4 ส.ค. 2021 เวลา 01:27 • ความคิดเห็น
สวดมนต์บทพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ 84000 จบ คืออะไร? สวดทำไม ? สวดเพื่ออะไร?
1
สวดมนต์บทพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ 84000 จบ คืออะไร? สวดทำไม ? สวดเพื่ออะไร? (เนื้อหาเยอะนะ ใครไม่ใช่แนวนี้ เลื่อนผ่านเลยครับ)
ช่วงที่ผ่านมามีคนทักมาถามผมหลายคน เนื่องจากเห็นผมโพสต์เรื่องการสวดมนต์ ผ่านตัวกดนับเลข และก็มีข้อสงสัยในจำนวนรอบการสวดของผม ว่าทำไมมันต้องเยอะขนาดนั้น..ผมขอตอบในโพสต์นี้เลยนะครับ
แต่ก่อนอื่น ผมต้องบอกก่อนเลยว่าทั้งหมดนี้เป็นประสบการณ์โดยตรงของผมตั้งแต่ผมเริ่มสวดมนต์มาแบบจริงจัง ตามที่ครูบาอาจารย์ได้สั่งสอนมา รวมๆระยะเวลาประมาณ 5 ปีครับ (สวดทุกวัน ไม่มีวันหยุด)
ซึ่งจากนี้ไปขอให้ใช้วิจารณญาณในการเสพข้อมูลนะครับ
เพราะประสบการณ์ที่ผมได้รับมาจากการสวดมนต์ มันเป็นปัจจัตตัง คือรู้ได้เฉพาะตน เหมือนเรากินอาหารนะครับ ใครกินคนนั้นรู้รสชาติ ใครกินใครอิ่ม ใครทำใครได้ มันเป็นแบบนั้นตามที่อาจารย์สอนมาจริงๆ แต่ของแบบนี้ต้องลองทำเองครับ อย่าเพิ่งเชื่อ มันมีความเป็นวิทยาศาสตร์นะ สามารถทดลอง และวัดผลได้ครับ
เข้าเรื่อง… ผมเชื่อว่า ทุกท่านที่เป็นชาวพุทธ จะคุ้นเคยกับการสวดมนต์มาอยู่แล้วตั้งแต่จำความได้ ไม่มากก็น้อย แต่มีอยู่บทนึง ที่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันดี นั่นคือ การสวดสรรเสริญ คุณพระพุทธ คุณพระธรรม และคุณพระสงฆ์ หรือคุณพระรัตนตรัย เพราะเราชาวพุทธ จะยึดพระรัตนตรัย เป็นที่พึ่งอันเกษมสูงสุด ไม่มีที่พึ่งใดจะเหนือกว่า หรือยิ่งใหญ่กว่านั่นเอง บทสวดมนต์บทนี้ จึงถือเป็นบทที่ศักดิ์สิทธิ์มาก และเป็นมงคลอันสูงสุด แก่ผู้ที่ได้สวดครับ
อ่อ บทสรรเสริญคุณพระรัตนตรัยที่ผมบอก ก็คือ อิติปิโส… สวากขาโต สุปฏิปันโน.. (ทุกคนน่าจะสวดได้อยู่แล้ว หรือใครจำไม่ค่อยได้ เปิดกูเกิ้ลได้เลยครับ)
คราวนี้ มาถึงเรื่องของการสวดมนต์ ขอท้าวความนิดนึงครับ คือ ผมเริ่มสวดมนต์ตามที่ครูบาอาจารย์แนะนำ เนื่องจากตอนนั้น ชีวิตเจอมรสุมอย่างหนัก เพิ่งผ่านการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตมาครับ เรียกได้ว่า หมดตัว แต่บุญยังพอมีเลยได้มาเจออาจารย์ท่านนึง (แม่กี้) ได้สอนให้สวดมนต์ โดยใช้บทอิติปิโสฯ นี่แหล่ะ คือผมปฏิบัติธรรม มาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น เลยคิดว่าแค่นี้เราทำได้ แต่ส่วนใหญ่ที่เคยไปปฏิบัติมาจะเน้นนั่งสมาธิ เดินจงกรม ทำกรรมฐาน ไม่ค่อยได้เน้นสวดมนต์เท่าไร ด้วยความสงสัยเลยถามอาจารย์ ท่านก็ตอบมา และผมก็ได้ตกผลึกทางความคิด
ทำไมต้องสวดมนต์? ที่อาจารย์ให้สวดมนต์ เพราะ..?
1.เราเพิ่งผ่านเรื่องร้ายๆ มา จิตเราไม่นิ่ง จิตเราวุ่นวาย เต็มไปด้วยอารมณ์ต่างๆ นาๆ แล้วจะให้มานั่งหลับตา นิ่งๆ ข่มใจให้สงบ เราทำได้ไหม? กำลังจิตกำลังใจเรามีพอไหม?
2.บทสวดมนต์ คือ ตัวช่วยให้จิตที่วุ่นวาย มีที่ยึดที่เกาะ ช่วงที่ท่องบทสวดจะเป็นช่วงที่เราต้องรวมสติ สมาธิ อยู่ที่การบริกรรม หรืออยู่ที่ปาก หรือใครสวดในใจ สมาธิก็ไปรวมอยู่ที่จิต อาจมี วอกแวก บ้าง เป็นปกติ เพราะมันเป็นธรรมชาติของจิต แต่การสวดมนต์ช่วยให้จิตมีที่เกาะ ไม่ล่องลอยไร้หลัก จิตจึงนิ่งได้เร็วขึ้น กว่าการทำสมาธิเฉยๆ ในช่วงแรกๆ
3.การสวดมนต์ เป็นการสรรเสริญคุณงามความดี ของ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มีความเป็นมงคลสูงสุด เราสาธยายมนต์ ก็เหมือนเราพูดแต่สิ่งดีๆ ออกไป แน่นอนย่อมเกิดอานิสงส์กับชีวิต เทวดาประจำตัว หรือจิตวิญญาณที่ได้ยินเราสวด ก็ร่วมโมทนาบุญกับเรา บางท่านรับบุญไปและมีกำลังมากขึ้น ท่านก็อาจ เมตตาช่วยเหลือเรา ให้มีโชคลาภ หรือมีสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต หรือช่วยชี้นำทางในการแก้ปัญหาชีวิตนะช่วงนั้นให้เราสามารถแก้ไขและผ่านไปได้ (เรื่องเทวดามีในพระไตรปิฏกนะ ความคิดผมนะถ้า ถ้าของแบบนี้ไม่มีจริง เขาคงไม่มานั่งเขียนไว้ให้เสียเวลาหรอก)
4.พอสวดๆ ไป จิตเป็นสมาธิ กระแสบุญก็เกิด บารมีก็ค่อยๆ เพิ่ม จนเกิดสติ ปัญญา ทำให้เราค่อยๆ สามารถที่จะพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเราได้ละเอียดมากขึ้น เริ่มรู้และเข้าใจในปัญหาที่เกิด เริ่มเห็นหนทางในการแก้ปัญหานั้นๆ
5.การสวดบท อิติปิโสฯ.. ในมุมของการทำกรรมฐาน ถือว่าเป็น กรรมฐานใน 40 กอง คือ พุทธานุสติกรรมฐาน ธรรมานุสติกรรมฐาน และสังฆานุสติกรรมฐาน ครับ
**ผมจะไม่แตะเรื่องกรรมฐานแบบลงลึกนะครับ ตรงนั้นถ้าสวดมนต์ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ทุกคนจะสามารถเข้าถึงได้เอง เพราะเป็นทางที่นักปฏิบัติทุกคนต้องเดินทางผ่านจุดนี้กันทั้งนั้นครับ
คราวนี้มาถึง แล้วทำไมต้องสวด 84,000 จบ ?
