Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Topics Time
•
ติดตาม
27 ก.ค. 2021 เวลา 19:03 • ประวัติศาสตร์
รอแบ็สปีแยร์เสนอให้ประหารชีวิตพระเจ้าหลุยส์ ทั้งที่ตัวเขาคัดค้านโทษประหารชีวิตมาตลอด ด้วยคำกล่าวที่ว่า "แน่นอน โดยทั่วไป โทษประหารคืออาชญากรรม หลักธรรมชาติอันยืนยงมิอาจยอมรับมันได้ แต่ยกเว้นกรณีเพื่อปกป้องความปลอดภัยของบุคคลหรือสังคม..."
มักซีมีเลียง ฟร็องซัว มารี อีซีดอร์ เดอ รอแบ็สปีแยร์ (Maximilien François Marie Isidore de Robespierre) (6 พฤษภาคม ค.ศ. 1758 - 28 กรกฎาคม ค.ศ. 1794)
เป็นนักกฎหมาย นักการเมือง รวมทั้งเป็นหนึ่งในบุคคลผู้มีบทบาทที่สุดในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส เป็นทั้งสมาชิกรัฐสภาและสมาชิกสโมสรฌากอแบ็ง เขาเป็นกระบอกเสียงให้แก่คนยากจนและต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และยังเป็นผู้ผลักดันการควบคุมราคาสินค้าโภคภัณฑ์ขั้นพื้นฐานตลอดจนการล้มล้างระบบทาสในอาณานิคมของฝรั่งเศส เขายังเป็นแกนนำผู้คัดค้านโทษประหารชีวิต อย่างไรก็ตาม เมื่อเขากุมอำนาจประเทศ เขากลับกวาดล้างฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่ปราณีจนนำไปสู่สมัยแห่งความน่าสะพรึงกลัว พระเจ้าหลุยส์ที่ 16
ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1788 เมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ทรงตรากฤษฎีกาจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาฐานันดรเพื่อแก้ไขปัญหาการคลังและระบบภาษีของประเทศ รอแบ็สปีแยร์เข้าร่วมการอภิปรายหารือถึงวิธีการเลือกตั้งรัฐบาลส่วนภูมิภาคของฝรั่งเศส เขาระบุว่าหากยังใช้วิธีการเลือกตั้งแบบเดิมกับเมื่อสองร้อยกว่าปีที่แล้ว สภาฐานันดรในคราวนี้จะไม่ได้ผู้แทนส่วนภูมิภาคที่เป็นปากเป็นเสียงของประชาชนฝรั่งเศสเลย
รอแบ็สปีแยร์ลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตของตนเองและหาเสียงโดยกล่าวโจมตีการทำงานของหน่วยงานท้องถิ่น ด้วยเหตุนี้เขาจึงได้รับความนิยมจากชาวชนบทจำนวนมาก และชนะเลือกตั้งเป็นหนึ่งในผู้แทนฐานันดรที่สามจำนวนสิบหกคนจากจังหวัดปาดกาแลในเดือนเมษายน ค.