23 ก.ค. 2021 เวลา 17:57 • ไลฟ์สไตล์
ปัญหามีเข้ามาตลอดคะ จะมากจะน้อยเราก็ไม่อาจรู้ได้...แต่เราต้องมีสติ แก้ไปทีละข้อ แล้วมันก็จะผ่านไปเอง พัทเป็นลูกสาวคนโต...ภาระความรับผิดชอบจะสูงมาก สติสำคัญที่สุด หนักสุดน่าจะเป็นช่วงที่พ่อมีเรื่องมีราวจนเข้าไปอยู่ในเรือนจำ ... จำได้ว่าตอนนั้นอายุ18 ภาระหลักตกมาอยู่ที่แม่ทั้งหมด ทั้งงาน ทั้งเรื่องของพ่อ ทั้งหาตังส่งลูกเรียน แม่แบกไว้เต็มบ่า จนน้องชายเกิดเรื่องขับรถชนคน ถูกไล่ออก ยกพวกไปตีเขา พัทจำได้ว่าช่วงนั้นแม่เป็นซึมเศร้า ร้องไห้บ่อยมาก น้องต้องหลบไปอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัด ที่บ้านมีแค่แม่กับยาย ญาติคบไม่ได้ ...ในช่วงอายุ18 ตอนนั้นเรียนมหาลัยปี1 จำได้ว่าหยุดเรียนไป 1 อาทิตย์กลับบ้านเพื่อเคลียปัญหา เคลียงานสวน ไปคุยกับเจ้าทุกข์ที่น้องขับชน เอาตังไปทำขวัญ (จำได้ว่ากลัวมาก มือสั่นไปหมด) เสร็จเรื่องก็ต้องเข้าโรงพักเครียเรื่องน้อง คุยกับเจ้าทุกข์ให้กันเป็นพยาน ทำเรื่องย้ายโรงเรียนให้น้องออกจากแถวบ้าน...ทำบัญชี วางแผนงานสั่งคนงาน พาแม่ไปหาหมอ จำได้ว่ากลับบ้านทุกอาทิตย์เลยช่วงนี้น ... พอได้มาทำบัญชีของที่บ้านถึงได้รู้ว่าการทำงานนี้มันเหนื่อยและหนักมาก ... เหมือนจะดีขึ้นแต่พอน้องย้ายมาเรียนที่ใหม่ก็โดนเรียกผู้ปกครอง ...ซึ่งเราไม่สามารถคุยเรื่องนี้กับแม่ได้แล้ว ตอนที่ครูโทรหาจำได้ว่าโกรธจนควันออกหูเลย นั่งรถทั่วไปหาน้องที่โรงเรียนฝ่ายปกครองแจ้งว่าน้องฉี่ม่วง ต้องพักการเรียนเข้าบำบัด ทั้งๆที่อีกหนึ่งเดือนก็จะสอบแล้ว พัทต้องไปหาคนมารับรองน้องซึ่งโชคดีมากได้พ่อเพื่อนที่ ม. ซึ่งเป็นหมอมาจัดการให้ ตอนนั้นคิดหัวแทบแตกว่าจะทำยังไงให้งานที่บ้านมีกำไรเลี้ยงคนทั้งบ้านได้ ทั้งลูกน้องคนงานอีก พอผลสอบน้องออก...หึๆ ได้ 0.9 เชื่อไหมว่า พัททั้งตบหัว กระโดดเตะตั้งแต่หน้าห้องปกครองจนถึงหน้าประตูรั้วโรงเรียน บิดหูน้องจนแดงไปหมด ด่ามันจนไม่มีแรงเสียงแหบเสียงแห้ง บุญบาปโรงเรียนให้แก้0 ช่วงนั้นเพื่อนในกลุ่มที่มหาลัยสลับกันมาเป็นเพื่อน สลับกันนั่งรถทัวร์ติวให้จนน้องผ่าน0 เทอมแรกมาได้ แล้วก็ทรงๆแบบนี้อยู่จนเกือบจบป.ตรี อาการแม่ก็ค่อยดีขึ้น น้องชายจบปวช. ก็แต่งงาน...