27 ก.ค. 2021 เวลา 06:00 • ไลฟ์สไตล์
เคยคิดกันไหมว่า ตื่นเช้ามาสิ่งแรกที่เราทำคืออะไร ?
แอดเชื่อว่าคนส่วนใหญ่มักจะหยิบมือถือเป็นอันดับแรก ยิ่งช่วง work from home มนุษย์เงินเดือนแบบเรา ตื่นนอนมาก็คือจดจ่ออยู่หน้าอีเมลตั้งแต่ยังไม่ล้างหน้าแปรงฟัน หรือบางคนสายเสพข่าวก็จะอัปเดตข่าวสารใน Twitter เลื่อนหน้า Facebook Feeds หรือที่หนักกว่านั้นคือสายโพสต์ แบบว่าตื่นนอนก็โพสต์ กินข้าวก็โพสต์ ทำอะไรก็ต้องลง Story IG Facebook ให้เพื่อน ๆ ในโซเชียลได้ดูกัน
1
รู้มั้ยว่านิสัยเหล่านี้นี่แหละจะทำให้เราเคยชินจนไม่รู้ตัว และถ้าปล่อยไปนาน ๆ อาจจะเข้าสู่ภาวะ Socialism เลยก็ได้นะ ใครที่คิดว่าตัวเองกำลังติดโซเชียลเกินเบอร์มากองรวมกันตรงนี้เลย เพราะวันนี้แอดมีวิธีเยียวยาให้เราได้อยู่ในโลกออฟไลน์กันบ้าง กับการทำ Social Detox ว่าแต่จะเป็นอย่างไร และต้องทำอะไรบ้าง ตามมาดูกัน
📱Social Detox คืออะไร ?
ทุกคนคงพอรู้ว่า Detox คือการเอาสารพิษออกจากร่างกายเพื่อให้สุขภาพของเรานั้นดีขึ้น การทำ Social Detox จึงเป็นการบำบัดอาการเสพติดการใช้โซเชียลมีเดียที่ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจจนเกิดความทุกข์ ความเครียด ลามมาถึงร่างกายและการใช้ชีวิตประจำวัน จึงทำให้เราต้องบำบัดอาการเหล่านี้เพื่อให้สภาพจิตใจกลับมาสดใส สดชื่นขึ้น หรือพูดง่าย ๆ ก็คือการพาตัวเองออกห่างจากมือถือและโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เพื่อเป็นการพักใจ พักสมอง และเรียกความเป็นตัวเองกลับมา เหมือนกับเป็นการล้างสารพิษในร่างกายออกไปนั่นเอง
📱อาการแบบนี้ที่ต้อง Social Detox
เพราะความที่เราหมกมุ่นอยู่แต่โลกของโซเชียล นั่นหมายถึงวัน ๆ นึงของเราเสียไปกับการก้มหน้าก้มตาเล่นมือถือ ทั้งรับข่าวสาร ทำงาน และติดตามเรื่องราวต่าง ๆ ซึ่งส่งผลเสียทั้งร่างกายและจิตใจ ดังนี้
• ปวดเมื่อยฝ่ามือ คอ ไหล่ หากใครเริ่มมีอาการปวดจุดดังกล่าว ถือเป็นสัญญาณว่าควรหยุดเลยมือถือได้แล้ว
• ปวดตา แสบตา แสงบนหน้าจอแสดงผลของมือถือจะมีแสงสีฟ้าปนออกมาด้วย ซึ่งแสงสีฟ้าคือส่วนสำคัญที่จะทำลายจอประสาทตาให้เสื่อมสภาพลง และยังทำให้ตาของเราแห้งจากการเพ่งมองหน้าจอเป็นเวลานานอีกด้วย
• ความกระวนกระวายใจเมื่อไม่ได้เล่นโซเชียล เช่น เครือข่ายล่ม แบตหมด ติดงาน ทำให้เรามีความหงุดหงิดมากกก ในใจนี่แบบอยากจะเข้าไปไถ ๆ สัก 2-3 นาทีก็ยังดี ใครที่เริ่มมีอาการนี้พูดเลยว่า คุณกำลังเริ่มเสพติด Social Media เข้าแล้ว
• ความไม่มั่นใจในตัวเองและเปรียบเทียบชีวิตกับคนอื่น คนส่วนใหญ่มักจะใช้โซเชียลมีเดียในการแชร์โพสต์ อัปเดตไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ โดยเฉพาะเพื่อน ๆ ของเราที่ใช้ชีวิตแบบกินหรูอยู่แพง ทำให้บางทีเราอาจนอยด์ขึ้นมาเองว่าทำไมชีวิตเราไม่เป็นอย่างนั้นบ้าง และเริ่มขาดความมั่นใจเพราะเอาชีวิตตนเองไปเปรียบเทียบกับภาพที่เห็นในสังคมออนไลน์ หรือบางคนอาจจะเสพติดยอดไลก์ และสูญเสียความมั่นใจเมื่อยอดไลก์ลดน้อยลง
📱ใกล้กันให้มากขึ้นด้วย Social Detox
เลิกสนใจคนในโซเชียลและเอาใจใส่คนในชีวิตจริงกันเถอะ ! พูดง่าย ๆ ก็คือพยายามทำให้มือถือมีความสำคัญกับเราน้อยที่สุด ไม่ใช่แม่นั่งอยู่ตรงหน้าก็ยังเลือกที่จะไถโซเชียล แบบนี้ไม่ดีแน่ ลองมาดูวิธี Social Detox แบบง่าย ๆ ด้วยตัวเองตามนี้ รับรองว่า ลด ละ เลิก ได้แน่นอน
• ปิด Notification ต่าง ๆ วิธีที่ง่ายที่สุดในการทำ Social Detox คือการปิดการแจ้งเตือนที่หน้าจอของแอปต่าง ๆ โดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย ซึ่งนั่นจะทำให้ถูกรบเร้าความสนใจได้น้อยลง อาจจะตั้งให้เป็นเพียงตัวเลขบนแอปเท่านั้นก็พอแล้ว
• หากิจกรรมออฟไลน์ทำ เมื่อเราหยุดเล่น Social Media แล้ว เราย่อมมีเวลาให้กับตัวเองมากขึ้น ควรหากิจกรรมที่ชอบทำแทน เช่น อ่านหนังสือ ดูซีรี่ส์ ฟังเพลง ทำอาหาร ปลูกต้นไม้
• งดหรือกำหนดเวลาในการเล่นโซเชียล สำหรับสายโหด พูดเลยว่าวิธีที่ง่ายที่สุดคือ การลบแอปโซเชียลออกไปให้หมด เหลือไว้แต่แอปสำหรับทำงานเท่านั้น แต่ส่วนน้อยที่จะทำแบบนี้ได้ เพราะในชีวิตประจำวันเรายังต้องติดต่อสื่อสารกับคนภายนอกและยังต้องรับรู้ข่าวสารอยู่ เพียงแค่เราอาจจะจำกัดเวลาการเล่น หรือแค่ลดการใช้โทรศัพท์เท่านั่นเอง เช่น การอัพรูปหรือโพสต์ข้อความ การเสพสื่อข่าวสารต่าง ๆ อาจจะจำกัดเวลาเล่น เช่น วันนี้แพลนไว้ว่าจะเล่นแค่ 2 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น
📱โรคร้ายอาจถามหา ถ้าติด social มากไป
เพราะอาการติดจอหรือเสพติดโซเชียลที่มากเกินพอดี อาจเป็นการทำร้ายสุขภาพกายและสุขภาพใจของเราได้ในระยะยาว ดังนี้
• โรควุ้นในตาเสื่อม บางคนอาจจะต้องทำงานติดจอคอมพิวเตอร์ทุกวัน วันละหลาย ๆ ชั่วโมง หรือจ้องมือถือบ่อยแบบไม่วางตา ทั้งการเล่นโซเชียลหรือเล่นเกม พฤติกรรมเหล่านี้หากทำติดต่อกันนานเกินไปอาจทำให้เกิด "โรควุ้นในตาเสื่อม" ได้ เพราะในหน้าจอของอุปกรณ์เหล่านี้จะมีแสงสีฟ้าชนิดหนึ่งซึ่งเป็นอันตรายต่อดวงตาของเรา โดยเจ้าแสงสีฟ้านี้จะตรงเข้าทำลายดวงตาของเราจากภายใน ทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของน้ำวุ้นในตา ทำให้เกิดโรควุ้นในตาเสื่อมนั่นเอง อาการสำคัญคือเวลามองจะเห็นภาพเป็นคราบดำ ๆ คล้ายหยากไย่ ซึ่งใครเริ่มมีอาการเหล่านี้ จะทำให้เกิดอาการปวดตาและมีปัญหาด้านสายตาในที่สุด
• Text - Neck Syndrome เป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้งานอุปกรณ์สื่อสาร อย่างโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต ด้วยท่าทางที่ผิด และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม จึงเกิดอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย อาการเริ่มแรกส่วนใหญ่จะพบกับอาการ ปวดต้นคอ ไหล่ห่อ คอตก และปวดหลัง หรือรุนแรงกว่านั้น จะเริ่มมีความเสื่อมของแนวกระดูก หรือหมอนรองกระดูกคอ ซึ่งก่อให้เกิดการกดทับของไขสันหลังหรือรากประสาทบริเวณคอ ส่งผลให้เกิดอาการชา มือและแขนอ่อนแรง ซึ่งหากใครเริ่มมีอาการดังกล่าว แสดงว่าคุณเสี่ยงเป็นโรคText- Neck Syndrome หนึ่งในโรคสุดฮิตของยุคสังคมก้มหน้าแล้วนะ
การติดตามข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดียไม่ใช่เรื่องแย่ เพียงแค่เราต้องวางแผนและควบคุมการเล่นโซเชียลให้ได้ พร้อมให้ความสำคัญกับคนรอบตัวไปพร้อม ๆ กัน เพียงเท่านี้ก็ปลอดภัยจากอาการติดโซเชียลที่อาจทำร้ายทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจแน่นอน และไม่ว่าเพื่อน ๆ จะเกิดใน Gen ไหนก็ตาม จะติดแชทติดจอขนาดไหน ก็อย่าลืมมองหาแผนความคุ้มครองสุขภาพจากเมืองไทยประกันชีวิตมาเป็นตัวช่วยในการดำเนินชีวิตและดูแลเรื่องสุขภาพเอาไว้ด้วยนะ
ที่มา : สืบค้นเมื่อวันที่ 25/06/64
🔖 trueid
bit.ly/3A6JNPF (ข้อมูล ณ วันที่ 30/03/63)
🔖 beartai
bit.ly/2TdHJEX (ข้อมูล ณ วันที่ 28/02/63)
🔖 smethailandclub
bit.ly/3A781cQ (ข้อมูล ณ วันที่ 31/05/62)
🔖 it24hrs
bit.ly/3xY5eAB (ข้อมูล ณ วันที่ 03/08/63)
🔖 thaihealth
bit.ly/3hrZVCO (ข้อมูล ณ วันที่ 18/02/62)
ติดตามสาระดีๆ และข่าวสารน่ารู้จากเมืองไทยประกันชีวิต ได้ที่
- Facebook: @muangthailife
- Twitter: @MuangThaiLife
- IG: @muangthailife
- Blockdit: muangthailife
โฆษณา