ผมขอสรุปตามสิ่งที่ผมรู้และเข้าใจ อ้างอิงจากคำสอนของอาจารย์ และการปฏิบัติของตนเองมาตลอดระยะเวลา 5 ปี (ไม่จำเป็นต้องเชื่อทั้งหมดครับ)
ผมเริ่มจากการสวด บท อิติปิโสฯ ทุกวัน วันละ 108 จบ จากนั้นเพิ่มเป็น วันละ 1080 จบ (108 ตามความเชื่อ เป็นเลขมงคลจักรวาล ประคำ 1 เส้น ก็มี 108 ลูก พอดี) ส่วน 1080 จบ คือการ x10 ความเป็นมงคลเข้าไป ตามที่อาจารย์สอนคือการเร่งความเพียร เพื่อสร้างฐานบารมี ในการให้เราสามารถจับต้องความสำเร็จที่ร้องขอได้อย่างง่ายดาย หากมีอุปสรรคเข้ามาเราก็จะสามารถผ่านมันไปได้อย่างง่ายดาย
จากนั้น อาจารย์บอกว่า ลองสวด 84,000 จบสิ แบ่งสวดได้ตามกำลัง แต่ขอให้ตั้งเป็นสัจจะ ว่าจะสวดให้ครบได้ในระยะเวลากี่วันก็ว่าไป เอาที่เราทำได้ ไม่กดดันตัวเอง และทำได้แบบไม่ทุกข์
**ตัวเลข 84,000 มาจาก พระธรรมที่พระพุทธองค์ทรงประกาศไว้ ทั้งหมด มี 84,000 พระธรรมขันธ์ เป็นตัวเลขมหามงคล (ตามความเชื่อผม)
เลยลองบวกลบคูณหาร หาจำนวนวันที่จะต้องใช้ในการสวด โดยเราสวดวันละ 1,080 จบ เราจะใช้เวลาประมาณ 77-78 วัน เผื่อเหลือเผื่อขาด งั้นยืดเป็น 90 วัน (3 เดือนละกัน) กำลังสบายๆ ทางสายกลาง ไม่ตึง ไม่หย่อน (อันนี้ทางสายกลางของผมนะครับ ผมไหวที่จะทำแบบนี้)
จากนั้นก็จุดธูปตั้งสัจจะบอกกล่าวเหล่าคุรุครูบาอาจารย์ และเทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ว่าลูกจะกระทำการสวดแบบนี้ จำนวนเท่านี้ ในระยะเวลา เท่านี้ ขอให้ท่านรับรู้และร่วมอนุโมทนาบุญ อ่อ อย่าลืมบอกเจ้ากรรมนายเวรด้วยนะครับ ว่าให้มารับบุญ และขอเป็นอโหสิกรรมซึ่งกันและกัน …
และแน่นอน ว่าพวกเขาจะมาครับ และจะส่งบททดสอบมาให้ตลอดระยะเวลาที่เราตั้งสัจจะ 90 วัน เตรียมตัวเรียนรู้ทุกสภาวะที่จะเข้ามากระทบได้เลย เราต้องอึด อดทน อย่าท้อ อย่าหนี อย่าเลิก ให้ยอมรับ และพิจารณา และแก้ไขมันครับ ถ้าผ่านไปได้ กรรมนั้นๆ ก็จะเบาลง กรรมเล็กหน่อยก็จะจางคลายหายไป ชีวิตก็จะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ คือถ้าผ่านไปได้คุณก็จะจับต้องความสำเร็จที่คุณร้องขอได้ครับ
