มีบัญชีอยู่แล้ว?
ความหวัง คาดหวัง ใครหวัง
กับแบดมินตันไทยในโตเกียวเกมส์
โดย ปุ๊ กว่างโจว
มหกรรมกีฬาของมวลมนุษยชาติ “โอลิมปิกเกมส์” ในช่วงการระบาดโควิด-19 ที่กำลังจะเริ่มขึ้นในวันที่ 23 ก.ค. 64 นี้ กล่าวได้ว่าเป็นมหกรรมการแข่งขันในแบบวิถีใหม่ (New Normal) และน่าจะเป็นครั้งแรกที่มีการแข่งขันโดยไม่มีผู้ชมในสนาม รวมถึงข้อจำกัดในการเข้าร่วมของนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงเป็นเหตุที่ว่าครั้งนี้ผมไม่สามารถไปเชียร์นักกีฬาประเภทต่างๆ ของไทยได้ คงได้แต่ส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจน้องๆ ร่วมกับคนไทยอีกหลายล้านคน อย่างไรก็ดีด้วยความที่ผมสนใจกีฬาแบดมินตัน เคยเดินทางไปเชียร์น้องๆ ได้เจอและรู้จักกับนักแบดมินตันระดับโลกมากมาย จึงขอใช้โอกาสนี้วิเคราะห์โอกาสและความเป็นไปได้ของ “แบดมินตัน” หนึ่งในประเภทกีฬาที่เรามีความหวังในการสร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญโอลิมปิกแรกของสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
สำหรับ “โตเกียวเกมส์” มีนักกีฬาลูกขนไก่ไทยที่สามารถผ่านเข้าเล่นรอบสุดท้ายทั้งสิ้น 7 คน จาก 4 ประเภท คือ หญิงเดี่ยว 2 คน (น้องเมย์, น้องครีม), ชายเดี่ยว 1 คน (น้องกัน), หญิงคู่ 1 คู่ (น้องกิ๊ฟ/น้องวิว) และคู่ผสม 1 คู่ (น้องบาส/น้องปอป้อ) แต่ความหวัง คาดหวัง และใครหวัง สำหรับแบดมินตันตามความเห็นผม จะเรียงลำดับโอกาสที่นักกีฬาเราจะคว้าเหรียญรางวัลจากมากไปหาน้อย เป็นอย่างไรบ้างนั้นติดตามได้จากบทความนี้ครับ
ประเภทคู่ผสม
“บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ และ “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย
โอกาสในการคว้าเหรียญรางวัล : 80%
จากการแข่งขัน 4 ใน 5 ประเภท ดูเหมือนว่าประเภทคู่ผสมคือความหวังสูงสุดที่ประเทศไทยจะมีเหรียญรางวัลจากการแข่งโอลิมปิกครั้งแรก เพราะด้วยผลงานของทั้งคู่จากการคว้าแชมป์ 3 รายการติดต่อกันที่ไทยเมื่อต้นปี 2021 ที่สำคัญทั้งคู่มีฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมตลอดทั้งสามรายการอีกด้วย ประกอบกับผลจากการจับสลากแบ่งสาย ต้องบอกว่า บาส & ปอป้อ อยู่ในสายที่ไม่หนักมาก และคู่แข่งร่วมสาย อังกฤษ, ฝรั่งเศส และแคนาดา ทั้งคู่ก็เคยเอาชนะมาได้ทั้งหมด โอกาสที่จะเป็นที่หนึ่งของสายไม่น่ายาก
