประกอบของงานเขียน ที่ขาดไม่ได้
- ทริคการจัดหน้ากระดาษให้น่าอ่าน
- How to สะกดคนอ่าน ให้เกิดยอด engagement
- 6 ทริค แนวทางหาไอเดียคอนเทนต์ ไม่ให้หมดมุก
- 10 กฏเหล็กการเขียนโฆษณา
นี่คือจิ๊กซอวล์ทุกตัวที่อาจารย์จะเอามาสอนให้คุณได้เห็นภาพ ได้ทำความเข้าใจ และเรียนรู้มันทั้งหมด
ถ้าคุณอยากรู้ อยากได้ผลลัพธ์...
# รูปแบบการเรียนกับอาจารย์
1. Meeting Zoom กับอาจารย์ เจาะเนื้อหา 3 วันแบบสด ๆ พร้อมถามตอบสด ๆ เห็นหน้ากันและกันแบบจะ ๆ (มี Reccord ดูย้อนหลังได้)
2. คอร์สออนไลน์แยก ที่รวบรวมเนื้อหาในทุกรุ่นที่อาจารย์สอน ที่คุณสามารถมาดูอัพเดทเนื้อหา และทบทวนเนื้อหาได้ตลอดชีพ ตอนนี้มีมากกว่า 30 รุ่นในคอร์ส (มูลค่า 6,900.-)
3. Live ถ่ายทอดสด อัพเดตเนื้อหา ของนักเรียนรุ่นใหม่ ๆให้ทุกรุ่น
4. "ตรวจ Feedback คอนเทนต์" ให้คุณทุกเดือน ผ่าน Live ในกลุ่มลับ เพื่อแนะนำและขยี้คอนเทนต์ของคุณแบบละเอียด ว่าควรมีอะไรเสริมหรือแก้บ้างเพื่อให้ลูกค้ามาซื้อของคุณแบบเจาะ ๆ กันไปเลย เคยมีเคส 1 คอนเทนต์ อาจารย์ตรวจให้ 4 ชม.
5. Bonus พิเศษ ให้อีก 5 อย่างในคอร์ส
- 1. เนื้อหา Bonus course
- 2. คลาสออนไลน์ เขียนบทความอย่างนักสื่อสาร (มูลค่า 2,490.-)
- 3. คลาสออนไลน์ สุดยอด Tools ในงานเขียน (มูลค่า 1,600)
- 4. Audio คลิปเสียงความยาว 150 นาที
- 5. E-Letter จดหมายลับ
# ทั้งหมดนี้ราคาเต็มอยู่ที่ 15,900.-
พิเศษ ราคาช่วงโควิทนี้!! เหลือแค่ 9,900.-
พิเศษ "สำหรับคนที่พร้อมโอน 10 ท่านแรก!!"
มีราคาพิเศษ ที่เราขออาจารย์มาให้อีก!
# สนใจคอร์สรุ่น 45 รุ่นหน้า
แอดไลน์ @wnireader
พิมพ์ "รุ่นหน้า" พร้อมรับราคาลับ 10 ท่านแรก!
หรือหากไม่สะดวกเรียนสด สามารถลงเรียนในรูปแบบคอร์สออนไลน์ได้ พิมพ์ "คอร์สออนไลน์" พร้อมรับราคาลับ 10 ท่านแรก
แล้วคุณจะพบว่า คุณสามารถสร้างยอดขาย สร้างยอดติดตามให้เพจของคุณได้ไวขึ้นอีก 10 เท่า! โดยที่คุณไม่ต้องไปลองผิดลองถูกเอง จากการได้รู้จักจิ๊กซอวล์ ของการเขียนคอนเทนต์เบื้องหลังทั้งหมดแล้ว!
605 รับชม
    POSH Aesthetic
    ขอนุญาตแชร์นะครับ
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      🔥กระทู้ตั้งคำถาม ?? : ทำไมฮิตเลอร์เกลียดยิวขนาดต้องฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ??🔥 ⚠️ผมได้อ่านหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับชาวยิว ทั้งที่เป็นเรื่องประวัติศาสตร์โมเสสและบัญญัติของพระเจ้า 10 ประการ รวมถึงหนังสือของฝั่ง Anti-Jews ทั้งพิธีสารครองโลก The Protocols ทั้งหลาย ซึ่งแน่นอนว่าเนื้อหาในหนังสือแอนตี้ยิวนั้นจะตรงกันข้ามกับหลักบัญญัติ 10 ประการของพระเจ้าที่ยิวยึดถืออย่างสิ้นเชิง
      INVESTORIES (เล่า) เรื่องลงทุน : EP3 ‘ตลาดหุ้นไทย’ หมดเสน่ห์แล้วจริงหรือ ? 0:00 intro 1:02 'ตลาดหุ้นไทย' กับวิกฤตที่ผ่านมา 5:21 Covid-19 ผลกระทบต่อ 'หุ้นไทย' 13:34 ตลาดหุ้นไทย...ยังมีเสน่ห์หรือไม่? 20:20 'ไทย' ยังดึงดูดนักลงทุน EV ได้อีกหรือไม่? 25:06 'เงินเฟ้อ-Recession-การเมือง' ความเสี่ยงต่อหุ้นไทย 29:08 แนะนำกองทุนเปิด SSF/RMF, ASP-SME, ASP-T12 รายละเอียดกองทุนเพิ่มเติมหรือติดต่อเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนคลิก https://www.assetfund.co.th/adv/fund/SSF-LTF-RMF —————————— ติดตามข้อมูลข่าวสารจาก บลจ.แอสเซท พลัส Line official : https://lin.ee/oEqdRtn Website : www.assetfund.co.th Customer Care : 02-672-1111 Fackbook : https://www.facebook.com/aspfund YouTube : https://bit.ly/2Wh8N4N Blockdit : https://bit.ly/38VxAjQ Application ASP FUND : http://bit.ly/2MFVx6z ผู้ลงทุน “โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน” • ทั้งนี้ กระบวนการคัดสรรบริษัทเพื่อลงทุนสามารถปรับเปลี่ยนได้ โดยขึ้นอยู่กับสภาวะการลงทุน ณ ขณะนั้น และ/หรือ ดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน • ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลงานในอนาคตลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินทุนเริ่มแรกได้ #INVESTORIES #เล่าเรื่องลงทุน #ลงทุนหุ้นไทย #กองทุนหุ้นไทย #SME #T12 #SSF #RMF
      ส่อง 10 อันดับ เศรษฐีหุ้นไทยปี 2565 จากการจัดอันดับของวารสารการเงินธนาคาร ร่วมกับ อาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วัดจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ประเภทบุคคลธรรมดาในประเทศ ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และตลาด mai ตามการปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นล่าสุดก่อนวันที่ 30 ก.ย. 2565 อันดับ 1 สารัชถ์ รัตนาวะดี ครองแชมป์ 4 ปีซ้อน มูลค่าความมั่งคั่ง 218,982 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 45,882 ล้านบาท หรือ 26.51%
      Google เผยผลคำค้นหายอดนิยมประจำปี 2565 สะท้อนสิ่งที่คนไทยให้ความสนใจในปีนี้ พบว่า “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” โครงการช่วยเหลือคนจนจากรัฐบาลติดโผอันดับ 1 ของหมวดคำค้นหายอดนิยม ในขณะที่เทรนด์การค้นหาเพื่อความบันเทิงมาแรง ภาพยนตร์ ละคร/ซีรีส์ และเกมคว้า 5 ใน 10 อันดับคำค้นหายอดนิยมประจำปีนี้ คนไทยเริ่มเดินทางออกไปเที่ยวมากขึ้น
      ดูทั้งหมด