30 ก.ค. 2021 เวลา 04:59 • ไลฟ์สไตล์
วันนี้ขอคุยเรื่องความสุข ค่ะ
ความสุขเกิดจากการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน 3 ระดับ ได้แก่
The Pleasant Life
The Good Life
The Meaningful Life
The Pleasant Life ชีวิตที่สนุกสนาน
ความสุขคือ การได้หัวเราะ ได้กินดี อยู่ดี ได้นอนหลับฝันดี ได้ยิ้ม💋
ความสุขในระดับแรกคือการได้ทำสิ่งที่เราชอบบ่อย ๆ กิจกรรมที่ทำให้เรารู้สึกมีความสุข เช่น การได้กินของ อร่อย ๆ ได้ดูหนังสนุก ๆ ได้ไปช้อปปิ้ง ได้ออกไปวิ่ง ได้เล่นเกมกับเพื่อน ๆ กิจกรรมที่ทำให้เราอารมณ์ดี
แต่ความสุขในระดับนี้มักจะเกิดขึ้นและหายไปอย่างรวดเร็ว หรือเราอาจจะรู้สึกสนุกสนาน แต่ลึก ๆ ในใจเรายังกังวล ยังรู้สึกเหมือนขาดอะไรไป
The Good Life ชีวิตที่ดี
คนที่มีความสุขคือ คนที่ทำงานยุ่งตลอดทั้งวัน และตอนกลางคืนก็ง่วงจนไม่มีเวลาให้กังวล
ความสุขอีกระดับคือการได้ทำสิ่งที่เรารัก ทำให้เราทุ่มเท ใช้ความสามารถ ใช้ฝีมือและความถนัดของเรา
ความพึงพอใจจากการทำงานสำเร็จ ความภูมิใจในฝีมือของตัวเอง ช่วยทำให้เพิ่มคุณภาพชีวิต และทำให้เกิดความพึงพอใจในชีวิตได้มากกว่าการใช้ชีวิตที่สนุกสนานไปวัน ๆ
การมุ่งมั่นทำงานจนทำให้เวลาหยุด หลุดเข้าไปอยู่ใน Flow หรือ In the zone ทำให้เราทำงานโดยที่ไม่สนใจเวลาที่ผ่านไป มันจะเกิดขึ้นได้จากการใช้ความสามารถ ใช้ความถนัดของเรา เช่น คนที่รักการเรียนรู้ ก็จะใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสือหรือดูวิดีโอสอน พยายามทำความเข้าใจ เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ กิจกรรมเหล่านี้ทำให้เรายุ่งจนลืมเวลา
The Meaningful Life ชีวิตที่มีความหมาย
ความสุขในระดับนี้คือ การมีจุดหมาย การมีชีวิตที่มีคุณค่า มีความหมาย การใช้ความสามารถและความถนัดของเรา ทำให้เกิดประโยชน์ ทำเพื่อสิ่งที่มันยิ่งใหญ่กว่าตัวเรา สิ่งที่ทำให้เรามีคุณค่า และทำให้ชีวิตมีความหมาย
ลองคิดทบทวนความสามารถของเรา จุดแข็ง สิ่งที่เราถนัด สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุด จากนั้นนึกถึงสิ่งที่มันใหญ่กว่าตัวเรา สิ่งที่มันควรค่าที่จะให้เรายอมรับ สิ่งที่เรานับถือ สิ่งที่เราเชื่อ เช่น ศาสนา สังคม ความถูกต้อง ความยุติธรรม สิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ
พัฒนาตนเอง พัฒนาทักษะความสามารถ จากนั้นใช้มันเพื่อตอบ แทนสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเรา มันจะนำเราไปสู่ชีวิตที่มีความสุขที่ยั่งยืน ชีวิตที่เติมเต็ม
เป้าหมายที่แท้จริงของเราคือคุณภาพชีวิต ความพึงพอใจในชีวิต ความสุขที่ยั่งยืน โดยการใช้ชีวิตที่ดีและชีวิตที่มีความหมาย
แทนที่จะหาความสุขจากการทำเรื่องสนุก สนาน หรือความสะดวกสบาย เราควรเปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับการพัฒนาตนเอง พัฒนาคนอื่น มีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนอื่น ๆ แล้วปล่อยให้ความสุขเป็นผลพลอย ได้จากการเห็นคุณค่าของตัวเอง จากความพอใจที่ทำงานสำเร็จ และการได้ทำสิ่งที่มีความหมาย
ความสุข คือ การใช้ชีวิตที่มีประโยชน์ ❤️(Yes)
1
🗨 ความสุข เป็นยอดปรารถนาของมนุษย์ ที่สามารถแสวงหาได้แนวทางในการทำตัวให้มีความสุข มีดังนี้ค่ะ
1
1.การรักษาสุขภาพทางกายให้แข็งแรง
สุขภาพทางกายและสุขภาพทางจิตมีอิทธิพลต่อกันและกันคนที่มีสุขภาพกายดีย่อมส่งผลให้มีจิตใจร่าเริงเข้มแข็ง การทำให้สุขภาพแข็งแรงได้แก่การรับประทานอาหารถูกส่วน การพักผ่อนเพียงพอ การรักษาความสะอาดของร่างกาย ตลอดจนการออกกำลังกายอย่างพอเพียง
2. มีความสุขกับการทำงาน
การเลือกทำงานที่ชอบหรือการสร้างความพึงพอใจในงานที่ทำหาวิธีการทำงานให้มีความสุขพร้อมทั้งกำหนดเป้าหมายหลายอย่างภายในขอบเขตที่สังคมยอมรับ ตามความสามารถของตนเองและ มองเห็นหนทางไปสู่ความสำเร็จได้ แล้วลงมือปฏิบัติอย่างตั้งใจก็ย่อมจะเกิดความสุขเกิดความปิติจากความสำเร็จในงานตามมา
เครดิตภาพgoogle
3. รู้จักตัวเองอย่างแท้จริง
ควรได้สำรวจตัวเองว่าเป็นคนอย่างไร ต้องยอมรับว่าคนเรามีทั้งส่วนดีและส่วนเสีย เราต้องมองหาส่วนดี เห็นคุณค่า ชื่นชม พยายามพัฒนาส่วนดีพร้อมทั้งยอมรับในข้อผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แล้วหาแนวทางปรับปรุงแก้ไข
คนที่มีความสุขนั้นไม่ได้หมายความว่าจะไม่เคยพบอุปสรรค ข้อขัดแย้งในใจหรือไม่เคยพบปัญหา แต่อาจจะเป็นคนที่บางครั้งแก้ปัญหาไม่ได้ จึงต้องใช้ความพยายามความอดทน ก็จะสามารถเผชิญปัญหาไปได้
4. มีอารมณ์ขัน มองโลกในแง่ดี
ควรมองหาความสุข ความเพลิดเพลิน เพื่อช่วยลดความตึงเครียดต่างๆ ทำให้อารมณ์ผ่อนคลาย การหัวเราะทำให้จิตใจเบิกบาน มีการกระเพื่อมของหน้าท้องหัวใจปอดได้ออกกำลัง มีผลถึงกล้ามเนื้อหัวไหล่ แขน หลัง กระบังลม และขา
พอใจในความสุข นอกจากนี้ ไม่ควรมองโลกในแง่ร้ายเวลาจะทำอะไรต้องหาจุดดีของเรื่องนั้นให้พบ เมื่อพบแล้วทำความพอใจและชื่นชมก็จะเกิดแต่ความสุข
5. ไม่ควรเก็บอารมณ์ขุ่นมัว
การเก็บกดอารมณ์ทำให้เกิดความ ขุ่นมัว สับสน วุ่นวายใจเป็นการก่อให้เกิดความตึงเครียด ทางอารมณ์ ผลทำให้สีหน้าหม่นหมอง น่าเกลียดขากรรไกรประกบกันแน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอย เหี่ยวย่น ผมสีเทา-ขาว ผมร่วง
โรคผื่นคัน พุพอง และสิวตามมา เราควรต้องหาทางระบายอารมณ์ที่ขุ่นมัวโดยการแสดงออกในทางที่สังคมยอมรับ และได้ตอบสนองตามความต้องการของเรา แต่ถ้าพบความยุ่งยากใจ ก็ควรหาวิธีหลีกเลี่ยงเสียก่อน เนื่องจากธรรมชาติของมนุษย์จะเผชิญความตึงเครียดทางอารมณ์ได้ถึง ขีดหนึ่งเท่านั้น จากนั้นต้องหาทางผ่อนคลาย ดังคำกลอนที่ว่า
🗨เหนื่อยก็พัก หนักก็วางวุ่นก็ให้ว่าง 😬😬😬ทุกอย่างก็สบาย
6. ควรมีงานอดิเรกและการพักผ่อนหย่อนใจ
ควรหาอะไรที่ชอบและพอใจทำ ทำในเวลาว่างที่เหลือจากกิจวัตรประจำวันการทำอะไรในสิ่งที่พึงพอใจ ย่อมเกิดความสุขเพลิดเพลิน ทำให้ไม่มีเวลาว่างที่จะคิดกังวลเรื่องต่างๆ เป็นการฝึกการใช้เวลาว่างนั้นๆ ในการทำสิ่งที่พอใจซึ่งจิตมีสมาธิจะเป็นจิตที่เข้มแข็ง ไม่หวั่นไหวง่าย พบว่างานอดิเรกที่เกี่ยวกับกีฬาจะช่วยให้มีความสุข สนุกสนาน ร่าเริง แจ่มใส 👉👉นอกจากนั้นการได้ท่องเที่ยวไปกับธรรมชาติที่กว้างใหญ่ เช่น ท้องฟ้า ทะเล ป่าเขาลำเนาไพร จะก่อให้เกิดความปลอดโปร่ง สดชื่น มีความสุข และถ้าต้องการทำจิตให้เป็นสมาธิในทางศาสนาจะก่อให้เกิดความสงบสุขทางใจเป็นอย่างมาก
7. หาสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจ
แต่ละชีวิตย่อมมีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันไป เราจึงควรหาเพื่อน หรือ ใครสักคนที่สามารถร่วมทุกข์ร่วมสุขได้ ค้นหาคนที่คุณรักและเขารักคุณ ช่วยเหลือเกื้อกูล ปลอบขวัญ บำรุงจิตใจซึ่งกันและกันสามารถที่จะระบายทุกข์ ปรึกษาขอความคิดเห็น การแก้ไขปัญหาต่างๆ หรือในที่สุดอาจจะต้องไปขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านการแนะแนวและการบำบัดทางจิต โดยเฉพาะ ทั้งนี้ขึ้นกับปัญหาความซับซ้อน ชซึ่งนับเป็นวิธีการแก้ปัญหาการปรับตัวตั้งแต่ต้นที่ฉลาด
8. พร้อมที่จะเผชิญปัญหาและความกังวลใจ
เมื่อพบอุปสรรค ควรแก้ปัญหาอย่างใช้เหตุ และผล โดยค้นหาข้อเท็จจริง มองปัญหานั้นๆ และหาวิธีการต่างๆในการแก้ปัญหา ทำการตัดสินใจแล้วทำตามที่ได้ตัดสินใจไว้ หรือถ้าปัญหารุมเร้ามากจนต้องการหลีกให้พ้น
“ จงใช้ชีวิต อยู่เพื่อวันนี้เท่านั้น ” ดังคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุว่า🙏
สิ่งล่วงแล้ว แล้วไป อย่าใฝ่หา
ที่ไม่มา ก็อย่าพึงคนึงหวัง
อันวันวาน ผ่านพ้น ไม่วนวัง
วันข้างหน้า หรือก็ยัง ไม่มาเลย
หรือ》》ถ้าปัญหาต้อนท่านไปจนมุมให้มองพิจารณาดูผลร้ายที่เกิดขึ้นแล้วทำใจให้ยินดีเผชิญกับสิ่งนั้นๆ เมื่อเวลาผ่านไปให้พิจารณาว่าสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นได้ทำลายความสุขแห่งชีวิตมามากเพียงพอแล้ว แล้วหันกลับใช้เหตุผลในการพิจารณาแก้ไขสิ่งร้ายๆให้กลายเป็นดีด้วยใจสุขุมเยือกเย็น ท่านก็จะผ่านพ้นอุปสรรคไปได้
9. ใช้เวลาเป็นยารักษาความเจ็บปวด
เมื่อพบกับความผิดหวังจงใช้เวลาเป็นเครื่องช่วยเยียวยา เมื่อพลาดหวังแล้วจงอดทน และมีความหวังต่อไป ความหวังเป็นพลังหรือแรงจูงใจ เมื่อประสบความผิดหวัง ไม่ควรถอยหนีหรือเลี่ยงปัญหา ควรคิดเสมอว่า👉 “ ท้อแท้ - ท้อถอย - แพ้ ” เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจ ไม่ควรแก้ปัญหาโดยใช้》》สิ่งเสพย์ติด เช่นสุรา หรือยาบางชนิด เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้ลืมความทุกข์ ได้เพียงชั่วขณะไม่ทำให้เราพิจารณาใช้ความคิดในการแก้ปัญหา เป็นการหลีกหนีปัญหาที่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง
10. ค้นหาเป้าหมายของชีวิต
การตั้งเป้าหมายในชีวิตให้ใกล้เคียง กับความสามารถที่แท้จริงและสอดคล้องกับความเชื่อและอุดมคติ แล้วลงมือทำ เพื่อไปสู่เป้าหมาย ถ้าทำเช่นนี้ได้เราก็จะประสบความสำเร็จและความสมหวัง เกิดความสุขทางใจได้ๆการทำตัวให้มีความสุขได้เพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับการปฏิบัติ ต้องอาศัย >>>การเรียนรู้ และหาวิธีการ แล้วนำไปดัดแปลง ปรับปรุงให้เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพการของผู้ต้องการแสวงหาความสุขนั่นเอง
🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻
อันทุกข์สุขอยู่ที่ใจ มิใช่หรือ
ใจเราถือเป็นทุกข์ไม่สุกใส
ใจไม่ถือเป็นสุขไม่ทุกข์ใจ
เราอยากได้ความทุกข์หรือสุขนา
“ขอให้ผู้อ่านจงประสบแต่ความสุข…….”ค่ะ
เครดิคภาพค่ะ🙏
storyคนอยากเล่า
30/07/64
โฆษณา