ศ. 1789 เหล่าผู้แทนเดินทางไปถึงพระราชวังแวร์ซายและรับฟังสุนทรพจน์ยาวสามชั่วโมงของฌัก แนแกร์ มุขมนตรีแห่งรัฐฝรั่งเศส และยังได้รับแจ้งว่าการออกเสียงในสภาให้เป็นไปตาม "รายฐานันดร" ไม่ใช่ "รายหัว" รอแบ็สปีแยร์มองว่าพวกเขาไม่สามารถเป็นปากเป็นเสียงได้จริงในสภาที่ใช้ระบบแบบนี้ ผู้แทนฐานันดรที่สามไม่มีวันโหวตชนะ รอแบ็สปีแยร์จึงร่วมกับผู้แทนฐานันดรที่สามซึ่งเป็นผู้แทนคน 96% ของประเทศ จัดตั้งสมัชชาแห่งชาติ (Assemblée nationale) เป็นสภาใหม่ที่แยกจากสภาฐานันดร ซึ่งในที่สุด พระเจ้าหลุยส์ก็ทรงยอมรับสภาใหม่นี้
ภายหลังพระเจ้าหลุยส์ถูกถอดจากบัลลังก์และถูกนำตัวสอบสวนโดยสภา อดีตกษัตริย์หลุยส์ยกกฎหมายสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชขึ้นมาต่อสู้ว่า "กษัตริย์และการกระทำของพระองค์จะถูกละเมิดมิได้" สโมสรฌากอแบ็งจึงแตกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มลามงตาญต้องการให้ประหารอดีตกษัตริย์ สมาชิกกลุ่มฌีรงแด็งต้องการให้ดำเนินการอย่างรอมชอมโดยไม่ละเมิดกฎหมายบ้านเมือง บ้างก็เสนอให้กักขังหรือเนรเทศอดีตกษัตริย์[12] ในห้วงเวลานี้ รอแบ็สปีแยร์ปราศรัยในสภาว่าอดีตกษัตริย์หลุยส์ละเมิดกฎหมายเอง ดังนั้นจึงไม่อาจยกความละเมิดมิได้มาเป็นข้อต่อสู้
อย่างไรก็ตาม มีการค้นพบเอกสารลับ 726 ฉบับในห้องบรรทมที่พระราชวังตุยเลอรี ซึ่งเป็นจดหมายที่อดีตพระเจ้าหลุยส์เขียนตอบโต้กับบรรดานายธนาคารและรัฐมนตรี ทำให้ฝูงชนหันมาต่อต้านองค์กษัตริย์ในทันที แม้อดีตกษัตริย์จะโต้แย้งว่าไม่รู้เรื่องจดหมายเหล่านี้ และจดหมายเหล่านี้ก็ไม่ได้มีลายเซนต์ของพระองค์อยู่ แม้มีหลักกฎหมายให้สันนิษฐานว่าจำเลยบริสุทธิ์ไว้ก่อน แต่รอแบ็สปีแยร์ได้กล่าวในสภาว่า "...เขาย่อมถูกสันนิษฐานอย่างนั้นจนกว่าจะตัดสิน แต่ถ้าหลุยส์ได้ยกฟ้องโดยสันนิษฐานว่าบริสุทธิ์ แล้วฝ่ายปฏิวัติจะเป็นยังไงกัน? ถ้าหลุยส์บริสุทธิ์ล่ะก็ เท่ากับว่าผู้พิทักษ์เสรีภาพทั้งหมดใส่ร้ายเขางั้นสิ..." รอแบ็สปีแยร์เสนอให้ประหารชีวิตพระเจ้าหลุยส์ ทั้งที่ตัวเขาคัดค้านโทษประหารชีวิตมาตลอด ด้วยคำกล่าวที่ว่า "แน่นอน โดยทั่วไป โทษประหารคืออาชญากรรม หลักธรรมชาติอันยืนยงมิอาจยอมรับมันได้ แต่ยกเว้นกรณีเพื่อปกป้องความปลอดภัยของบุคคลหรือสังคม..." ท้ายที่สุด ในวันที่ 15 มกราคม ค.ศ. 1793 สภามีมติตัดสินว่าอดีตกษัตริย์หลุยส์มีความผิดจริงฐานสมคบประทุษร้ายต่อเสรีภาพปวงชนและความมั่นคงแห่งรัฐ
