Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หนังสือสนทนากับพระเจ้า
•
ติดตาม
5 ส.ค. 2021 เวลา 03:24 • หนังสือ
#50 เล่ม 3 บทที่ 11 หน้า 241 ~ 247
...
ถ้าเธออยากใช้ชีวิตในจักรวาลนี้ให้สง่างาม เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเรียนรู้ถึง “เอกภาพแห่งความขัดแย้งอันศักดิ์สิทธิ์” และเข้าใจมันให้ทะลุปรุโปร่ง
เอกภาพแห่งความขัดแย้งอันศักดิ์สิทธิ์บอกว่า 🔸มันเป็นไปได้ที่ความจริงซึ่งขัดแย้งกันเองอย่างชัดเจนสามารถดำรงอยู่พร้อมกันในที่เดียวกันได้🔸
...
...
...
นี่เป็นแนวคิดที่ยากจะยอมรับสำหรับผู้คนบนโลก พวกเขาต้องการระเบียบกฏเกณฑ์ที่ชัดเจน อะไรที่ไม่เข้าหรือตรงกับภาพที่พวกเขามีในใจก็จะถูกปฏิเสธไปโดยปริยาย
ด้วยเหตุนี้เวลาที่ความเป็นจริงสองแบบเริ่มแสดงตัวออกมา และดูเหมือนว่ามันจะขัดแย้งกันเอง สมมติฐานแบบทันทีก็คือ “ต้องมีอันใดอันหนึ่งที่ไม่ถูกต้อง ผิดพลาด หรือไม่จริง” ต้องอาศัยคนที่บรรลุถึงความสมบูรณ์แบบได้ในระดับหนึ่งเท่านั้นถึงจะเห็นและยอมรับว่า : 🔸มันอาจเป็นจริงได้ทั้งคู่🔸
ทว่าในโลกแห่งความสัมบูรณ์ (ซึ่งตรงกันข้ามกับโลกสัมพัทธ์ที่พวกเธออาศัยอยู่) มันชัดเจนมากว่าบางครั้งความจริงหนึ่งของสิ่งอันเป็นทั้งหมดนั้นสามารถก่อผลที่ดูเหมือนจะขัดแย้งกันเองได้ เมื่อมองจากมุมของโลกสัมพัทธ์
นี่เรียกว่า “เอกภาพแห่งความขัดแย้งอันศักดิ์สิทธิ์” และนี่เป็นความจริงส่วนหนึ่งที่จริงแท้มากๆในประสบการณ์ชีวิตของมนุษย์
อย่างที่ฉันได้บอกไป มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้ชีวิตได้อย่างสง่างามหากเธอไม่ยอมรับความจริงข้อนี้ เธอจะพร่ำบ่น โกรธขึ้ง เกรี้ยวกราด เสาะแสวงหา “ความยุติธรรม” อย่างสูญเปล่าอยู่ร่ำไป
1
หรือไม่ก็พยายามประสานพลังขั้วตรงข้ามซึ่งไม่ได้มีไว้เพื่อให้ประสานอย่างเอาเป็นเอาตาย
แต่ทว่า “ด้วยธรรมชาติของแรงดึงระหว่างทั้งสองขั้วนั้นเอง” ที่จะก่อให้เกิดผลลัพธ์ตามที่ต้องการอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
ในความเป็นจริงแล้ว 🔸โลกสัมพัทธ์ดำรงอยู่ได้ด้วยแรงดึงระหว่างขั้วนี้เอง🔸 ตัวอย่างเช่น แรงดึงระหว่างความดีและความชั่ว ในโลกความจริงสูงสุดไม่มีสิ่งที่เรียกว่าดีหรือชั่ว ในโลกแห่งความสัมบูรณ์ “รักคือทั้งหมดที่มี”
แต่ทว่าในโลกสัมพัทธ์นั้นพวกเธอได้สร้างประสบการณ์ที่พวกเธอเรียกว่า 'สิ่งชั่วร้าย' ขึ้นด้วยเหตุผลที่สมเหตุสมผลเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือ เธอต้องการ “มีประสบการณ์ถึงความรัก” ไม่ใช่แค่ “รู้” ว่ารักเท่านั้นคือทั้งหมดที่มี
