6 ส.ค. 2021 เวลา 08:55 • ความคิดเห็น
โมโหอย่าตอบข้อความใคร
สุขใจอย่าให้สัญญา
เศร้าใจนักหนาอย่าตัดสินใจ
3
ได้ฟังน้าเน้กเมื่ออาทิตย์ก่อนในรายการไลฟ์ “อย่าหาว่าน้าสอน” มีน้องผู้หญิงคนหนึ่งโทรเข้ามาปรึกษาเรื่องความรักกับแฟนของเธอที่เพิ่งคบกันได้ไม่นาน แต่แล้วผู้ชายก็เปลี่ยนไป ไม่อยากคบกันเหมือนเดิมแล้ว น้องผู้หญิงบอกว่าทุกข์ทรมานใจมาก ลืมไม่ได้ ลืมไม่ลง เพราะเขาเป็นผู้ชายที่ดีมาก ทำให้เธอมีความสุขมาก ๆ อยากขอวิธีทำให้เขากลับมารักเธอเหมือนเดิม
เรื่องราวเบื้องหลังก็คือเธอและผู้ชายคนนั้นเข้ามาคบกันในช่วงเวลาที่เธอมีปัญหาครอบครัวพอดี และฝ่ายชายก็เคยมีปัญหาครอบครัวเหมือนกัน น้องผู้หญิงจึงรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่ใช่ คือคนที่เข้าใจเธอมากที่สุด
แต่น้าเน้กชี้ให้เห็นว่า น้องผู้หญิงมาเจอผู้ชายคนนี้ในช่วงที่ใกล้จะจมน้ำพอดี ซึ่งไม่ใช่ช่วงที่ชีวิตปกติ จึงทำให้ยึดใครก็ได้ที่เข้ามาพอดีในจังหวะที่ชีวิตต้องการใครสักคนที่จะมาช่วยชีวิต ทำให้น้องผู้หญิงมองคุณค่าของผู้ชายคนนี้ว่ามากกว่าปกติ
และจึงสรุปให้ว่า การที่น้องผู้หญิงไม่ยอม move on และลืมผู้ชายคนนี้ไม่ได้ เพราะเขาเป็นห่วงยางในวันที่ใกล้จะจมน้ำ มันเลยประทับตราตรึงแน่นในอยู่ในใจผิดปกติ ทั้งยกตัวอย่างว่า “หิวจัด ๆ ข้าวคลุกน้ำปลาก็อร่อย”
น้าเน้กสรุปตอนท้ายว่า “เวลาที่เราจะรู้สึกอะไรกับใครหรือกับของสิ่งใด เช็คหัวใจด้วยว่าตอนนั้นความรู้สึกของเราเป็นปกติรึเปล่า ถ้าเราหิวมาก กินอะไรก็อร่อย อย่าตัดสินอาหารในมื้อที่หิวมาก เพราะมันจะอร่อยหมด”
โมโหอย่าตอบข้อความใคร
สุขใจอย่าให้สัญญา
เศร้าใจนักหนาอย่าตัดสินใจ
เพราะเราอยู่ในอารมณ์ไม่ปกติ
1
แม้น้าเน้กจะตั้งชื่อรายการว่า “อย่าหาว่าน้าสอน” แต่น้าเน้กก็ได้สอนและให้ข้อคิดต่าง ๆ สอดแทรกไว้มากมาย อย่างเช่นในกรณีนี้ แม้จะเป็นเพียงการปรึกษาเรื่องอกหักของวัยรุ่นคนหนึ่ง แต่เมื่อได้ฟังจะพบว่า สามารถนำไปปรับใช้ใด้กับเหตุการณ์อื่น ๆ อีกในชีวิต
บ่อยครั้งที่เราหุนหันพลันแล่นตัดสินใจเหตุการณ์ต่าง ๆ ด้วยอารมณ์ที่เข้ามาปะทะ ไม่ว่าจะสุข ทุกข์ เศร้า โกรธ ดีใจ เสียใจ ไม่ใช่แค่เรื่องความรู้สึกส่วนตัวเท่านั้น ในหน้าที่การงานหรือการทำธุรกิจก็เช่นกัน นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จหลายคนใช้เวลาในการตัดสินใจสั้นเพียงไม่กี่วินาที แต่ใช้เวลาหลายชั่วโมงในการศึกษาข้อมูลประกอบมากมายหลายทาง และสิ่งที่จะไม่ทำก็คือการตัดสินใจโดยใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง
1
พนักงานขายหรือผู้ที่ต้องรับผิดชอบในการปฎิสัมพันธ์กับลูกค้า ก็ต้องตระหนักถึงเรื่องนี้เช่นกันโดยเฉพาะข้อที่น้าเน้กบอกว่า “โมโหอย่าตอบข้อความใคร” เราได้เห็นผลลัพธ์ในโลกโซเชียลที่ทำให้เกิดหายนะเพียงแค่การโต้ตอบสั้น ๆ ด้วยความโมโหมาแล้ว
การบังคับตัวเองไม่ให้โมโห ไม่สามารถทำได้ นี่คือคำสอนในทางพุทธศาสนา เพราะอารมณ์ที่เกิดขึ้น มันเกิดขึ้นเอง ตั้งอยู่เอง และดับไปเอง แต่คำสอนหนึ่งที่ผู้เขียนจำได้ขึ้นใจก็คือว่า “แม้จะบังคับตัวเองไม่ให้โมโหไม่ได้ แต่เราสามารถบังคับตัวเองในการโต้ตอบได้”
รอให้อารมณ์กลับมาปกติเสียก่อน จะคิดทำการใด ไม่ว่า ตอบข้อความ ให้สัญญา หรือ ตัดสินใจใด ๆ ก็จะอยู่บนพื้นฐานแห่งสติและจะไม่ทำให้เราเสียใจทีหลัง
โฆษณา