และด้วยคู่แข่งในสายไม่หนัก ทำให้คู่ของไทยมีโอกาสรักษาร่างกายไม่ให้กรอบ ไม่กดดัน อีกทั้งยังได้ปรับตัวให้คุ้นเคยกับมหกรรมการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ ไม่เกร็งได้ เพราะอย่าลืมว่าสำหรับบาสแล้ว นี่คือโอลิมปิกครั้งแรกของน้องเขา แม้ว่าจะมีประสบการณ์จากการแข่งขันระดับโลกมากมายหลายรายการ แต่สำหรับโอลิมปิกแล้ว ความกดดันย่อมมีมากแน่นอน เหตุเพราะโอลิมปิกจัดทุก 4 ปี คุณพลาดครั้งนี้ก็ต้องรอแก้ตัวอีก 4 ปีข้างหน้า
หากเราสามารถผ่านเข้ารอบไปได้ (ในกรณีเป็นที่หนึ่งในสาย) คู่เราก็น่าจะเจอคู่ต่อสู้ที่หนักทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ประวีณ จอร์แดน & เมลานี อ็อคตาเวียนติ ของอินโดนีเซีย หรือ ยูตะ วาตานาเบะ & อาริสะ ฮิกาชิโนะ จากเจ้าภาพญี่ปุ่น โซ ซุงแจ & แช ยูจุง ของเกาหลีใต้ ชานเปงสุน & โก๊ะหลิวหยิง ของมาเลเซีย ที่กล่าวมาทั้งหมด บาส & ปอป้อ เคยแชนะ/แพ้มาด้วยกันทั้งนั้น แต่ด้วยฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมของทั้งคู่น่าจะสามารถเอาชนะได้ ถึงเวลานั้น รอบรองชนะเลิศ ก็ไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรแล้ว เนื่องจากตัวเต็งประเภทคู่ผสมนี้คือ อันดับ 1 ของโลกอย่าง เจิ้ง ซีเหว่ย & หวง หย่าเฉียง และอันดับ 2 หวัง อีลู่ & หวง ตงผิง ครึ่งหลังปี 2020 ถึงปัจจุบันทั้งสองคู่ไม่ออกแข่งขันต่างประเทศเลย จะมีก็แต่จัดแข่ง ฝึกซ้อมกันเองในประเทศจีน ซึ่งไม่เหมือนการออกไปเจอกับคู่แข่งต่างสไตล์ ต่างสถานที่ ผมจึงไม่เชื่อว่าคู่แข่งจากจีนจะยังมีฟอร์มที่ยอดเยี่ยมเหมือนเดิม แต่หากปัจจัยนี้ไม่มีผลต่อพวกเขาแล้ว ก็ต้องยอมรับในฝีมือและความเก่งกาจของนักกีฬาจีนจริงๆ
ประเภทหญิงเดี่ยว
“เมย์” รัชนก อินทนนท์, “ครีม” บุศนันทน์ อึ๊งบำรุงพันธุ์
โอกาสในการคว้าเหรียญรางวัล : 50%
ประเภทหญิงเดี่ยว ผลการแบ่งสายในรอบแรกของเมย์และครีมถือว่าไม่หนักมากเพราะเราได้เป็นมือวางทั้งคู่ โดยนัดแรกวันที่ 24 ก.ค. ครีมจะพบกับ ดาเนียลา มาซีส จากเปรู และวันที่ 25 ก.ค. เมย์จะพบกับ ลอรา ซาโรซี จากฮังการี และเมื่อดูจากคู่แข่งร่วมสายที่เหลือ เมย์และครีมจะผ่านรอบแรกได้ทั้งคู่แน่นอน
รอบต่อไปคือรอบ 16 คนสุดท้าย กล่าวได้ว่า นี่คือรอบแข่งขันของจริง โอลิมปิกริโอเกมส์ครั้งก่อน เมย์ก็ตกรอบนี้จากการพ่ายต่อ อากาเนะ ยามากูชิ แต่ครั้งนี้จากการคาดการณ์ เมย์น่าจะไปเจอกับ เกรกอเรีย มาริสกา ตันจุง มือวางอันดับ 14 จากอินโดนีเซีย ด้วยฟอร์มการเล่นในตอนนี้ของเมย์ ผมเชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาครับ แต่รอบที่จะชี้เป็นชี้ตายคงอยู่ที่รอบก่อนรองชนะเลิศ โอกาสเจอ ไท่ จื่อ อิง มือวางอันดับ 2 ของไต้หวัน มีสูงมาก และเป็นรอบที่จะบอกได้เลยว่า เมย์จะมีโอกาสคว้าเหรียญรางวัลได้หรือไม่ เพราะคู่นี้ถือว่าเป็นคู่รักคู่แค้น ผลัดกันแพ้ชนะมาตลอด หากเมย์ชนะ โอกาสคว้าเหรียญโอลิมปิกครั้งแรกมีสูง เพราะจะเกิดแรงบวก ทั้งความมั่นใจ แรงกระตุ้น และพลังฮึกเหิม จนผมคิดว่าถึงเวลานั้นไม่มีใครมาหยุดความฝันของเมย์ได้ หากการคาดหมายของผมเป็นจริง โอกาสที่เราจะมีเหรียญรางวัลจากแบดมินตันประเภทหญิงเดี่ยวในโอลิมปิกครั้งแรกมีสูงครับ
สำหรับครีม ต้องถือว่าช่วงหลังมีพัฒนาการในการเล่นขึ้นมาก มีรูปแบบการเล่นที่แน่นอนกว่าเดิม จุดเด่นอีกอย่างคือ ครีมมีการเล่นเกมรุกที่หลากหลายมากขึ้น ตีเสียเองน้อยลง หากครีมผ่านรอบแรก รอบ 16 คนสุดท้าย จากสายแข่งขัน คงต้องไปเจอกับ อัน แซยอง ดาวรุ่งพุ่งแรง ความหวังสูงสุดของเกาหลีใต้ เป็นงานที่หนักหนาสาหัสมากจริงๆ เพราะ อัน แซยอง กำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์มสุดๆ ขึ้นอยู่ว่าวันนั้นใครจะควบคุมสภาพจิตใจและฟอร์มการเล่นที่พัฒนาขึ้นมาด้วยกัน เพราะอย่าลืมว่าทั้งครีมและ อัน แซยอง นี่เป็นโอลิมปิกครั้งแรกสำหรับทั้งคู่เช่นกัน ขึ้นอยู่กับใครจะสนุกกับโอลิมปิกครั้งแรก รู้สึกไม่กดดันมากกว่ากัน สิ่งนั้นจะเป็นตัวตัดสินให้ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศต่อไปครับ
ประเภทชายเดี่ยว
“กัน” กันตภณ หวังเจริญ
โอกาสในการคว้าเหรียญรางวัล : 30%
ต้องยอมรับว่าการได้ร่วมแข่งขันในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกของกันในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมแล้ว เพราะฝีมือนักกีฬาแบดมินตันประเภทชายเดี่ยวในขั้นระดับโลกมีอยู่เป็นจำนวนมาก และยิ่งเป็นโอลิมปิกครั้งแรกของกันด้วยแล้ว อาการเกร็ง กดดัน ความตื่นเต้น ผมเชื่อว่าต้องมีบ้างอย่างแน่นอน แต่หากเจ้าตัวปรับสภาพจิตใจ แข่งขันด้วยความสนุก ก็คงเป็นแค่ทำให้ระยะห่างของคะแนนแคบลงเท่านั้น โอกาสจะเปลี่ยนผลการแข่งขันแบบช็อกโลกหลายๆ แมตช์ติดต่อกัน เป็นเรื่องยากจริงๆ
ในรอบแรก กันได้เป็นมือวางอันดับ 14 มีคู่แข่งในสาย คือ ไค ชีฟเฟอร์ จากเยอรมนี และ โทบี เพนตี จากสหราชอาณาจักร ซึ่งผมคิดว่ากันจะสามารถผ่านรอบแรกได้ แต่ในรอบ 16 คนสุดท้าย หากตามคาดการณ์ ต้องมาเจอ อันเดรส แอนทอนเซน มือวางอันดับ 3 ที่กันเคยแพ้ในรอบรองชนะเลิศ แบดมินตันชิงแชมป์โลก 2019 คงต้องลุ้นอย่างหนักหากคิดจะผ่านอันเดรสได้ แต่หากกันสามารถเอาชนะได้จริงๆ ผมจะมาวิเคราะห์คู่แข่งที่จะเจอในรอบก่อนรองชนะเลิศต่อไป
ณ ตอนนี้ ขอยืมคำพูดที่นักกีฬาส่วนใหญ่ใช้กัน “ขอมองไปทีละรอบ” ครับ
ประเภทหญิงคู่
“กิ๊ฟ” จงกลพรรณ กิติธรากุล และ “วิว” รวินดา ประจงใจ
โอกาสในการคว้าเหรียญรางวัล : 20%
โอลิมปิกเกมส์ครั้งแรกของแบดมินตันประเภทหญิงคู่ของไทย กิ๊ฟ/วิว ดูจะไม่สวยงามอย่างที่คาดหวังเสียเลย เพราะจากการจับสลากแบ่งสายการแข่งขัน พวกเธอถูกจับไปอยู่กรุ๊ปออฟเดท (Group of Death) โดยมีคู่แข่งร่วมสายอย่าง เฉิน ชิงเฉิน/เจี่ย อี้ฟาง มือวางอันดับ 2 จากประเทศจีน คิม โซ ยอง/คอง ฮี ยอง จากเกาหลีใต้ และ กาเบรียลลา สโตเอวา/สเตฟานี สโตเอวา สองพี่น้องจากบัลแกเรีย ตามความเห็นผม ความหวังนักแบดหญิงคู่ของไทยจึงอยู่ที่การสนุกกับการเล่นโอลิมปิกครั้งแรก การเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกครั้งนี้ให้มากที่สุด มองชัยชนะคือโบนัสจากการทำงานอย่างหนักที่ทำให้ได้มาร่วมแข่งขันนี้
แต่ไม่ใช่ว่ากิ๊ฟ/วิวจะไม่มีโอกาสเอาชนะคู่แข่งร่วมสาย เพราะทั้งคู่เกาหลีใต้และคู่สองพี่น้องจากบัลแกเรีย กิ๊ฟ/วิวก็เคยเอาชนะมาแล้ว ส่วนคู่จากจีน ด้วยความที่ห่างจากการแข่งขันปีกว่าๆ นัดแรกที่เจอกิ๊ฟ/วิว ในวันที่ 24 ก.ค.นั้น อาจทำให้หญิงคู่ของไทยเล่นเกมของตัวเองโดยไม่มีความกดดันนัก ผู้ชนะอาจเป็นคู่ของไทยก็เป็นได้ หากเป็นจริง เชื่อว่าเกมการแข่งขันที่เหลือ กิ๊ฟ/วิวไม่กลัวใครอยู่แล้ว เมื่อถึงเวลานั้นผมจะมาวิเคราะห์ต่อไปว่า เส้นทางการแข่งขันหญิงคู่ไทยจะไปไกลแค่ไหนอีกครั้ง
จะเห็นได้ว่าในโตเกียวเกมส์ครั้งนี้ สำหรับวงการแบดมินตันไทย ประกอบไปด้วย ความหวัง คาดหวัง และใครหวัง
ความหวัง - นักกีฬาทั้ง 7 คนคือความหวังของสมาคมฯ และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
คาดหวัง - บรรดากองเชียร์ชาวไทยที่คาดหวังว่าน้องๆ นักแบดมินตันจะสามารถทำผลงานเต็มที่และดีอย่างต่อเนื่อง
ใครหวัง - ตัวนักกีฬาทั้ง 7 คนล้วนหวังความสำเร็จ หวังเหรียญรางวัลในการแข่งขันนี้
หากนักกีฬาไทยมีโอกาสคว้าเหรียญรางวัลเหรียญใดเหรียญหนึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์แบดมินตันไทยได้สำเร็จ ความหวังของทุกคนทุกฝ่ายก็จะเป็นความจริง
ผมหวังว่าจะเป็นเช่นนั้นนะ
#โอลิมปิก #โตเกียว2020 #โตเกียว #เชียร์ไทย #ข่าวกีฬา #ผลการแข่งขัน #ผลกีฬา #PlayNowThailand

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์