นาร์ซิสซัส (Narcissus) ชายผู้หลงตัวเอง
https://en.m.wikipedia.org/wiki/Narcissus_(mythology)
เพื่อนๆ บางคนอาจคุ้นเคยกับคำศัพท์ภาษาอังกฤษคำนี้ 'narcissism' ที่แปลว่าหลงตัวเอง วันนี้เราจะมาว่ากันด้วยเรื่องความเป็นมาของคำคำนี้กัน
"นาร์ซิสซัส ชายผู้หลงตัวเอง"
ตอนที่แล้วพูดถึงความเป็นมาแบบรวบรัดของนิทานอีสปจากยุคสมัยกรีกโบราณ แน่นอนว่าวันนี้เราก็จะไปท่องโลกกรีกกันอีกเช่นเคย ใครที่ชอบอ่านตำนานเทพปกรณัมกรีก-โรมัน (Mythology) น่าจะรู้จักนาร์ซิสซัสกันมาบ้างแล้วไม่มากก็น้อย ก่อนอื่นต้องเกริ่นว่าตำนานเทพกรีกนั้นมาจากหลากหลายแหล่ง บางทีอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละตำรา อย่างไรก็ตามเส้นเรื่องหลักของแต่ละคนหรือเทพแต่ละองค์นั้นมักจะเหมือนหรือคล้ายกัน
เอาล่ะ...มาเข้าเรื่องหนุ่มน้อยคนนี้กัน นาร์ซิสซัสนั้นไม่ใช่เทพแต่เป็นชายหนุ่มรูปงาม เขามีใบหน้าที่หล่อเหลาและรูปร่างที่สมส่วน หล่อขนาดไหนคงจะเปรียบได้ว่า หญิงสาวทุกนางที่พบเจอล้วนตกหลุมรักเขาอย่างหัวปักหัวปำ สาวๆ ตามติดกันเป็นกระบวนเลยทีเดียว!
นอกจากสาวๆ แล้ว พวกนางไม้ก็ยังตกหลุมรักนาร์ซิสซัสด้วย ก่อนจะไปเล่าเรื่องนาร์ซิสซัส ขอแทรกเรื่องราวของตัวละครสำคัญของเราก่อนสักหน่อย นางไม้ช่างพูดช่างจาตนหนึ่งนามว่า 'เอคโค' (Echo) นั้นหลงรักนาร์ซิสซัสเต็มหัวใจ แต่โชคร้ายที่วันหนึ่งนางดันไปพบเข้ากับมหาเทพีเฮรา (ใครติดตามเทพปกรณัมกรีกจะรู้จักเฮราดีว่านางเป็นจอมหึงหวงพระสวามีที่เป็นพี่น้องคลานตามกันมาอย่าง 'เทพซุส' ขนาดไหน)
เมื่อนางไม้เอคโคพบกับเฮราโดยบังเอิญจึงตื่นเต้นและชวนพูดคุยด้วยนิสัยช่างพูดช่างจาสดใสของนาง จนเฮราเพลิดเพลินไปกับบทสนทนาของเอคโค โดยลืมจุดประสงค์หลักว่านางลงมายังโลกเพื่อตามหานางไม้ที่เป็นชู้กับพระสวามีของนาง เมื่อเทพีเฮรานึกขึ้นได้ว่าตนตั้งใจลงมาทำภารกิจใด จึงโกรธเอคโคที่ชวนคุยจนลืมตามหาชู้รักของเทพซุส
 
'เฮราจึงสาปเอคโค'
และนี่คือสาเหตุที่บอกคุณว่านางเอคโคนั้นโชคร้ายที่เจอกับเทพีเฮรา เพราะนางถูกเทพีเฮราสาปให้พูดไม่ได้อีกต่อไป สิ่งที่จะทำได้มีแค่เพียง
'พูดทวนวาจาของคนอื่นเท่านั้น'
ดังนั้นเอคโคจึงทำได้แค่พูดตาม ไม่สามารถสื่อสารเองได้ และไม่สามารถบอกความในใจกับชายหนุ่มที่นางรักคือนาร์ซิสซัสได้
เอาล่ะ! กลับมาเรื่องของชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์กันบ้าง ด้วยความที่มีสาวๆ มารุมหลงรักนาร์ซิสซัส เขาจึงปฏิเสธทุกคนอย่างไรเยื่อใย หนำซ้ำยังมักพูดทำร้ายจิตใจ หักหารน้ำใจหญิงสาวเหล่านั้นจนป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี
วันหนึ่งมีหญิงสาวนางหนึ่ง (ไม่ปรากฏชื่อ) ที่ถูกนาร์ซิสซัสหักหารน้ำใจจนเกิดความแค้น จากนั้นนางจึงเฝ้าภาวนาถึงเทพีเนเมซิส (Nemesis) ซึ่งเป็นเทพีแห่งการล้างแค้น (โดย Nemesis ที่แปลว่ากรรมตามสนองนั้นก็มาจากพระนามของนาง) โดยสิ่งที่หญิงผู้นั้นวอนขอต่อเนเมซิสนั่นก็คือ
'ขอให้นาร์ซิสซัสรักใครไม่เป็นอีกเลยนอกจากหลงรักตัวเอง'
เนเมซิสได้ยินคำขอของหญิงสาวจึงจัดให้สมดั่งใจ ต่อมานาร์ซิสซัสรู้สึกกระหายน้ำจึงไปที่ลำธาร แต่เมื่อชะโงกศีรษะลงไปมองเห็นเงาสะท้อนของตัวเอง ก็ถึงกับสะดุ้ง!
นาร์ซิสซัสหลงรักเงาของตัวเองเข้าอย่างจัง!
ตั้งแต่วันนั้นชายหนุ่มเอาแต่โหยหาเงาในน้ำ ไม่กิน ไม่นอน เจ็บปวดเพราะไม่สามารถเอาเงาขึ้นมาครองคู่กับตนเองในชีวิตจริงได้ เป็นรักที่ไม่มีทางสมหวัง เขาจึงค่อยๆ ตรอมใจ เฝ้าอาวรณ์อยู่แต่ริมลำธาร จ้องมองเงาของตัวเองเช่นนั้น ร่างกายเริ่มซูบผอมหมดเรี่ยวแรง
ระหว่างนั้นเองนางไม้เอคโคเฝ้าดูนาร์ซิสซัสอยู่ไม่ห่าง แต่ไม่อาจทำอะไรได้เพราะนางถูกเทพีเฮราสาปให้ทำได้แค่ 'พูดตาม' คนอื่นเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์เอ่ยอะไรออกไปก่อน ซึ่งระหว่างนั้นนาร์ซิสซัสออกจะรำคาญนางที่เอาแต่พูดตามเขาเวลาเขาคร่ำครวญถึงเงาอันแสนรักในน้ำ ชายหนุ่มคิดว่านางไม้เพียงต้องการเยาะเย้ยเขา นางไม้เอคโคจึงค่อยๆ ตรอมใจไปพร้อมกับนาร์ซิสซัสด้วยพิษรักอันเจ็บปวด
กระทั่งถึงวันสุดท้ายของชีวิตชายหนุ่ม ที่เขาทนทุรนทุรายต่อไปไม่ไหว ก่อนที่เขาจะสิ้นใจนั้น เขาเอ่ยคำพูดหนึ่งออกมา
'ลาก่อน...'
นางไม้เอคโคทวนวาจาชายหนุ่มแผ่วเบาทั้งน้ำตา
'ลาก่อน...'
แล้วนางไม้ก็สิ้นใจตามชายหนุ่มไปหลังจากนั้น ตำนานเล่าว่าร่างของนาร์ซิสซัสกลายมาเป็นดอกนาร์ซิสซัสในปัจจุบัน ส่วนเอคโคนั้นสลายไป เหลือเพียงเสียงสะท้อนในหุบเขา เวลาที่เราตะโกนออกไป นางมักจะพูดตามเสมอ... (เสียงเอคโคนั่นเอง)
https://pixabay.com/th/images/
นี่ก็คือโศกนาฏกรรมที่แสนโรแมนติกและขมขื่นอีกเรื่องหนึ่งทีเดียว และเป็นที่มาของคำว่า Narcissism ที่แปลว่าคนหลงตัวเองที่กล่าวไปข้างต้นด้วยอย่างไรเล่า
เรื่องราววุ่นๆ ของชาวปกรณัมกรีกยังมีอีกมากมายเลยทีเดียว ไว้จะทะยอยมาเล่าให้ฟังนะคะ 🙃🙂
โฆษณา