ภายหลังการประหารพระเจ้าหลุยส์ อิทธิพลของรอแบ็สปีแยร์และฌอร์ฌ ด็องตง แนวร่วมนักปฏิวัติ เพิ่มขึ้นท่ามกลางบ้านเมืองที่อยู่ในสภาพกลียุค แต่สภากงว็องซียงแห่งชาติและอำนาจบริหารก็ยังถูกครอบงำโดยนักการเมืองฝ่ายฌีรงแด็งอยู่ ผู้ชุมนุมประท้วงต่างโกรธแค้นที่ฝ่ายฌีรงแด็งจุดชนวนสงครามกับประเทศเพื่อนบ้าน ในวันที่ 6 เมษายน มีการแต่งตั้งผู้แทนเข้าไปในกรรมาธิการความปลอดภัยส่วนรวมเพิ่มเติม สมาชิกทั้งหมดมาจากฝ่ายลาแปลนและด็องตง แต่ไม่มีฝ่ายฌีรงแด็งหรือรอแบ็สปีแยร์เลย รอแบ็สปีแยร์ไม่พอใจที่ไม่ได้รับเลือกและบอกสโมสรฌากอแบ็งว่าจำเป็นต้องจัดตั้งกองทัพของพวกซ็อง-กูว์ล็อต (กลุ่มผู้เรียกร้องล้มเลิกอำนาจและอภิสิทธิ์ทั้งหมดของราชวงศ์) เพื่อป้องกันคอมมูนปารีส (คณะปกครองกรุงปารีส) และจับกุมเหล่าผู้แทนนอกรีต ถึงตอนนี้รอแบ็สปีแยร์มองว่าบ้านเมืองมีแค่สองฝ่าย คือฝ่ายประชาชน และศัตรูของประชาชน
ในวันที่ 15 เมษายน กองทัพประชาชนจากทั่วสารทิศเข้ารายล้อมสภาและต้องการให้ถอดถอนสมาชิกฝ่ายฌีรงแด็งทั้งหมด สภายังคงเดินหน้าพิจารณาวาระกฎหมายต่างๆต่อไปอีกนับสัปดาห์ ในช่วงนี้ รอแบ็สปีแยร์ได้เสนอกฎหมายกรรมสิทธิ์สี่มาตราและยังผลักดันการเก็บภาษีแบบก้าวหน้า
26 พฤษภาคม หลังผ่านหลายสับดาห์แห่งความเงียบสงบ รอแบ็สปีแยร์อภิปรายอย่างอาจหาญว่าสโมสรฌากอแบ็ง "ต้องร่วมลุกฮือเพื่อต่อต้านพวกผู้แทนทุจริต" แต่ประธานสภาอีสนาร์ดตอบโต้ว่าสภาจะไม่คล้อยตามความรุนแรงใดๆ และนครบาลจะเคารพผู้แทนจากทุกที่ในฝรั่งเศส และไม่อนุญาตให้รอแบ็สปีแยร์พูดอภิปรายต่อ ในวันที่ 28 พฤษภาคม คอมมูนปารีสยินยอมให้มีการจัดตั้งกองทัพซ็อง-กูว์ล็อตเพื่อพิทักษ์การปฏิวัติและกฎหมายสาธารณรัฐ
เช้า 31 พฤษภาคม ฟร็องซัว อารีโอ ผู้บัญชาการกองอารักษ์ชาติ (Garde Nationale) สั่งให้ยิงปืนใหญ่ที่ปงเนิฟเพื่อเป็นสัญญาณเตือน ผู้แทนแวร์ญิวเสนอให้จับกุมอารีโอ รอแบ็สปีแยร์อภิปรายว่าแวร์ญีวและฝ่ายฌีรงแด็งเป็นพวกนิยมเจ้า[21] และเรียกร้องให้จับกุมฝ่ายฌีรงแด็งทั้งหมด ในเช้าวันต่อมา 1 มิถุนายน กองทัพประชาชนติดอาวุธ 12,000 คนรายล้อมสภาเพื่อสนับสนุนการจับกุมฝ่ายฌีรงแด็ง ในช่วงบ่ายก็เรียกร้องให้มีการจัดตั้งกองทัพปฏิวัติของชนชั้นซ็อง-กูว์ล็อตในทุกเมืองของฝรั่งเศส ในที่สุดก็มีการจับกุมมาดามรอล็องและคลาวีแยในวันนั้น แต่อารีโอยังไม่พอใจและกดดันให้จับกุมผู้นำฌีรงแด็ง 26 คนที่เหลือ ในช่วงค่ำของวันที่นั้น จำนวนประชาชนที่ล้อมสภาเพิ่มขึ้นถึง 40,000 คน