และเธอก็ไม่อาจมีประสบการณ์ถึงบางสิ่งได้หากไม่มีสิ่งอื่นเลยนอกจากสิ่งนั้น เพราะฉะนั้นพวกเธอจึงสร้างขั้วความดีความชั่วขึ้นมาในโลกความเป็นจริงของตัวเอง (และยังคงทำอย่างนั้นอยู่ทุกวัน) โดยใช้ขั้วหนึ่งเพื่อจะมีประสบการณ์ถึงอีกขั้วหนึ่งได้
ตรงนี้จึงเกิดเอกภาพแห่งความขัดแย้งอันศักดิ์สิทธิ์ขึ้น มันคือความจริงสองแบบที่ดูจะขัดแย้งกันเองต่างก็ดำรงอยู่พร้อมกันในที่เดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องนี้ : “ความดีและความชั่ว”
💖แต่ทั้งหมดมีเพียงรักเท่านั้น💖
N : ขอบคุณที่อธิบายเรื่องนี้ให้ผมฟังอีกรอบครับ พระองค์พูดเรื่องนี้มาก่อนแล้ว แต่ก็ขอบคุณที่ช่วยให้ผมเข้าใจเรื่องเอกภาพแห่งความขัดแย้งอันศักดิ์สิทธิ์มากขึ้นไปอีก
G : ด้วยความยินดี
ทีนี้ก็อย่างที่ฉันได้บอกไป เอกภาพแห่งความขัดแย้งอันศักดิ์สิทธิ์ “ที่สำคัญที่สุด” คือเรื่องที่เรากำลังคุยกันอยู่
📌 ชีวิตมีเพียงหนึ่งเดียว (One being) ฉะนั้นจึงมีเพียงวิญญาณเดียว (One Soul) และก็มีดวงวิญญาณมากมาย (many souls) ในชีวิตหนึ่งเดียวอันนั้นด้วย
📌 ความเป็นคู่ (หรือทวิภาวะ) มันดำเนินไปแบบนี้ และเธอเพิ่งจะทำให้ตัวเองเข้าใจว่าดวงวิญญาณต่างๆมิได้แยกขาดจากกัน
📌 ดวงวิญญาณคือพลังงานของชีวิตที่ดำรงอยู่ภายในและรอบ (ในรูปของรัศมีกาย) วัตถุทางกายภาพทุกชนิด🔸ในแง่หนึ่งมันคือสิ่งซึ่ง “ยึด” มวลวัตถุทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน 🔸
✨“วิญญาณของพระเจ้า” ยึดพยุงเอกภพเอาไว้ — ส่วน “วิญญาณของมนุษย์” ก็ยึดพยุงร่างกายของมนุษย์แต่ละคนเอาไว้✨
N : 📌 ร่างกายไม่ใช่ภาชนะ ไม่ใช่ “ที่พำนัก” ของดวงวิญญาณ ดวงวิญญาณต่างหากที่ให้ที่พำนักแก่ร่างกาย (หรือบรรจุร่างกายเอาไว้ภายใน)
G : ถูกต้อง
N : 📌 แต่ว่ามันก็ไม่มี “เส้นแบ่ง” ระหว่างวิญญาณแต่ละดวง ไม่มีจุดที่วิญญาณดวงหนึ่ง “สิ้นสุดลง” และอีกดวง “เริ่มต้นขึ้น” ฉะนั้นจึงมีเพียงวิญญาณเดียวที่ยึดร่างทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน
G : ถูกต้อง
N : 📌 แต่ทว่าวิญญาณหนึ่งเดียวนี้ก็ “รู้สึกเหมือน” เป็นกลุ่มก้อนของดวงวิญญาณจำนวนมากมายหลายดวง
G : เจตนาให้เป็นอย่างนั้น (ฉันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ) ฉันออกแบบให้เป็นแบบนั้น
N : ช่วยอธิบายกระบวนการตรงนี้หน่อยได้มั้ยครับ❓
G : ได้
✴️ในขณะที่วิญญาณแต่ละดวงไม่ได้แยกขาดจากกันจริงๆ แต่มันก็จริงที่ว่าสิ่งซึ่งประกอบกันขึ้นเป็นวิญญาณหนึ่งเดียวนี้ (หรือวิญญาณของพระเจ้า) สำแดงตัวในโลกความเป็นจริงทางกายภาพด้วยระดับความเร็วที่ต่างกัน ทำให้ระดับความหนาแน่นแตกต่างกัน✴️
N : ความเร็วที่ต่างกัน❓ ความเร็วมาจากไหนครับเนี่ย❓ แล้วความเร็วมาเกี่ยวอะไรด้วย❓
G : ✴️“ทุกชีวิตคือการสั่นสะเทือน”✴️ สิ่งที่เธอเรียกว่าชีวิต (หรืออาจจะเรียกง่ายๆว่าพระเจ้าก็ได้) คือ “พลังงานบริสุทธิ์”
✴️พลังงานนั้นสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา มันเคลื่อนไหวอยู่ในรูปของคลื่นความถี่ คลื่นความถี่จะสั่นสะเทือน ณ ความเร็วระดับต่างๆซึ่งก่อให้เกิดระดับของความหนาแน่น (หรือแสงสว่าง) ที่ต่างกัน และเป็นเหตุให้เกิด “ผลลัพธ์” ที่แตกต่างกันในโลกทางกายภาพ ซึ่งก็คือ เกิดเป็นสิ่งที่เธอเรียกว่า “วัตถุทางกายภาพ” ที่แตกต่างกัน แต่ทว่าวัตถุทางกายภาพที่แตกต่างและแยกขาดจากกันนี้ก็เกิดขึ้นมาจากพลังงานบริสุทธิ์นั้นเหมือนกัน✴️
ย้อนกลับไปที่ตัวอย่างที่เธอพูดถึงเรื่องอากาศในห้องนั่งเล่นกับในห้องครัว นี่เป็นการใช้จินตนาการที่ดีที่อยู่ๆก็ผุดขึ้นในหัวเธอ เป็นแรงบันดาลใจที่อยู่ๆก็เกิดขึ้น
N : เดาได้เลยว่ามาจากไหน
G : ใช่ ฉันเป็นคนดลใจเธอเอง เธอบอกว่าไม่มีตำแหน่งชี้ชัดทางกายภาพที่ “อากาศในห้องนั่งเล่น” สิ้นสุดลง และ “อากาศในห้องครัว” เริ่มต้นขึ้น ซึ่งก็จริงตามนั้น — แต่ทว่ามันมี “จุด” ที่อากาศในห้องนั่งเล่น “หนาแน่นน้อยลง” ซึ่งก็คือมันกระจายตัวออกไปและ “เบาบาง” ลง อากาศในห้องครัวก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน ยิ่งออกห่างจากห้องครัว ก็ยิ่งได้กลิ่นอาหารน้อยลง❗
ทีนี้อากาศใน “บ้าน” ก็คือ “อากาศเดียวกัน” ไม่มี “อากาศที่แยกขาดจากกัน” แต่อากาศในห้องครัวย่อมให้ความรู้สึกว่าเป็น “คนละอากาศ” เพราะอย่างน้อยมันก็ส่งกลิ่นอีกแบบ❗
เพราะอากาศมี “คุณลักษณะ” ที่แตกต่างกัน มันก็เลยดูเหมือนเป็น “คนละอากาศ” 🔸แต่จริงๆมันก็เป็นอากาศเดียวกันที่ดูเหมือนต่างกันเท่านั้น🔸
ในห้องนั่งเล่นเธอได้กลิ่นเตาผิงไฟ ในห้องครัวเธอได้กลิ่นอาหาร เธออาจถึงขั้นเข้าไปในห้องๆหนึ่งแล้วพูดว่า “โห หายใจไม่ออกเลย ให้ ‘อากาศ’ เข้ามาในนี้หน่อยดีกว่า” ราวกับว่าไม่มีอากาศอยู่ในห้องนั้น แต่จริงๆมันมีอากาศอยู่เต็มไปหมด สิ่งที่เธออยากทำก็คือ : ✨เปลี่ยนคุณลักษณะของมันต่างหาก✨
แล้วเธอก็เปิดให้อากาศจากภายนอกไหลเข้ามา แต่ทว่ามันก็คืออากาศเดียวกันอีกเช่นกัน 🔸เพราะมันมีแค่เพียงอากาศเดียว 'ที่เคลื่อนไหวเข้าไป' 'อยู่รายรอบ' และ 'อยู่ท่ามกลางทุกๆสิ่ง'🔸
N : สุดยอดไปเลยครับ ผม “เข้าใจ” ทั้งหมดแล้ว ผมชอบวิธีที่พระองค์อธิบายเรื่องของจักรวาลในแบบที่ผมสามารถเข้าใจได้อย่างแท้จริง
G : ขอบใจนะ ฉันก็พยายามให้เป็นแบบนั้น ขออธิบายต่อเลยนะ
N : เชิญเลยครับ
