1 ส.ค. 2021 เวลา 02:00 • สิ่งแวดล้อม
อัฟกานิสถาน บ้านหลังสำคัญของเสือดาวหิมะที่ใกล้สูญพันธุ์
IUCN ได้กำหนดสถานะ “เสือดาวหิมะ” ให้อยู่ในกลุ่ม “สิ่งมีชีวิตที่เกือบอยู่ในข่ายใกล้การสูญพันธุ์” (VU - Vulnerable species)
ตามข้อมูลปี 2016 คาดว่าเหลืออยู่ประมาณ 2,710-3,386 ตัว
อาศัยอยู่ในป่าธรรมชาติเพียง 12 ประเทศทั่วโลก
หนึ่งในนั้นคือ “อัฟกานิสถาน” ดินแดนที่มีไฟสงครามยืดเยื้อยาวนาน
สงครามได้ทำลายโครงสร้างพื้นฐาน เกิดผู้ลี้ภัย สร้างปัญหาความยากจนขั้นรุนแรง และการขาดการบังคับใช้กฎหมายที่ดี
สิ่งเหล่านี้ทำให้งานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในดินแดนนี้เป็นไปอย่างล่าช้า
กว่าอัฟกานิสถานจะมีอุทยานแห่งชาติ ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์แห่งแรกก็ปาเข้าไปในปี 2009
ด้วยเสียงตอบรับในทิศทางบวกจากประชาชน เกิดการจ้างงาน และส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศได้ดี (ในบางช่วงเวลา) นำไปสู่การผลักดันพื้นที่อนุรักษ์แห่งที่สองของประเทศสำเร็จต่อมาในปี 2014
ณ อุทยานแห่งชาติวาคาน - พื้นที่อนุรักษ์แห่งที่สอง - ตั้งอยู่ชายแดนฝั่งตะวันออกของอัฟกานิสถาน เป็นพื้นที่เขาสูงและเป็นจุดที่แยกประเทศทาจิกิสถานออกจากปากีสถานและขยายไปถึงประเทศจีน ถือได้ว่าเป็นบ้านหลังสำคัญของ “เสือดาวหิมะ” ที่ใกล้สูญพันธุ์
จากการสำรวจป่าวาคานของสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ตั้งแต่ปี 2009 โดยได้รับความร่วมมือจากอาสาสมัครชุมชนมาเป็นพิทักษ์ป่าจำเป็น ทำให้ทราบว่า ป่าแห่งนี้ยังมีเสือดาวหิมะเหลืออยู่ประมาณ 200 ตัว
เจ้าหน้าที่อนุรักษ์บอกว่า เหลือมากกว่าที่คาดการณ์ไว้
มีหลักฐานเป็นภาพจากกล้องดักถ่ายที่บันทึกภาพเสือดาวหิมะได้กว่า 5,000 ภาพ
อย่างไรก็ตามข้อมูลงานวิจัยของ WCS ในชิ้นต่อๆ มาได้บอกข่าวเศร้ากับเราว่า เสือดาวหิมะในอัฟกานิสถานกำลังเผชิญกับภัยคุกคาม 2 เรื่องใหญ่ๆ
ประการแรก คือ การสูญเสียเหยื่อ
แม้อุทยานแห่งชาติวาคานจะเป็นป่าอนุรักษ์ที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ 4,200 ตารางไมล์ อุดมด้วยสัตว์ป่าหลายชนิด แต่เหยื่อของเสือดาวหิมะกลับมีไม่มากนัก
สิ่งนี้ผลักดันให้เสือดาวหิมะต้องลงมาหากินในพื้นที่เลี้ยงสัตว์ของชุมชน
ซึ่งในอุทยานแห่งชาติวาคาน มีชุมชนตั้งรกรากอาศัยอยู่ 15,000 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์
การออกล่าเหยื่อของเสือดาวหิมะจึงผลิกผันให้พวกมันกลายเป็นเหยื่อที่คนเลี้ยงสัตว์ “จำเป็น” ต้องล่าเสียแทน
ปัจจุบัน หน่วยงานอนุรักษ์ในและนอกประเทศ กำลังร่วมสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของสายพันธุ์ รวมถึงสนับสนุนคอกเลี้ยงสัตว์ที่มีความมิดชิดและแข็งแรงให้กับประชาชน
เรื่องต่อมา คือ การล่าเพื่อเอาชิ้นส่วนไปขาย
หนังของเสือดาวหิมะถือเป็นสินค้าที่มีราคา และยังเป็นที่ต้องการของผู้มีรสนิยมสะสมชิ้นส่วนสัตว์ป่า
และกลุ่มที่ชอบของประดับแปลกๆ ไม่เหมือนใคร
เรื่องนี้ถือเป็นภัยคุกคามเสือดาวหิมะที่เกิดขึ้นทั่วโลก
การซื้อขายชิ้นส่วนสัตว์ป่าในอัฟกานิสถานสามารถพบได้ในแหล่งท่องเที่ยวของเมืองคาบูล
หนังสือดาวหิมะมีขายในราคา 300-1,500 ดอลลาร์ ขึ้นอยู่กับสภาพที่มาจากการล่า
ลูกค้าสำคัญคือชาวต่างชาติที่เดินทางมาทำงานในประเทศ
ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่เข้ามาให้การช่วยเหลือประชาชน หรือแม้กระทั่งหน่วยงานทางทหาร
เสือดาวหิมะ ถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองภายใต้กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ การนำเข้าส่งออกถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย
ตัวอย่างเช่น หากคุณถูกจับได้ว่าแอบนำหนังเสือดาวหิมะเข้าสหรัฐอเมริกา อาจถูกปรับ 100,000 ดอลลาร์และจำคุกหนึ่งปี
แต่พ่อค้าก็มักมีกลวิธีของเขา
ผู้ขายรายหนึ่งสารภาพว่า “เราซ่อนขนไว้ในผ้าห่มและส่งกลับไปประเทศของคุณ”
WCS ซึ่งเป็นองค์กรอนุรักษ์ที่กำลังช่วยปกป้องเสือดาวหิมะในอัฟกานิสถานแจงว่า พวกเขาได้ทำงานรณรงค์กลุ่มผู้ซื้อเป็นหลัก
เมื่อไม่มีคนซื้อ ชิ้นส่วนสัตว์ป่าก็ไม่มีราคา
โจทย์ใหญ่ที่ต้องเผชิญคือ มีหน่วยงานเข้ามาให้การช่วยเหลืออัฟกานิสถานค่อนข้างมาก การทำงานให้ครอบคลุมทุกกลุ่มจึงเป็นเรื่องยาก
อนึ่ง ที่ผ่านมา เสือดาวหิมะในอุทยานแห่งชาติวาคานสามารถอยู่ได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่กองกำลังตาลีบันไม่ให้ความสนใจ
แต่หลังจากการถอนกำลังทหารของสหรัฐและประเทศอื่นๆ ทำให้อุทยานแห่งชาติวาคานเป็นส่วนหนึ่งในการควบคุมของกองกำลังตาลีบันเป็นที่เรียบร้อย (ตามรายงานของ BBC)
ซึ่งไม่ทราบว่าจะส่งผลกระทบอะไรต่อเสือดาวหิมะและสัตว์ป่าอื่นๆ หรือไม่
สำหรับเรื่องราวของเสือดาวหิมะและการอนุรักษ์ในอัฟกานิสถานสามารถหาอ่านได้เพิ่มเติมในหนังสือ 'The Snow Leopard Project' เขียนโดย อเล็กซ์ เดห์แกน ผู้อำนวยการสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าแห่งประเทศอัฟกานิสถาน
#IsLIFE #Afghanistan #SnowLeopard #Extinction
โฆษณา