งานบางอย่างก็ช่วยได้เยอะขึ้นมาก พัทเรียน3.5ปีจบ +ฝึกงานปักกิ่ง1ปี ... ช่วงนั้นต้องขอบคุณแฟนที่โทรคุยกับแม่ทุกวัน พัทโทรได้ไม่บ่อย ค่าโทรแพงมากตอนนั้น คุยนานไม่ได้...เมื่อมันผ่านไปได้ก็คิดว่าอย่างอื่นยังไงก็ไหว จนแฟนต้องไปต่อ ป.โท ต่างประเทศ คุณเอ้ย! เครียดจนต้องบวชชีเรียกสติ ตอนนั้นถึงได้รู้ว่าตัวเองเป็นคนขี้หึงมาก โชคดีที่ไม่งี่เง่า และแฟนก็มีความสม่ำเสมอโทรหาทุกวัน บินกลับมาทุก6เดือนจนเขาจบ ป.โท ชีวิตการทำงานดีเพราะหัวหน้าเป็นคนแคนาดาไม่จู้จี้ จนเจอระลอกใหญ่ พ่อออกมาจากเรือนจำแล้วเริ่มทะเลาะกับแม่บ่อยขึ้น เรื่องเงินบ้าง เรื่องสวนที่ขายไปบางส่วน หนักสุดคือพ่อติดผู้หญิง แม่ก็กลับมาซึมเศร้าอีก เขาชอบทะเลาะกัน เถียงกัน และลงไม่ลงมือกันตอนเราไม่อยู่ แม่ไม่ยอมพูดจนท้ายที่สุดแล้ว พ่อตบแม่จนเลือดออกกกหู พัทต้องพาแม่เข้าโรงพยาบาล เย็บ7เข็ม ตอนนั้นมัวแต่ทำงานไม่ค่อยได้คุยกันอย่างจริงจัง พอได้คุย ปล่อยให้แม่ระบายถึงได้รู้เรื่องพ่อมีเมียน้อย โรคซึมเศร้าแม่กลับมา หนักเลยคะรอบนี้ ...พ่อขายที่บางสวนแล้วไปอยู่กับคนใหม่ ทุกๆวันต้องสลับกันให้กำลังใจแม่นะคะ ทุกวันแม่จะบ่นแต่อยากจะตาย ๆ พอแก่พูดคนที่ปวดใจที่สุดไม่ใช่ลูกนะคะ แต่คือยาย(ตอนนั้นอายุ80แล้ว) ต้องนั่งกอดแม่ ปลอบแม่อยู่หลายเดือน ทุกอย่างมันเริ่มดีขึ้นตอนน้องชายมีลูก พอมีหลาน...แม่ก็ยุ่งๆ ไม่ค่อยว่าง เหมือนทุกอย่างจะดีใช่ไหมคะ ไม่คะ พอพ่อตังหมดแกก็กลับมาอีก ขายที่อีก ไปอีก แม่จิตตกอีก น้องชายทะเลาะกับพ่อ ใหญ่โตคะถึงขั้นเลิกคบพี่น้องฝั่งพ่อไปเลย ... จนถึงขั้นจะหย่ากันแล้วแต่ก็ไม่นะคะ ทุกวันนี้ก็คงสถานะสมรสกันไว้...คือแบบชีวิตพ่อกับแม่นี้คือคู่เวรคู่กรรมโดยแท้...ทุกวันนี้อาการซึมเศร้าของแม่ก็ดีขึ้นมาก พัทชอบตอนยายให้กำลังใจแม่มากจำได้ติดหูเลยจนถึงตอนนี้ "ไม่มีใครทำอะไรมึงได้ ต้องมีสติให้มาก ต้องอดทน แม่เลี้ยงมึงมาอย่างลำบาก กว่าจะใหญ่ อย่าทำร้ายตัวเองเพราะคนพันนั้น มึงมีค่ามากกว่านั้นลูกเฮย ใครๆไม่รักมึงก็ชั่งมัน แต่กูรักมึงมาก"
และก็มีปัญหาเข้ามาเรื่อยๆ ก็ใช้สติผ่านมาตลอด จนจะกลายเป็นยอดคนแล้วคะนี้ นึกขอบคุณการอุปถัมภ์ค้ำชูของแฟนอยู่ตลอด อยู่ข้างๆไม่เคยทิ้งไปไหน
โฆษณา