2 มิถุนายน อารีโอ สั่งให้กองอารักษ์ชาติเดินขบวนจากศาลาว่าการกรุงปารีสไปยังพระราชวังตุยเลอรี กองทัพประชาชนซึ่งมีจำนวนกว่า 80,000 ถึง 100,000 คน นำปืนใหญ่เข้าล้อมที่ประชุมสภา ฝ่ายณีรงแด็งเชื่อว่าเอกสิทธิ์ยังปกป้องพวกเขาอยู่ แต่ประชาชนนอกหน้าต่างกำลังเรียกร้องให้จับกุมพวกเขา พวกเขาพยายามออกจากพระราชวังแต่ถูกล้อมไว้ทุกทาง ในที่สุดก็ต้องเดินกลับห้องประชุมและลาออกจากตำแหน่ง พวกเขาแต่ละคนถูกจับกุมทันทีหลังกล่าวลาออก
หลังกลุ่มณีรงแด็งสิ้นอำนาจ รัฐบาลฝรั่งเศสเผชิญความท้าทายภายในประเทศมากมาย รอแบ็สปีแยร์ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมาธิการความปลอดภัยส่วนรวมในวันที่ 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1793 เขาจึงได้กลายเป็นจอมเผด็จการอย่างแท้จริง ในเวลาปีเดียว เขาจับกุมและประหารผู้คนนับพันตั้งแต่ความผิดเล็กน้อยจนถึงความผิดอุกฉกรรจ์ หรือแม้แต่การใส่ร้ายใส่ความโดยรอแบ็สปีแยร์ ต้องถูกประหารโดยเครื่องประหารกิโยตีน เขาคิดว่าสิ่งที่เขาทำเป็นสิ่งที่ถูกต้องดีงาม แต่คนอื่น ๆ เรียกช่วงเวลาที่รอแบ็สปีแยร์อยู่ในตำแหน่งว่า "สมัยแห่งความน่าสะพรึงกลัว" (la Terreur) ศัตรูจึงขนานนามเขาว่า "เผด็จการกระหายเลือด"
ในปีค.ศ. 1794 รอแบ็สปีแยร์บ้าเลือดถึงขนาดประกาศกลางสภาว่า เขาจะกำจัดศัตรูของชาติซึ่งเป็นนักการเมืองทรงอิทธิพล แต่ไม่ได้ระบุว่านักการเมืองทรงอิทธิพลผู้นั้นเป็นใคร ทำให้บรรดาสมาชิกสภาเกิดความระแวงว่าตัวเองจะตกเป็นเป้าหมาย บรรดาสมาชิกสภาจึงวางแผนโค่นล้มรอแบ็สปีแยร์อย่างลับๆในคืนนั้น เช้าวันถัดมา สมาชิกสภารุมอภิปรายโจมตีรอแบ็สปีแยร์อย่งารุนแรงโดยแทบไม่เปิดโอกาสให้ได้แก้ต่าง เขาและพวกถูกถอดถอนและจับกุมตัวกลางสภา รอแบ็สปีแยร์พยายามฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จ
รอแบ็สปีแยร์ถูกประหารด้วยเครื่องกิโยตีนท่ามกลางผู้คนมากมายที่รุมล้อมในวันที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ. 1794 ณ จตุรัสปลัสเดอลาเรวอลูว์ซียง กลางกรุงปารีส
ที่มา
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87_%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%87%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%8C
1 บันทึก
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย