มีบัญชีอยู่แล้ว?
สวัสดีวันอังคาร แรม๒ ค่ำ เดือน ๘/๒ ครับ
คนบางคนถูกโจรบังคับให้พายเรือให้
คนบางคนยินดีพายเรือให้โจรเพื่อหวังส่วนแบ่ง
ทั้งหลายทั้งปวงเมื่อถูกจับได้ จะอ้างเหมือนกัน
หมด ว่าถูกโจรบังคับ.
เตียงสนาม
เรื่องเล่าจากมหากาพย์ มหาภารตะ
สวัสดีอีกครั้งครับ ถึงวันนี้ก็ถึงเหตุการณ์ที่เตียง
สนามไม่เพียงพอแล้ว คำแนะนำที่ได้รับกันคือ
รักษาตัวอยู่บ้านตามอาการ ก็ดีเหมือนกันครับ
ไม่แปลกที่แปลกทางดี
แต่ถ้าคนระดับผู้นำ เกิดเป็นขึ้นมาบ้างผมขอแนะนำ เตียงพิเศษอย่างท้าวภีษมะ ให้ครับจะได้
สมเกียรติ ระดับผู้นำ555
เล่าเรื่องต่อดีกว่า รู้สึกว่าจะเรื่อยเปื่อยมากเลย
นะเราเนี่ย
สงครามในคืนวันที่สิบสี่ หลังจากฆโตกจะ
ตายด้วยฝีมือของ ราธียะด้วยอาวุธวิเศษ
อันมีชื่อว่า ศักติ ที่ได้รับมอบจากพระอินทร์
และอาวุธนี้มีข้อแม้ว่า จะใช้ได้เพียงครั้งเดียว
เท่านั้น
แต่สถานการณ์ในการสู้รบ ยังดำเนินต่อไป
จนรุ่งเช้า แม้จะมีการหยุดพักขั้นเวลาประมาณ
สองชั่วโมงก็ตาม และเมื่อพระอาทิตย์ทอแสง
ที่ขอบฟ้าของทุ่งกุรุ ก็เป็นสัญญาณว่า สงคราม
วันที่ สิบห้า กำลังจะต้องดำเนินต่อไปแบบนอน
สต๊อป
ทางฝ่ายปาณฑพ มีการพูดคุยสอบถามเรื่อง
คาใจที่ว่า ทำไม ราธียะ จึงใช้อาวุธสำคัญนี้
เพื่อฆ่า ฆโตกจะ ทั้งที่ รู้กันว่า ราธียะ ต้องการ
ใช้อาวุธนี้เพื่อฆ่าอรชุน และทำไม ตลอดการรบ
หลายวันที่ผ่านมา มีโอกาสต่อสู้กับอรชุนหลายครั้ง แต่ ราธียะ กลับไม่ใช้อาวุธนี้
ผู้วิสัชนา เรื่องนี้คือ พระกฤษณะ
จะท้าวความให้ฟังนิดนึง คือเมื่อตอนที่พระอินทร์
มอบอาวุธให้แก่ ราธียะ นั้นมีข้อบ่งใช้ว่า อาวุธนี้
จะใช้ไม่ได้ ถ้ามีกฤษณะ อยู่ด้วย และในการรบ
กฤษณะ มีหน้าที่เป็นสารถี ของอรชุน จึงเป็นไปได้ยากที่จะรบ กับอรชุนโดย ไม่มีกฤษณะอยู่ด้วย
และสิ่งที่กฤษณะ ทำเมื่อต้องปะทะกับราธียะคือ
จะใช้มนต์ ปิดบังจิตใจของ ราธียะ ให้ลืมเรื่องที่ว่า
จะใช้อาวุธนี้ไปชั่วขณะ นับว่าเป็นวิธีที่เจ้าเล่ห์
เอาการอยู่ และจะไม่ให้ อรชุนสู้กับ ราธียะนาน
เพื่อกันเหนียว เผื่อมนต์คลาย
และในวันนี้ ราธียะ ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะใช้ ศักติ
จึงให้ฆโตกจะ ออกไปรบแทน อรชุน
เห็นได้ชัดว่า แผนของพระกฤษณะ คือส่งไปตาย
แทนอรชุน แม้เหตุผลของพระกฤษณะ ที่ว่า
ถ้า ราธียะ ไม่ใช้ศักติ ออกมา จะไม่มีใครสามารถ
ฆ่า ราธียะได้ เพราะผู้ครอบครองศักติ จะไม่มีวัน
ถูกใครฆ่าได้ เอาเป็นว่า ในความคิดผมถือว่าเป็น
