27 ก.ค. 2021 เวลา 08:39 • ประวัติศาสตร์
“จาเวียร์ พีนา (Javier Pena)” เจ้าหน้าที่ผู้ตามล่า “พาโบล เอสโคบาร์ (Pablo Escobar)”
“จาเวียร์ พีนา (Javier Pena)” คือเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดผู้กล้าหาญคนหนึ่ง
เขาเป็นเจ้าหน้าที่ๆ ออกตามล่าตัว “พาโบล เอสโคบาร์ (Pablo Escobar)” หาทางทำให้เอสโคบาร์ต้องรับโทษ โดยไม่เกรงกลัวและไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจของเอสโคบาร์
แต่ก่อนจะไปที่เรื่องราวของเขา เราไปดูกันก่อนดีกว่าครับว่า “พาโบล เอสโคบาร์ (Pablo Escobar)” คือใคร
พาโบล เอสโคบาร์ (Pablo Escobar)
หากเป็นคนที่ติดตามบทความผมน่าจะรู้จักเอสโคบาร์เป็นอย่างดี เนื่องจากผมก็เขียนเรื่องราวของเขาบ่อยอยู่ แต่สำหรับคนที่เพิ่งมาติดตาม ก็ต้องเล่าว่าในยุค 70 (พ.ศ.2513-2522) และ 80 (พ.ศ.2523-2532) เอสโคบาร์คือผู้มีอิทธิพลที่น่ากลัวมากที่สุดคนหนึ่ง
1
ในโคลัมเบีย แทบทั้งประเทศต่างต้องยอมอ่อนน้อมต่อเขา เนื่องจากอิทธิพลของแก๊งของเขานั้นมากเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด หากใครต่อต้าน ก็ล้วนแต่ถูกสั่งเก็บ
เอสโคบาร์ เกิดที่โคลัมเบียในปีค.ศ.1949 (พ.ศ.2492) และเรียกได้ว่ามีแววโจรตั้งแต่ยังเด็ก เนื่องจากตั้งแต่เด็ก เขาก็เกเร ลักเล็กขโมยน้อยอยู่บ่อยครั้ง ก่อนที่ในยุค 70 (พ.ศ.2513-2522) เขาจึงค้นพบธุรกิจที่สร้างความมั่งคั่ง เป็นธุรกิจที่ทำเงินแรงมาก
“โคเคน”
โคเคน
ด้วยความที่ลักเล็กขโมยน้อยมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เขามีความคล่องและชำนาญเส้นทางต่างๆ อย่างดี เอสโคบาร์จึงเริ่มขนยาเสพติดจากโคลัมเบีย เข้าไปยังประเทศอื่นๆ รวมทั้งสหรัฐอเมริกา
ในไม่ช้า “แก๊งค้ายาเมเดลิน (Medellín Cartel)” ซึ่งก่อตั้งโดยเอสโคบาร์ ก็มีเงินหมุนเวียนวันละเป็นล้าน
ตัวของเอสโคบาร์ก็กลายเป็นมหาเศรษฐีติดอันดับโลก โดยช่วงหนึ่ง มีการประเมินว่าทรัพย์สินของเขานั้นมีไม่ต่ำกว่า 25,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 750,000 ล้านบาท)
และเพื่อเป็นการรักษาแหล่งเงินและอำนาจของตน เอสโคบาร์จึงสามารถทำได้ทุกอย่าง ฆ่าได้ทุกคนที่ขวางทางหรือล้ำเส้น รวมทั้งผู้พิพากษาและข้าราชการก็ไม่ปลอดภัย
หลักการของเอสโคบาร์คือ “รับเงิน และทำงานให้เขา ไม่เช่นนั้นก็จงต่อต้านและตายซะ”
แต่เจ้าหน้าที่ชาวอเมริกันที่ชื่อ “จาเวียร์ พีนา (Javier Pena)” ไม่ยอมง่ายๆ
จาเวียร์ พีนา (Javier Pena)
พีนาได้รับคำสั่งจากหน่วยปราบปรามยาเสพติดแห่งสหรัฐอเมริกา ให้ร่วมออกตามล่าเอสโคบาร์
พีนาเดินทางมายังโคลัมเบียในปีค.ศ.1988 (พ.ศ.2531) และต้องทำงานกับตำรวจโคลัมเบียในการตามล่าเอสโคบาร์
ตลอดระยะเวลาหลายปีต่อจากนั้น พีนาและกรมตำรวจโคลัมเบีย ต่างชิงไหวชิงพริบกับเอสโคบาร์เสมอมา โดยฝ่ายตำรวจก็พยายามทุกวิถีทาง ทั้งดักฟังโทรศัพท์ และพยายามจะให้คนในองค์กรของเอสโคบาร์ฆ่ากันเอง หากแต่ก็ไม่เป็นผล เอสโคบาร์มักจะนำหน้าพวกเขาหนึ่งก้าวเสมอ
1
สาเหตุที่การตามจับตัวเอสโคบาร์นั้นยากเย็น ก็เนื่องจากอิทธิพลของเอสโคบาร์ ใครขวางทางเขาล้วนต้องตาย มีการวางระเบิดรถยนต์วันละเป็น 10 คันโดยฝีมือของเอสโคบาร์
นอกจากนั้น เอสโคบาร์ยังตั้งค่าหัวเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดทุกคนในโคลัมเบีย ซึ่งนั่นก็รวมถึงตัวพีนาด้วย โดยเอสโคบาร์ตั้งค่าหัวเจ้าหน้าที่ถึงคนละ 300,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 10 ล้านบาท)
เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารหลายคนก็ล้วนแต่ถูกเอสโคบาร์ซื้อตัวเอาไว้แล้ว ทำให้พีนาไม่สามารถเชื่อใจใครได้อย่างสนิทใจ หลายๆ ครั้งที่ความเคลื่อนไหวและข้อมูลของพีนา ก็ถูกคนในฝ่ายตำรวจเอง ไปรายงานให้เอสโคบาร์ทราบ
เมื่อเป็นอย่างนี้ พีนาจึงหันไปทำงานกับ “Search Bloc” ซึ่งเป็นหน่วยงานพิเศษของกรมตำรวจโคลัมเบีย ซึ่งคนทำงานในหน่วยนี้ ล้วนมีแต่เจ้าหน้าที่ๆ ไว้ใจได้
Search Bloc มุ่งไปยังกลุ่มคนใกล้ตัวเอสโคบาร์ และพยายามทำให้คนเหล่านี้เป็นสายให้ตำรวจ และในไม่ช้า ความกดดันจากทางการซึ่งมีมากขึ้น ก็ทำให้เอสโคบาร์ยอมมอบตัวในที่สุด โดยมีข้อแม้หนึ่งข้อ
“เขาขอสร้างคุกของตัวเอง”
3
ไม่กี่วันก่อนที่เอสโคบาร์จะยอมมอบตัว เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดชาวอเมริกันอีกราย ชื่อ “สตีฟ เมอร์ฟีย์ (Steve Murphy)” ได้เดินทางมาถึงโคลัมเบียเพื่อร่วมปราบปรามเอสโคบาร์ และก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นท่าทีของเจ้าหน้าที่ๆ ดูแล้วผิดหวังที่เอสโคบาร์ยอมมอบตัว
แต่ความสงสัยของเมอร์ฟีย์ก็คลี่คลายในทันทีๆ ทราบว่าคุกที่จะใช้ขังเอสโคบาร์เป็นยังไง
คุกที่จะใช้คุมขังเอสโคบาร์นั้น มีชื่อว่า “La Catedral”
สถานที่แห่งนี้ดูเหมือนรีสอร์ทหรูมากกว่าจะเป็นคุก มีห้องหับมากมาย มีทั้งห้องสวีท ห้องครัว ห้องนอนขนาดใหญ่ ห้องทำงาน ห้องน้ำก็มีอ่างจากุซซี
มีแม้กระทั่งดิสโกเธคและบาร์
ภายในคุกสุดหรูของเอสโคบาร์
นอกจากนั้น ตำรวจก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในบริเวณคุก และที่แย่ที่สุดก็คือ เอสโคบาร์ยังสามารถสั่งการ ดำเนินการธุรกิจของตนผ่านคุกแห่งนี้โดยที่ไม่มีใครทำอะไรได้ และยังได้รับการคุ้มครองความปลอดภัยภายในเรือนจำสุดหรูของตน
แต่แล้ว ในปีค.ศ.1992 (พ.ศ.2535) รัฐบาลโคลัมเบียก็ได้หาทางจะย้ายเอสโคบาร์ไปอยู่ในเรือนจำธรรมดา เอสโคบาร์จึงหลบหนี ทำให้พีนาและ Search Bloc ได้โอกาสตามล่าเอสโคบาร์อีกครั้ง
1
ในที่สุด ปีค.ศ.1993 (พ.ศ.2536) พีนาและทีมงาน ก็ตามล่าเอสโคบาร์จนมาถึงบ้านเกิดของเอสโคบาร์ โดยอาศัยการแกะรอยจากสัญญาณโทรศัพท์
2 ธันวาคม ค.ศ.1993 (พ.ศ.2536) เอสโคบาร์ ซึ่งรู้ตัวแล้วว่าตำรวจกำลังมาถึง ก็ได้หนีขึ้นไปบนหลังคาของตึก พยายามหนีการจับกุม
เอสโคบาร์ได้ยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ๆ พยายามไล่ล่า จึงถูกเจ้าหน้าที่ยิงสวน และเสียชีวิต
ขณะสังหารเอสโคบาร์ พีนาไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุเนื่องจากติดงานอื่น หากแต่ความทุ่มเทในการตามจับเอสโคบาร์ ก็ทำให้เขาสมควรได้รับคำชื่นชม
ภายหลังจากการตายของเอสโคบาร์ พีนาก็เดินทางกลับสหรัฐอเมริกา ก่อนจะเกษียณในปีค.ศ.2014 (พ.ศ.2557)
โฆษณา