มีบัญชีอยู่แล้ว?
Q&A ต้องใช้เงินกี่บาท ถึงจะตั้งบริษัทได้
คำถามคาใจเกี่ยวกับเงินที่ต้องใช้จดทะเบียนบริษัทว่าเราต้องใช้เงินกี่บาทถึงจดบริษัทได้ และควรจัดสรรเงินทุนอย่างไรบ้างเมื่อเริ่มจดบริษัท Zero to Profit สรุปมาให้ทุกคำตอบแล้วจ้า
Q&A ต้องใช้เงินกี่บาท ถึงจะตั้งบริษัทได้
Q: เวลาจดบริษัท มันต้องใช้เงินหรือเปล่า
A: เวลาจดบริษัทต้องมีเงินเตรียมไว้ 2 ส่วน
ส่วนแรก เป็นเงินทุนขั้นต้น ที่จะต้องใช้เริ่มกิจการซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่ลักษณะธุรกิจ
ส่วนสอง เป็นเงินค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนบริษัทที่เป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เราเรียกย่อๆ ว่า DBD อันนี้ขึ้นอยู่กะทุนจดทดเบียน เช่น ถ้าจดทุน 1 ล้านบาทค่าธรรมเนียมจะประมาณ 3500 บาท ถ้าจดแบบออนไลน์ และถ้าไม่ได้ดำเนินการเอง จ้างสำนักงานบัญชีทำให้ก็จะมีค่าดำเนินการส่วนนี้ด้วย เตรียมไว้สัก 2000-4000 บาท
Q: คำว่าทุน คืออะไร
A: ทุนจดทะเบียน คือ เงินลงทุนทั้งหมดที่เราคาดว่าจะใช้เริ่มกิจการและหมุนเวียนในช่วงแรก ซึ่งต้องระบุไว้ตอนจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หลักการคิดง่ายๆ คือ คิดว่าเราจะต้องลงทุนตั้งต้นเรื่องอะไรบ้าง และใช้เงินหมุนเวียนเท่าไร เช่น เราอยากเปิดร้านขายเนื้อย่าง ต้องเช่าที่ สร้างร้าน ตกแต่งร้าน ซื้ออุปกรณ์ รวมๆ 1.5 ล้านบาท จะเงินหมุนช่วงแรก เพื่อซื้อวัตถุดิบอีก 5 แสน รวมเป็นทุนจดทะเบียนได้ละ 2 ล้านบาท
Q: ทุนต่างกับเงินสดอย่างไร
A: ตอนแรกเราพูดเรื่องทุนจดทะเบียนไป เป็นเงินลงทุนที่ประมาณการไว้ทั้งหมด และแจ้งกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ส่วนเงินสดในที่นี้ จะหมายถึงเงินจริงที่เราลงกัน ซึ่งกฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องลง 100% ทันทีในวันแรกที่จดบริษัทก็ได้ แต่ต้องลงเงินไม่ต่ำกว่า 25% ของทุนจดทะเบียนนะ ตัวนี้เค้าจะเรียกว่าทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว หลังจากนั้นพอกิจการต้องการใช้เงินเพิ่มก็ค่อยลงเพิ่ม ไม่ได้มีปัญหาอะไร เช่น ร้านเนื้อย่างจดทะเบียน 2 ล้าน วันที่จดทะเบียนหุ้นส่วนลงเงินกัน 25% ก่อน = 500,000 ก็สามารถทำได้ ซึ่งตัวนี้คือ ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว จะแตกต่างกับทุนจดทะเบียน
Q: ทุนนี้กู้ยืมจากคนอื่นได้ไหม
A: กู้ยืมได้ ถ้าเงินลงทุนจากหุ้นส่วนไม่พอ ก็อาจขอกู้ยืมเงินจากคนภายนอกก็ได้หรือกู้จากหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งเองก็ได้เช่นกัน แต่สถานะจะต่างกัน เพราะถ้าเป็นการกู้ยืมบริษัทจะมีหนี้เกิดขึ้น คนให้เงินจะมีสถานะเป็นเจ้าหนี้ และแน่นอนอาจบริษัทอาจต้องจ่ายดอกเบี้ยการกู้ยืมเป็นผลตอบแทนด้วยเช่นกัน