การใช้เล่ห์กล เอาเปรียบ ที่ไม่ค่อยน่าชื่นชมสักเท่าไหร่ สำหรับฝ่ายที่เรียกตัวเองว่าฝ่ายธรรมะ
ด้านฝ่าย เการพ ทุรโยธน์ ทำในสิ่งที่ตนเองถนัด
ที่สุดในการรบครั้งนี้ คือ ใช้วาจา โจมตีความผิดพลาดของโทรณาจารย์ อย่างหนัก เช่นว่า
ไม่เต็มใจรบ ลำเอียงชอบพวกปาณฑพมากกว่า
มาถึงตอนนี้ โทรณาจารย์ เข้าใจถึงสิ่งที่ท้าว
ภีษมะ ต้องทนแบกรับมาตลอด ที่บัญชาการรบ
แล้วว่า ที่ยิ่งกว่าการรบคือ การฟังคำตำหนิถากถาง ของทุรโยธน์ นี่เอง
แต่ที่หน้าแปลก คือ ทั้งท้าวภีษมะ และโทรณาจารรย์ ต่างก็รู้ว่า การรบครั้งนี้ไม่มีวันชนะ
แต่ก็ยังรบแบบทุ่มเทชีวิต ให้แก่ทุรโยธน์
สำหรับเหตุผล ของท้าวภีษมะ พอเข้าใจได้
เพราะได้รับปากเป็นสัจจะกับ พระนางสัตยวดี
ไว้ ว่า จะพิทักษ์ราชบัลลังก์ของราชวงศ์กุรุ
จนถึงที่สุด
ส่วนทางด้านโทรณาจารย์ เองไม่ได้มีเหตุผล
อะไรบังคับ อย่างนั้น ในฐานะของคนที่เกิดในวรรณะพราหมณ์ แล้ว โทรณาจารย์ มักเลือกสิ่ง
ที่อยู่ตรงข้ามกับ ความยืดถือของวรรณะเสมอ
เมื่อมีทางสองแพร่งให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นการไปเรียน กับภควาจารย์ ด้วยความแค้น ที่มีต่อ
ท้าว ทรูบท
หรือ การเลือก ที่จะ สร้างความแค้นให้กับท้าว
ทรูบท อย่างไม่น่าจะทำ
การถืออ้างว่าตนเป็น อาจารย์ ของ เอกพละ
นักแม่นธนู ที่เลื่อมใสตน แล้วขอนิ้วมือเป็นทักษิณา อย่างหน้าด้านๆ
การทำเหมือน ไม่รู้ไม่เห็น เมื่อ มีสิ่งไม่ชอบธรรม
เกิดขึ้น ทั้งที่ตน ก็มีอำนาจวีโต้ ได้ อย่างกรณี
การเล่นสกา หรือ เมื่อมีการฉุดลาก พระนางเทราปที
 
ความเป็นอยู่ ที่สบายและทรัพย์สริงคาร และเกียรติยศ ที่ได้รับจาก ทุรโยธน์ ต่างหาก ที่บังตา
และบังใจ โทรณาจารย์ อยู่ ไม่ต่างกับการสมยอม
พายเรือให้โจร แม้จะรู้ผลของมันอยู่เต็มอกก็ตาม
และนี่คือความครุ่นคิดในใจของ โทรณาจารย์
สงครามวันที่สิบห้า จะเริ่มในตอนต่อไปครับ
สงสารทหารที่รบกันมาทั้งวันทั้งคืนแล้วและนี้ยัง
จะรบกันต่ออีก ไอ้คนสั่งนะมันไม่เหนื่อยเท่ากับ
ผู้ปฏิบัติการหลอก ถึงไม่ได้นอนเหมือนกัน แต่
ฝ่ายปฏิบัติการ ใช้ทั้งแรงทั้งสมอง คนสั่งนั่งกอด
เก้าอี้ กลัวหลับแล้ว หายไม่ได้นั่งอีก555
ขอบคุณทุก ท่านที่อ่านและติดตามครับ
ตอนหน้า เรา มาดูจุดจบของโทรณาจารย์กัน
ว่ามัน ยุติธรรมไหม ตอนนี้เอวังก่อนนะขอรับ
ขอบคุณ ที่มาของข้อมูล
เรื่องเล่าจากมหากาพย์ มหาภารตะ
ของอาจารย์ วีระ ธีรภัทร ครับ
    ทูบี Re_Invent
    สักแปบแวะมาอ่านนะคะ