นิยาย love you robot
บทนำ  พุทธศักราช 2540. 2540 หญิงสาวบนเตียงเจ็บปวดแทบขาดใจ เธอสะกดกลั้นเสียงร้องไม่ให้ออกมามากเกินจำเป็น เพราะกลัวว่า คนนอกห้องจะเป็นห่วงเธอ น้ำใสๆรินไหลจากดวงตาลงอาบแก้มนวลที่ไร้สีเลือด หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น จนฮ่อเลือด มือเรียวกำผ้าปูเตียงแน่น "เบ่งค่ะ เบ่งอีกนิดดดดด!" เสียงหมอที่ช่วยทำคลอดให้เธอพูดขึ้นอย่างเอาใจช่วย กลุ่มคนที่ล้อมรอบเธออยู่ก็ส่งเสียงช่วยเช่นกัน และมีสีหน้ากังวลจนปิดไว้ไม่มิด มีเพียงหญิงสาวเท่านั้นที่เจ็บปวดเกินกว่าจะสนใจสิ่งใด ในใจภาวนาให้ลูกน้อยออกมาลืมตาดูโลกเร็วๆ ทั้งอยากเห็นหน้า ทั้งอยากจะหลุดพ้นจากความเจ็บปวด "ยังไงดีคะหมอ นี่มัน 10 ชั่วโมงแล้วนะคะ ร่างกายเธออาจรับไม่ไหว ถ้าตอนนี้ เด็กยังไม่ออกมา" ผู้ช่วยสาวเดินมาหา หมอทำคลอดที่เดินไปดูคุณแม่ในอนาคตอันใกล้ สลับกับ เดินมาดูชาร์ทรายงาน "กรี๊ดดดด!" เสียงกรีดแหลมดังขึ้น หมอทำคลอดหญิง และ ทุกคนที่กำลังกังวลสะดุ้งโหยง หมอรีบเงยหน้าจากชาร์ทที่วางบนโต๊ะ ตรงรี่ไปยังคุณแม่ทันที "หัวเด็กออกมาแล้วค่ะ!" พยาบาลสาวรีบกล่าวอย่างดีใจ ทุกคนเร่งรีบทำงานของตัวเอง แข่งกับเวลา กลัวว่าหากช้าไปเพียงนิด ร่างกายแสนอ่อนแอของหญิงสาวบนเตียงจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เย็นย่ำมาถึง หญิงสาวที่หลับไปตั้งแต่เด็กน้อยออกมาจากท้องโดยยังไม่ทันได้เห็นหน้า ปรือตาขึ้นอย่างยากลำบาก หญิงสาวมองไปรอบๆห้อง พบว่า ตอนนี้เธออยู่ในห้องพักฟื้น ลูกน้อยคงอยู่กับพยาบาลเลี้ยงเด็กเป็นแน่ หญิงสาวหยุดสายตาที่กล่องกำมะหยี่สีแดงกล่องหนึ่งบนโต๊ะข้างหัวเตียงแล้วขมวดคิ้วเป็นโบ "นี่ของใครกันเนี่ย" เธอพึมพำ แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ เสียงเคาะ และเปิดประตูเข้ามาก็ทำให้เธอ หันไปมองประตู "ฟื้นแล้ว! รินดา ฟื้นแล้ว" เสียงหญิงชราดังขึ้น น้ำเสียงแฝงความดีใจไว้เต็มเปี่ยม ผู้มาใหม่คือ คุณตา คุณยาย มือใหม่นั่นเอง "ค่ะ ริน ฟื้นแล้ว แล้ว ลูกของ ริน..." หญิงสาวกล่าวถาม "อ่อ ริน ได้ลูกชายล่ะ หลานตา หล่อเหมือนตาเลยน้า!" ชายชราไวเกือบ 60 ยิ้มแก้มปริ เดินตรงไปหาลูกสาวที่กึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียง "อ้าว! นี่กล่องอะไรเนี่ย" หญิงชรา ที่วางกระเป๋าบนโต๊ะข้างเตียง แลเห็นกล่องกำมะหยี่สีแดงที่วางอยู่ บนฝากล่องมีโบผูกไว้ด้วย แถม มีแม่กุญแจล็อกไว้อีก "ไม่รู้ค่ะ ริน ตื่นมา ก็มีกล่องนี่วางไว้แล้ว" รินดา พูด สายตาอ่อนล้าจับจ้อง กล่องกำมะหยี่ในมือผู้เป็นแม่ "เอามานี่สิ" ชายชรา ยื่นมือไปรับกล่องสีแดงไว้ พิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้าเหี่ยวย่นก็เผยสีหน้ากังวลออกมา แต่ก็เพียงแว้บเดียวเท่านั้น พร้อมกับ เก็บกล่องั้นไว้กับตัวแทน "เดี๋ยวถึงเวลา