แต่ถ้าเป็นการลงทุนในทุนจดทะเบียน สถานะตรงนี้เป็นเงินทุน ในทางบัญชี คนลงเงิน คือ ผู้ถือหุ้น และผลตอบแทนที่ได้รับจะเรียกว่าเงินปันผล
Q: ถ้าไม่มีทุน จะจดบริษัทยังไงดี ทำได้หรือเปล่า
A: จริงๆ กฎหมายกำหนดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำไว้ที่ 3 หุ้นหุ้นละไม่ต่ำกว่า 5 บาท = 15 บาท ซึ่งถ้าเรามีแค่ 15 บาท เป็นเงินลงทุนก็จดทะเบียนบริษัทได้ แล้วที่เหลือค่อยไปขอกู้ยืมจากคนอื่นมาก็ไม่ผิด
แต่ว่าสุดท้ายแล้วต้องย้อนกลับมาถามตัวเองก่อนนะ ว่าธุรกิจเราต้องการเงินทุนเท่าไรจริงๆ กันแน่ ถ้าสมมติต้องลงทุน 2 ล้าน แล้วมีเงินทุนจดทะเบียน 15 บาท
1) ที่เหลือไปกู้คนอื่นมาหมด สิ่งที่ตามมา ความไม่มั่นคงของธุรกิจ เพราะเจ้าหนี้อาจมีสิทธิ์เรียกเงินคืนได้ หรือบางทีอาจต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงๆ แล้วมันจะคุ้มกับรายได้ไหม หรือ
2) อีกทางหนึ่งอาจหาหุ้นส่วนคนอื่นมาร่วมระดมทุนเพิ่มก็สามารถทำได้ แต่สิ่งที่เสียไปก็จะเป็นสัดส่วนความเป็นเจ้าของในธุรกิจนั่นเอง
ต้องชั่งน้ำหนักดีๆ ระหว่างจะยอมเป็นหนี้ หรือให้หุ้นคนอื่น เพื่อไปต่อกับธุรกิจนี้
Q: เราต้องหาหุ้นส่วนกี่คน แบ่งสัดส่วนยังไงดี มีประเด็นเรื่องนี้ไหมที่ต้องรู้
A: ในปัจจุบันการจัดตั้งบริษัทในไทย ต้องมีผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 3 คน อันนี้เป็นจำนวนผู้ถือหุ้นขั้นต่ำ
ส่วนเรื่องของการแบ่งสัดส่วนหุ้น มันมีประเด็นที่ต้องคิด คือ ถ้าเราเป็น keyman เราควรมีสัดส่วนการถือหุ้นสูงสุด เพื่อมีอำนาจในการตัดสินใจ และมีความเป็นเจ้าของบริษัทอยู่ ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าบริษัทมีหุ้นส่วน 4 คน 3 คนที่เหลือแค่ลงเงิน ไม่มี know-how หรือไม่ได้ลงทรัพยากรอะไรให้กิจการเลยนอกจากเงิน ถ้าเราแบ่งหุ้นให้ทุกคนเท่ากันจะเกิดปัญหาทันที คือ ทุกคนมีคนละ 25% ถ้าวันดีคืนดี เพื่อนอีกสามคนร่วมใจกันโหวตให้เราออกจากตำแหน่งกรรมการบริหาร ทั้งๆ ที่เราสร้างบริษัทมากับมือ แบบนี้ถือว่าจบเลย
และที่สำคัญผลตอบแทนตอนได้รับเงินปันผล เราก็ได้แค่ 25% ด้วยทั้งที่ทำงานแทบตาย อันนี้ดูไม่แฟร์กับ keyman เอาซะเลย
Q: แผนธุรกิจจำเป็นต้องทำหรือเปล่า หรือไม่ต้องคิดอะไร
A: แม้จะไม่ได้มีกฎหมายกำหนดไว้ แต่แผนธุรกิจก็จำเป็นนะ ในมุมของการประเมินธุรกิจในสนามเด็กเล่น ว่าธุรกิจที่เราคิดจะเปิดบริษัทมันมีความเป็นไปได้มั้ย ต้องใช้เงินทุนเท่าไร จะมีรายได้ค่าใช้จ่ายอย่างไร และมันจะคุ้มทันมั้ย ภายในกี่ปี ถ้าจะขาดทุนก็ขาดทุนในกระดาษยังไม่ขาดทุนในชีวิตจริง
ในทางกลับกันถ้าใครเปิดธุรกิจแล้วไม่เคยมีแผนธุรกิจล่วงหน้ามาก่อนเลย แล้วถึงเวลาก็เจ็บจริง เล่นจริง ขาดทุนจริงไปเลย มันคงจะน่าเจ็บใจไม่น้อยเลย
โดยสรุปก็คือ แผนธุรกิจจำเป็นไหม คำตอบคือ จำเป็นถ้าไม่อยากขาดทุน
สรุป
สำหรับคนที่อยากเริ่มจดบริษัทต้องมีทุนจดเบียน คำนวณง่ายๆ จากทุนที่ต้องใช้ในการเริ่มดำเนินธุรกิจและเงินหมุนเวียนภายใน ทีนี้ในขั้นต้นเราไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินลงทุนครบ 100% ก็ได้เพราะกฎหมายยอมรับให้จ่ายชำระทุนขั้นต่ำ 25% ก่อน แล้วค่อยเรียกชำระที่เหลือตามหลัง เพราะคำว่าทุนจดทะเบียน มันแตกต่างกับทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว
ทีนี้สิ่งที่อยากแนะนำต่อ ก็คือ สัดส่วนผู้ถือหุ้น หรือการกู้ยืมต้องไตร่ตรองดีๆ มันมีข้อดีเสียต่างกัน รวมไปถึงถ้าใครอยากเริ่มธุรกิจแบบเซฟๆ ไม่เสี่ยงขาดทุน ลองทำแผนธุรกิจไว้ก่อน เพราะการวางแผนดีย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง
1
ติดตามฟัง Podcast Zero to Profit Podcast มือใหม่หัดตั้งบริษัท 101: Ep.2 ต้องใช้เงินกี่บาท ถึงจะตั้งบริษัท ได้ที่
#zerotoprofit #จดทะเบียนบริษัท #ใช้เงินกี่บาท #taxbugnoms
1.1K รับชม
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      ในขณะที่ Elon Musk กำลังวุ่นกับ Twitter ทางด้าน Tesla (ที่ Elon Musk เป็นซีอีโอ) ก็วุ่นไม่แพ้กัน ล่าสุดมีรายงานว่า Tesla เรียกรถคืนกว่า 3 แสนคัน หลังพบปัญหาด้านซอฟต์แวร์ ที่ส่งผลต่อไฟท้ายของตัวรถ Tesla เรียกคืนรถจำนวน 321,000 คัน โดยมีตั้งแต่รุ่น Model 3 ปี 2023 และรุ่น Y ตั้งแต่ปี 2020 ถึง 2023 ส่วนปัญหาที่พบคือ ไฟท้ายของรถด้านใดด้านหนึ่ง หรือทั้งสองด้าน อาจติดสว่างเป็นระยะ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงขณะขับรถในที่มืดได้
      “คับที่อยู่ได้ แต่ใช้งานได้มากกกก” 20 Sqm. Bedroom that maximize space ห้องขนาดเพียง 20 ตรม. จัดยังไงให้สวย ฟังก์ชันครบ และจบที่ห้องไม่แคบจนรู้สึกอึดอัด งานนี้เทคนิคการยืด-ย่อก็ต้องเข้า resize แต่ครบฟังก์ชัน ย่อตู้ข้างเตียง-โต๊ะแป้ง ยืดตู้เสื้อผ้าให้สุดเพดาน เท่านี้เป็นอันจบ! สวย ดี ครบ ไม่อึดอัด
      กรณีศึกษา Hisense บริษัทรับจ้างผลิตทีวี OEM ที่ก้าวสู่การเป็น “แบรนด์ทีวีอันดับ 2 ของโลก” ถ้าพูดถึงแบรนด์ทีวีที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ หลาย ๆ คนคงนึกถึงแบรนด์ทีวีสัญชาติเกาหลีใต้ อย่าง Samsung และ LG ที่ครองส่วนแบ่งตลาดทีวีระดับโลกมาได้อย่างยาวนาน
      2 ใน 3 ของสมาชิก NATO หมดกำลังที่จะส่งอาวุธช่วย “ยูเครน” อีกต่อไปแล้ว “มอสโก” เตือนชาติตะวันตกหลายครั้งว่า การจัดส่งอาวุธให้ “ยูเครน” มีแต่จะทำให้ความขัดแย้ง “ยืดเยื้อ” และเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งโดยตรงระหว่าง “รัสเซีย” และ “นาโต”
      ดูทั้งหมด