การสวด 84,000 จบ เป็นการสร้างฐานบารมีให้ตัวเรา เช่น สัจจะบารมี พูดแล้วทำตามที่พูด วิริยะบารมี การเร่งความเพียร อธิษฐานบารมี เกี่ยวกับการอธิษฐานจิต เป็นต้นครับ จริงๆ แค่การสวดมนต์เนี่ย สามารถนำเราไปถึงการสร้างบารมี 10 ทัศน์ ได้นะครับ ผมก็เพิ่งได้ค้นพบเมื่อเร็วๆนี้ แต่ยังไม่พูดตรงนี้เพราะมันค่อนข้างละเอียด ไว้ไปเขียนแยกในโพสต์หน้าครับ
สุดท้าย ผมใช้กฏของจำนวนเข้ามา เป็นตัวเร่งความสำเร็จ เพราะผมเชื่อมั่นในคำสอนของครูบาอาจารย์ ท่านบอกผมว่า เราเป็นคนต้นทุนชีวิตติดลบมา ฐานบารมีเราไม่ได้สูงเหมือนคนอื่น แถมด้วยวิบากกรรมต่างๆ ที่ตามมาตัด ในชาติปัจจุบันนี้ ทำให้เรา ต้อง ทำความเพียรมากกว่าคนอื่นเท่านั้นเอง คนอื่นเขาอาจทำแค่ 10 แต่ผมต้องทำ 100 หรือคนอื่นทำแค่ 100 ผมก็ต้องทำ 1000 เพื่อให้ตีตื้นจากแดนลบ ขึ้นมาแดนบวกครับ
แต่มันไม่ได้ง่าย เพราะถ้าแค่สวดมนต์แล้วสำเร็จ หรือร่ำรวย หมดกรรมได้ทันทีทันใจ คนก็คงไม่ต้องทำไร แค่นั่งสวดมนต์ก็พอมั้ง ซึ่งมันไม่ใช่แบบนั้น มันยังมีอะไรมากกว่านั้นที่เป็นองค์ประกอบอีก ไว้โพสต์ต่อๆไป จะเล่าให้ฟังครับ
ที่ผมเขียนโพสต์นี้ เพราะอยากตอบคำถามท่านที่สงสัย และอยากได้คำตอบตามแนวทางของผมนะครับ
ต้องบอกว่าไม่มีเจตนาอวดอ้าง อวดเก่ง เพราะผมไม่ได้เก่งกว่าใคร แต่ผมเป็นคนที่อาจจะเริ่มมาก่อน เลยพอที่จะเอาประสบการณ์มาแบ่งปันให้ได้ครับ
และที่สำคัญ รายละเอียดมันเยอะมาก รวมถึงผลลัพธ์ที่ได้จากการสวดมนต์ ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง ผมไม่สามารถเขียนทั้งหมดในโพสต์นี้ได้ แต่จะมาแบ่งปันในโพสต์ต่อๆไปนะครับ หากทุกท่านอ่านมาถึงตรงนี้ และเห็นว่าเป็นประโยชน์กับท่าน ผมก็ขออนุโมทนาสาธุ และขอบคุณมากๆ ครับ
สุดท้ายของโพสต์นี้ อยากบอกว่า อย่าเชื่อในสิ่งที่ผมเขียนมาครับ ห้าม 🚫 เลย … แต่อยากให้ลองนำไปทดลองปฏิบัติดูครับ ทุกอย่างคือวิทยาศาสตร์ สามารถทดลอง และวัดผลได้จริง ด้วยตัวคุณเองครับ
ยังไม่ต้องสวดจำนวนเยอะก็ได้ครับ ลองสวดเท่าที่ไหว 3 จบ 5 จบ 7 จบ 9 จบ หรือ สวดตามอายุ +1 ก็ได้ เอาที่ทำได้แบบไม่อึดอัด แค่ขอให้ทำต่อเนื่อง แล้วลองสังเกตความเปลี่ยนแปลงในชีวิตในแต่ละวันที่เกิดขึ้นดูนะครับ
หากท่านใดมีประสบการณ์ดีๆ จากการสวดมนต์ สามารถมาคอมเม้นแบ่งปันกันได้เลยนะครับ ขอบคุณมากครับ
ด้วยรัก ❤️
ณัชธ์ บูรณะ
โฆษณา