ฉันจะบอกหลานเรื่องกล่องนี้เอง ใครห้ามแตะต้องมันเด็จขาด" คุณตามือใหม่ กล่าวกับทุกคนด้วยเสียงจริงจัง "มันหายไปได้ยังไง!" เสียงตวาดลั่น ทำให้คนที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่สะดุ้งโหยง หน้าขาวซีดลงทุกขณะ ชายหนุ่มที่นั่งบนเก้าอี้บุนวมหนานุ่ม จับจ้องใบหน้าขาวซีดนั้นไม่วางตา มือใหญ่กำแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาโกรธเกรี้ยวยิ่งกว่าครั้งใดๆ "ฉันถามว่า มันหายไปได้ยังไง" เมื่อได้รับความเงียบเป็นคำตอบ มือที่กำแน่น ก็ทุบเปรี้ยงลงบนโต๊ะ "ไม่...ไม่รู้ครับ" ชายหนุ่มตอบ หลบตาคนตรงหน้าเป็นพัลวัน "เชอร์แอน ที่นอนไม่ได้สติ รอฝังชิพ ก็หายไปด้วยครับ" เขานึกเรื่องสำคัญอีกเรื่องได้ จึงรีบรายงาน แม้รู้ว่า ความเกรี้ยวกราดตรงหน้า อาจเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ "โครม!" เป็นจริงดังคาด ชายหนุ่มตรงหน้า ลุกขึ้นอย่างโกรธเกรี้ยว เก้าอี้ล้มระเนระนาดและยังไปชนเอากองแฟ้มเอกสารให้ร่วงกราวลงมาอีก "นายทำไมปล่อยให้เป็นแบบนี้" เขาไม่สนใจสิ่งที่ล้มลง ตรงเข้ากระชากคอเสื้อผู้รายงานข่าวสำคัญในทันที พร้อมปล่อยหมัดหนักๆเข้าเต็มใบหน้าขาวซีด "รู้มั้ย หากใครได้มันไปครอบครอง ผู้นั้นจะมีอำนาจมากมายมหาศาล แถมหากเอาไปใช้ในทางที่ผิด อาจทำลายดาวของเราได้ทั้งดาวเลยนะ แม้เราจะมีพวก หุ่นยนต์ และ เอไอ ช่วยป้องกันได้ และ หากมันแย่กว่านั้นคือ มันอาจไปทำลายดาวดวงอื่นๆด้วย" ชายหนุ่มกล่าว มือที่เปรอะคราบเลือดคนตรงหน้า ถูกชักกลับมา ปล่อยลงข้างตัวอย่างอ่อนแรง อีกมือก็ผลักคนตรงหน้าจนล้มลง "หากเจอ เชอร์แอน ให้รีบฝังชิพทันที ยายนี่ มันซุกซน และร้ายกาดกว่าที่ฉันคาดไว้เยอะเลย ไปสิ ไปได้แล้ว!" ประโยคหลังกลับมาตวาดลั่นอีกครั้ง เมื่อเห็นคนตรงหน้ายังยืนนิ่ง....
34รับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      (ข่าวสั้น) ภาพที่เห็นคือสาวชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งที่โดดลงไปเดินอยู่กลางรางรถไฟ จากเหตุผลเพราะ "เธองอลเจ้าหน้าที่ประจำสถานี"
      รวมสาเหตุ ไฟไหม้รถยนต์ เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม ไฟไหม้รถยนต์ ฟังดูแล้วอาจเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับบางคน เพราะคิดว่าไฟไหม้รถยนต์มักเกิดกับรถที่ติดแก๊สเพียงอย่างเดียว
      คนอื่นเริ่มหยุดแล้ว แต่เราอาจจะยังไม่หยุดขึ้นดอกเบี้ย กรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวานนี้ตัดสินใจเป็นเอกฉันท์ ขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% เป็น 1.5% ซึ่งเป็นการปรับนโยบายการเงิน “อย่างค่อยเป็นค่อยไป” ตามที่เคยส่งสัญญาณมาหลายครั้ง
      • 10 Fact สนุก ๆ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน #210
      ดูทั้งหมด