G : 📌 เช่นเดียวกับอากาศภายในบ้าน 'พลังชีวิต' (ซึ่งเราจะเรียกมันว่า “วิญญาณของพระเจ้า”) จะมีคุณลักษณะที่ต่างกันยามที่มันโอบล้อมอยู่รอบวัตถุทางกายภาพที่ต่างกัน — ในความเป็นจริงแล้วพลังงานนั้นผสมรวมกันในลักษณะที่จำเพาะเจาะจงเพื่อก่อรูปลักษณ์ให้กับวัตถุเหล่านั้น
📌 เมื่อพลังงานหน่วยที่เล็กที่สุดจำนวนมากมายมารวมตัวกันเพื่อสร้างสสาร (วัตถุธาตุทางกายภาพ) พวกมันจะจับกลุ่มเข้าด้วยกัน อัดแน่นเข้าหากัน บีบอัดเข้าด้วยกัน พวกมันจะมีความหนาแน่นมากจนพวกมันเริ่ม “ดูเหมือน” หรือแม้กระทั่ง “รู้สึกเหมือน” เป็นหน่วยที่แยกเป็นเอกเทศออกจากกัน ซึ่งก็คือ มันเริ่มดูเหมือน “แบ่งแยก” “แตกต่าง” จากพลังงานอื่นๆ แต่ทว่านี่คือ 🔸พลังงานเดียวกันที่แสดงออกต่างกัน🔸
📌 การแสดงออกที่ต่างกันนี้ทำให้ “สิ่งนั้นอันเป็นทั้งหมด” สามารถแสดงตน “ในรูปแบบอันหลากหลาย” ได้
📌 อย่างที่ฉันได้อธิบายไว้แล้วในเล่ม 1 “สิ่งนั้นอันเป็นทั้งหมด” ไม่อาจมีประสบการณ์ถึงตัวเองว่าเป็นสิ่งนั้นได้ จนกว่ามันจะรังสรรค์ “ความสามารถในการแบ่งภาคตัวเองออกมา” สิ่งนั้นอันเป็นทั้งหมดจึงแบ่งตัวเองออกเป็น “สิ่งนี้” และ “สิ่งนั้น” (ตรงนี้ฉันกำลังพยายามอธิบายให้ง่ายที่สุด)
📌 “กลุ่มก้อนพลังงาน” ซึ่งรวมตัวกันเป็นหน่วยที่แยกออกมาเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีกายเนื้อ ซึ่งพวกเธอเลือกจะเรียกมันว่า “ดวงวิญญาณ” นั้นคือ : ✨ส่วนต่างๆของฉันที่กลายเป็นพวกเธอจำนวนมากมาย✨
นี่คือเรื่องที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่นี้ นี่คือ 🔸เอกภาพแห่งความขัดแย้งอันศักดิ์สิทธิ์🔸
🌟มีเราเพียงหนึ่งเดียว🌟
🌟มีเราอยู่มากมาย🌟
N : โว้วว สุดยอดไปเลย
G : ไหนเธอลองบอกมาซิว่า...
ฉันจะไปต่อได้หรือยัง❓
N : ยังครับ หยุดตรงนี้ก่อน ไม่ไหวแล้วครับ ขอพักแป๊บนึงก่อน...★
★เหมือนว่านีลขอเวลาทบทวนสักครู่ — แอดมิน
โอเคครับ ลุยต่อได้เลย❗
G : โอเค
📌 ทีนี้เมื่อพลังงานรวมตัวเข้าด้วยกัน พวกมันจะมีความหนาแน่นมาก (อย่างที่ได้อธิบายไป) แต่ถ้ายิ่งออกห่างจากจุดของความหนาแน่นนี้ พลังงานก็จะยิ่งเบาบางลง (ยิ่งกระจายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ) “อากาศเบาบาง” ออร่าจางลง 🔸แต่พลังงานจะไม่มีทางสูญหายไปอย่างสิ้นเชิงเพราะมันเป็นไปไม่ได้🔸 สรรพสิ่งล้วนเกิดขึ้นจากพลังงาน “ทุกสิ่งคือพลังงาน” ทว่ามันอาจเบาบางมาก เจือจางและละเอียดอ่อนมากๆจนดูเหมือน “ไม่มีอยู่”
📌 แล้วในที่อื่นหรือจุดอื่นๆ (ซึ่งก็เป็นอีกส่วนของตัวมันเอง) พลังงานก็สามารถรวมตัวเข้าด้วยกันเป็น “กลุ่มก้อน” (ที่หนาแน่น) ได้อีกครั้ง แล้วก่อรูปเป็นสิ่งที่พวกเธอเรียกว่าสสารหรือวัตถุธาตุทางกายภาพ และสิ่งที่ “ดูเหมือน” หน่วยที่แยกเป็นเอกเทศออกจากกันได้อีก ในเวลานี้ทั้งสองหน่วยปรากฎเป็นสองสิ่งที่แยกออกจากกัน 🔸แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่มีสิ่งใดที่แยกขาดออกจากกันเลย🔸
นี่คือคำอธิบายถึงเบื้องหลังของ 🔅จักรวาลทางกายภาพ🔅 ทั้งหมด ด้วยภาษาที่ง่ายมากๆ และเบื้องต้นมากที่สุดแล้ว
N : อืม...มันเป็นอย่างนั้นจริงๆหรือ❓ แล้วผมจะรู้ได้ยังไงว่าผมไม่ได้จินตนาการทั้งหมดนี้ขึ้นมาเอง❓
G : นักวิทยาศาสตร์ในหมู่พวกเธอได้ค้นพบแล้วว่า : 🔸องค์ประกอบขั้นพื้นฐานที่สุดที่ประกอบกันขึ้นเป็นสิ่งมีชีวิตทั้งมวลนั้นเป็นสิ่งเดียวกัน🔸
พวกเขานำก้อนหินจากดวงจันทร์มาตรวจสอบแล้วพบสิ่งเดียวกันกับที่พบในต้นไม้ พวกเขาชำแหละต้นไม้แล้วก็พบสิ่งเดียวกันกับที่พบในตัวเธอ
ฉันจะบอกกับเธอว่า : ✨พวกเราทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งเดียวกัน✨
✴️พวกเราทั้งหมดต่างเป็น "พลังงานเดียวกัน" ที่รวมตัวและบีบอัดเข้าด้วยกันในรูปแบบที่ต่างกัน เพื่อสร้างรูปลักษณ์และสสารวัตถุที่แตกต่างกันขึ้น✴️
📌 ไม่มีอะไรที่เป็น “แก่นสาร” ในตัวเองและโดยตัวมันเอง (หรือไม่มีอะไรที่ “สำคัญ” ในตัวมันเองและโดยตัวมันเอง)★ นั่นคือ ไม่มีอะไรที่ “กลายเป็นสสารวัตถุ” ได้ด้วยตัวมันเอง★★
★เป็นการเล่นกับคำว่า matter ซึ่งแปลได้หลายแบบทั้ง “แก่นสาร สาระ สำคัญ สสาร หรือวัตถุ” ก็ได้
★★หมายความว่าจักรวาลทางกายภาพ (สสารทั้งมวล) ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากความไม่มีอะไร หรืออยู่ๆก็เกิดขึ้นมาเอง แต่เกิดขึ้นมาจากพลังงานบริสุทธิ์ ซึ่งก็คือ วิญญาณของพระเจ้า — แอดมิน
📌 เยซูกล่าวว่า “หากปราศจากพระบิดา เราย่อมเป็นสิ่งใดไม่ได้เลย”
📌 พระบิดาของทุกสิ่งคือ :
🔸ความคิดบริสุทธิ์🔸
⏺️ นี่คือ “พลังงานแห่งชีวิต”
⏺️ นี่คือสิ่งที่พวกเธอเลือกจะเรียกมันว่า “ความรักที่แท้จริง” (รักสมบูรณ์แบบ)
🔆 นี่คือ “พระเจ้าและพระแม่เจ้า”
🔆 คืออัลฟาและโอเมก้า
🔆 คือเบื้องต้นและเบื้องปลาย
🔆 คือทั้งหมดในทั้งหมด
🔆 คือผู้ขับเคลื่อนที่ไม่เคลื่อนไหว
🔆 คือต้นกำเนิดแรก
🔆 คือสิ่งที่เธอเสาะหาเพื่อทำความเข้าใจมาตั้งแต่จุดเริ่มต้นของกาลเวลา
🔆 คือความเร้นลับอันยิ่งใหญ่
🔆 คือปริศนาไม่สิ้นสุด
🔆 คือ ✨สัจธรรมนิรันดร์✨
🌟“มีเราเพียงหนึ่งเดียว” 🌟
ดังนั้นนี่คือ : 🌟สิ่งที่เธอเป็น🌟
(จบ – บทที่ 11)
บันทึก
2
2
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
หนังสือสนทนากับพระเจ้า เล่ม 3
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย