มีบัญชีอยู่แล้ว?
รู้จัก Creative Artists Agency ซูเปอร์เอเจนต์ดารา นักกีฬาและประธานาธิบดี
ส่วนใหญ่แล้วไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาหรือนักแสดงชื่อดังระดับโลก
เวลาติดต่อประสานงานหรือเจรจาต่อรองผลประโยชน์
พวกเขามักจะมีตัวแทนหรือนายหน้าคอยบริหารจัดการให้
นั่นจึงเป็นที่มาของบริษัท Creative Artists Agency
ธุรกิจที่มีหน้าที่คอยดูแลผลประโยชน์ให้กับลูกค้าคนดังทั้งหลายในวงการ
ซึ่งก็มีตั้งแต่ Tom Cruise, Lady Gaga, David Beckham, Cristiano Ronaldo ไปจนถึง Joe Biden
แล้วทำไมบริษัทแห่งนี้ถึงได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากคนดังจากแทบทุกวงการ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
1
Creative Artists Agency หรือ CAA ก่อตั้งขึ้นในปี 1975 โดย 5 นายหน้าหัวกะทิ
จากบริษัทชื่อดังและมากอิทธิพลในวงการ Hollywood อย่าง William Morris Agency
โดยผู้ก่อตั้งทั้ง 5 คน ก็คือ Michael S. Rosenfeld, Michael Ovitz, Ronald Meyer, William Haber และ Rowland Perkins รู้สึกไม่พอใจกับค่าจ้างที่ไม่เป็นธรรมและการเติบโตในหน้าที่การงานที่ล่าช้า ส่งผลให้พวกเขาวางแผนก่อตั้งบริษัทตัวแทนขึ้นมาเอง
1
แม้ว่าจะมีเงินทุนไม่เพียงพอ แต่พวกเขาก็ได้กู้ยืมจากธนาคารราว 2 ล้านบาท ซึ่งก็ถูกกระจายไปเช่าสำนักงานและรถยนต์ 2 คัน
4
และงานแรกภายใต้บริษัทที่ทั้ง 5 นายหน้าก่อตั้งขึ้น ก็คือ การเป็นนายหน้าให้กับรายการเกมโชว์และซีรีส์ทางโทรทัศน์
ด้วยความที่ CAA ยังคงเป็นบริษัทขนาดเล็กและมีระบบการทำงานที่เน้นทำงานเป็นทีม
พนักงานจึงไม่มีป้ายชื่อ ไม่มีตำแหน่ง และไม่มีการแบ่งแยกว่าใครดูแลลูกค้าคนไหน
ทำให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการได้รับการดูแลอย่างเต็มที่จากทุกคนในบริษัท
โดยในช่วงแรก พวกเขารุกตลาดอย่างหนัก ทั้งการตัดราคาค่าธรรมเนียม
การเข้าแย่งลูกค้าจากคู่แข่งและการขยายบริการของบริษัท ให้ครอบคลุมทุกส่วนงานมากขึ้น
ส่งผลให้ CAA สามารถขึ้นมาเป็นบริษัทตัวแทนอันดับ 3 ของ Hollywood ด้วยระยะเวลาเพียง 4 ปี เท่านั้น
ปี 1988 CAA กลายมาเป็นบริษัทที่ได้รับความน่าเชื่อถือและสามารถทำรายได้กว่า 6,000 ล้านบาท
โดยบริษัทเป็นนายหน้าให้กับ นักแสดง คนเขียนบท และผู้กำกับกว่า 500 ชีวิต รวมถึงยังมีส่วนร่วมในการสร้างสื่อบันเทิงต่าง ๆ ทั้งทีวี ซีรีส์ เกมโชว์ และภาพยนตร์ กว่า 100 รายการต่อปี
1
และด้วยวิธีการทำงานของพวกเขาที่รักษาผลประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้า ทำให้เหล่าบรรดานายทุนและสตูดิโอใน Hollywood ต่างก็ไม่พอใจ CAA
เพราะมองว่าบริษัทแห่งนี้ดันค่าตัวของดารานักแสดงสูงเกินความเป็นจริงทำให้ต้นทุนในการสร้างสูงขึ้น
จนถึงขนาดที่มีการกล่าวหาว่า CAA กำลังทำลายวงการ Hollywood
1
อย่างไรก็ตาม การยึดผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ก็ได้กลายเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ CAA เติบโตเป็นบริษัทที่ใหญ่ขึ้น
โดยในปี 1990 CAA ก็ได้เริ่มรุกเข้าสู่การเป็นนายหน้าดีลทางธุรกิจที่ใหญ่
เช่น ดีล Sony ที่เข้าซื้อ Columbia Pictures ด้วยมูลค่าสัญญากว่า 210,000 ล้านบาท
หรือการให้คำแนะนำบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น Matsushita Electric Industrial ในการเข้าซื้อ MCA ซึ่งเป็นเจ้าของ Universal Studios ด้วยสัญญามูลค่ากว่า 410,000 ล้านบาท
Cr.japankakkoii
นอกจากทางด้านสื่อบันเทิงแล้ว CAA ยังได้ร่วมมือกับพาร์ตเนอร์อีกหลายแบรนด์ดัง
ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกับ Coca-Cola ในการเป็นที่ปรึกษาทางด้านสื่อสำหรับการทำการตลาดทั่วโลก
หรือการร่วมมือกับ Nike ในการผลิตสื่อบันเทิงระดับโลกทางด้านกีฬาเพื่อเผยแพร่ผ่านทีวีดาวเทียม
แต่ความรุ่งเรืองของ CAA ก็ต้องหยุดพักตัว เพราะในปี 1995 อดีตสมาชิกที่ร่วมก่อตั้งบริษัททั้ง 5 คน
ต่างแยกย้ายไปยังเส้นทางใหม่ของตนเอง โดยเฉพาะ Michael Ovitz ซึ่งเป็นแกนนำหลักของทีม
ได้ย้ายไปเป็นผู้บริหารระดับสูงของ The Walt Disney Company ที่ดูแลทั้งส่วนของภาพยนตร์ สวนสนุก และธุรกิจค้าปลีก
1
ทำให้ในช่วงเวลานั้น เรียกได้ว่าเป็นช่วงที่ CAA กลายเป็นบริษัทที่อ่อนแอและเปิดโอกาสให้บริษัทตัวแทนอื่น ๆ ในวงการได้แจ้งเกิดและแย่งส่วนแบ่งในตลาดไปได้
1
ในขณะเดียวกัน CAA ยังมีคดีความฟ้องร้องกับบริษัทคู่แข่งมากมาย
แต่บริษัทก็ต่อสู้และยังคงเอาตัวรอดต่อไปได้
1
หลังจากผ่านมรสุมมาได้แล้ว
CAA จึงมองหาอุตสาหกรรมใหม่และก็ได้ก้าวเข้าสู่วงการกีฬา
ซึ่งจุดนี้เองก็ได้ทำให้บริษัทฟื้นคืนชีพและกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้งหนึ่ง
โดยผลงานในช่วงเริ่มแรกของพวกเขานั้น ถือว่าใหญ่มากสำหรับเอเจนซีรายใหม่ของวงการกีฬา
ยกตัวอย่างเช่น การให้คำปรึกษากับคณะกรรมการโอลิมปิกสากลเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ทางด้านสื่อสำหรับการแข่งขันในปี 2012
1
การรับผิดชอบงานขายสปอนเซอร์ให้กับทีมเบสบอล New York Yankees ซึ่งมีมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท
1
การดูแลผลประโยชน์ทางธุรกิจให้กับนักกีฬาระดับโลกอย่าง Cristiano Ronaldo
และดีลที่สร้างชื่อเสียงระดับโลกให้ CAA คือการเป็นตัวแทนที่ดูแลลิขสิทธิ์การออกอากาศฟุตบอลยูฟ่า
ที่ไม่ว่าจะเป็นประเทศในอเมริกาใต้ เอเชีย หรืออเมริกา ก็ต้องจ่ายเงินให้กับ CAA เพื่อสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดการแข่งขัน
และดีลนี้ ก็ยังเรียกได้ว่าเป็นใบเบิกทางที่ทำให้ CAA ได้รับงานจากรายการแข่งขันฟุตบอลใหญ่อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่น European Championship และ FIFA World Cup
ปัจจุบัน CAA มีลูกค้าหลากหลายวงการ ทั้งดนตรี สื่อภาพยนตร์ กีฬา ภาคธุรกิจ และยังมีลูกค้าคนดังมากมายจากทุกวงการ เช่น Tom Cruise, Lady Gaga, David Beckham หรือแม้แต่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาอย่าง Joe Biden เองก็เคยใช้บริการ CAA ในปี 2017
โดย Forbes ได้จัดอันดับให้ CAA เป็นบริษัทเอเจนซีอันดับ 1 ในวงการกีฬา ด้วยมูลค่าสัญญาในปี 2020 กว่า 2.7 แสนล้านบาท นับปีที่ปรากฏในสัญญารวมกันยาวนานถึง 1,750 ปี จากลูกค้าทั้งสิ้น 828 ราย..
2