มีบัญชีอยู่แล้ว?
ตัดกำลัง "บิ๊กตู่" ! เขย่า เสาค้ำยัน
นอกเหนือไปการเปิดเกมรุก เปิดเกมบุกเมื่อ "พรรคเพื่อไทย" ประเมินแล้วว่า เวลานี้สถานการณ์ของ "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ "เรือเหล็ก" กำลัง "ติดหล่ม" เจอสารพัดปัญหารอบด้าน จะไปต่อก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
ดังนั้นการประกาศวัน ว. เวลา น.ล่าสุดจากพรรคเพื่อไทยถึงกำหนดยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลในเดือนส.ค.นี้ โดยมีเป้าหมายใหญ่ ถึงขั้น "เปลี่ยนตัวนายกฯ" กันเลยทีเดียว
"วันนี้พี่น้องประชาชนต้องเผชิญกับวิกฤตอย่างหนักทุกด้าน บางคนต้องเจ็บป่วย บางคนต้องตายจากไปอย่างน่าสงสาร จึงไม่อาจปล่อยให้เสวยสุขบนความตายและความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชนต่อไปได้อีก ถึงเวลาแล้วที่จะต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะตัวนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลแก้ไขปัญหาล้มเหลวซ้ำเติมความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด"
ประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ออกมาเปิดเผยล่าสุด พร้อมทั้งเปิดรับข้อมูลจากพี่น้องประชาชน ให้ส่งตรงมาที่พรรคเพื่อไทยได้ทุกช่อง
ทั้งนี้การอภิปรายไม่ไว้วางใจ สำหรับพรรคเพื่อไทย คือหนทางหนึ่งในฐานะพรรคแกนนำฝ่ายค้านจะต้องเดินหน้าดำเนินการ ตามธรรมเนียมปฏิบัติ และหากมองย้อนกลับไป เมื่อวันที่ "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกฯ ในฐานะ "นายใหญ่" ของพวกเขา ได้เคยพูดผ่านแอพคลับเฮ้าส์ เอาไว้ครั้งล่าสุดโดยคาดการณ์ว่า ดีไม่ดีพล.อ.ประยุทธ์ อาจจะตัดสินใจ "ยุบสภาฯ" ภายในสิ้นปีนี้ด้วยซ้ำ หรือหากลากยาวออกไป บวกลบก็คงไม่เกิน เดือนม.ค.-ก.พ.ปีหน้า 2565
หมายความว่า ไทม์มิ่ง ของพรรคเพื่อไทย และอดีตนายกฯทักษิณ กำลังไล่ล้อและสอดรับกันอยู่ในทีด้วยใช่หรือไม่ ?
แต่อย่างไรก็ดี การอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อ "ชำแหละ" ทุกข้อผิดพลาด ทุกความล้มเหลวของรัฐบาล โดยเฉพาะการพุ่งเป้าไปที่ตัวพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะที่เป็นทั้ง "ศูนย์กลางอำนาจ" และ "ศูนย์บัญชาการ" การดำเนินนโยบาย เพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 นั้น ยังต้องประเมินกันต่อไปด้วยว่ากว่าที่ "พิธีกรรม"การซักฟอกรัฐบาล จะเริ่มขึ้นในเดือนก.ย. โอกาสที่รัฐบาลจะสามารถแก้ไขวิกฤตโควิดให้พลิกกลับมาอยู่ในแดนบวกขึ้นมาได้แล้ว เป็นไปได้ว่า ความเข้มข้น ในสภาฯ จะลดความน่าสนใจลงไปทันที
แต่ประเด็นที่น่าสนใจ เวลานี้คือ ความเคลื่อนไหวที่ก่อตัวขึ้นคือการพุ่งเป้าโจมตีไปยัง บรรดา "ขุนพล" รอบๆตัวนายกฯ ซึ่งดูเหมือนว่าจะได้ผลเป็นที่น่าพอใจไม่น้อย !!
จะเห็นได้ว่า ปฏิบัติการรุกไล่ โจมตี "หมอยง" นพ.ยง ภู่วรวรรณ หนึ่งในทีมคณะแพทย์ ที่ปรึกษานายกฯ ก็เคยเข้มข้นถึงขึ้นมีการล่าชื่อขับไล่ หมอยง ออกจากตำแหน่งหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนทำให้หมอยง ต้องออกมาเตือนว่าอย่าเอาวัคซีนเป็น "เครื่องมือทางการเมือง" มาแล้ว
ล่าสุดพบว่า มีการพุ่งเป้าโจมตีไปยังกองทัพ เมื่อภายหลังมีเอกสารเอกสารคล้ายกับหนังสือราชการ จากกองพิธีการ กรมสารบรรณทหาร ส่งถึงเลขาธิการสภากาชาดไทย ขอรับการสนับสนุนวัคซีน "โมเดอร์นา" เพื่อฉีดให้กับกำลังพลและครอบครัว จนต่อมาทางกองทัพไทย ได้ออกมายอมรับว่าเป็นเอกสารจริง แต่เป็นการกระทำโดยพลการ ซึ่งผู้ที่ลงนามในหนังสือดังกล่าว ไม่ได้รับมอบอำนาจจากผู้บัญชาการทหารสูงสุด จึงไม่ถือเป็นหนังสือที่ถูกต้อง รวมทั้งได้สั่งลงโทษทางวินัยแก่กำลังพลดังกล่าวไปแล้ว
แต่ดูเหมือนว่า กระแสการโจมตี เสียดสีกองทัพยังไม่จบลงเพียงเท่านั้น เพราะมีการติดแฮชแทกกันอย่างกว้างขวาง จนล่าสุด โฆษกกระทรวงกลาโหม ต้องออกมายืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ขอเคียงข้างพี่น้องประชาชนในยามวิกฤต ขอย่าเสียดสีโทษกล่าวว่าร้าย หรือทำลายกำลังใจกันเอง
แน่นอนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นย่อมมีทั้งเหตุและผล ที่ทำให้เกิดเป็น "จุดอ่อน" จนทำให้ถูกหยิบฉวยขึ้นมาใช้เขย่าเก้าอี้พล.อ.ประยุทธ์ ให้สั่นคลอนได้ทั้งสิ้น ทั้งหมอ และกองทัพ!
โดย:ทีมข่าวการเมือง