Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Englist
•
ติดตาม
6 ส.ค. 2021 เวลา 12:01 • สัตว์เลี้ยง
"ภาษากายของสุนัข" บอกอะไรกับเราบ้าง 🐶
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของสัตว์ที่มีต่อมนุษย์เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ ระหว่างมนุษย์และสัตว์ การทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันทำให้เกิดการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน จากความใกล้ชิดนี้พัฒนามาเป็นความรัก ความเอื้ออาทร ที่มีให้แก่กันทำให้อยู่ในสถานะที่มากกว่าสัตว์เลี้ยง มนุษย์กับสัตว์ได้พัฒนาความสัมพันธ์มาตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน จากสัตว์เลี้ยงไว้ใช้งานพัฒนามาเป็นเพื่อนคู่ใจ
และในสภาพสังคมปัจจุบันที่มีภาระงานที่มากล้น ความเครียดของคนก็เพิ่มมากขึ้น เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้คนหันมาสนใจที่จะเลี้ยงสัตว์เพื่อไว้ผ่อนคลายความเครียด เป็นเพื่อนเล่น เป็นเพื่อนคลายเหงา นอกจากความสุขของผู้เลี้ยงแล้วยังสามารถแบ่งปัน ความสุข ความน่ารัก สดใส ของสัตว์เลี้ยงผ่านสื่อสังคมต่าง ๆ จนทุกวันนี้สัตว์เลี้ยงกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ที่ยากจะแยกออกจากกันได้
ในอดีตมนุษย์กับสุนัข มีลักษณะการดำรงชีวิตที่ใกล้เคียงกัน คือ อยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ ออกล่าอาหารมีผู้นำกลุ่ม ความใกล้ชิดนำมาสู่การปรับตัวของสุนัข มนุษย์พึ่งพาประโยชน์จากการล่าสัตว์ และปกป้องภัยจากศัตรู เมื่อเวลาผ่านไปความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสุนัขมีความใกล้ชิดกันมากขึ้น
จากความใกล้ชิดในอดีตมาจนถึงปัจจุบัน สุนัขกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ในปัจจุบัน สภาพสังคมที่ผู้คนต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน จนไม่มีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้าง รวมไปถึงการสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์ การเลี้ยงสุนัขนำไปสู่ทางออกที่มีความสุข สร้างความรัก ความอบอุ่นในจิตใจ และสามารถแบ่งปันความสุขให้บุคคลรอบข้างโดย อัพเดตเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ การเอาใจใส่สุนัขประหนึ่งเป็นมนุษย์คนหนึ่งทำให้เกิด ความผูกพันระหว่างสุนัขกับมนุษย์ในรูปแบบแม่กับลูก
จากการศึกษาได้พบว่า การสัมผัสด้วยดวงตา ทำให้สุนัขเกิดความรัก ความซื่อสัตย์ การมองตากันระหว่างมนุษย์กับสุนัข ก่อให้เกิดการหลั่งสารซิโทซินออกมา ทำหน้าที่เป็นสารสื่อรัก เป็นสารชนิดเดียวกันกับที่เกิดระหว่างการให้นมของแม่และทารก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มนุษย์จะรู้สึกว่าสุนัขเป็นเหมือนลูก
ดังนั้นสุนัขเป็นสัตว์ที่มีความใกล้ชิดกับมนุษย์มากที่สุดนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ความใกล้ชิดนี้ทำให้เกิดการเรียนรู้ระหว่างกัน สุนัขสื่อสารโดยใช้ภาษากายเพื่อให้มนุษย์เข้าใจความรู้สึก และความต้องการ ภาษากายที่ใช้นั้นมีทั้งเป็นภาษาที่เรียบง่าย เป็นสิ่งที่อาจปฏิบัติกับมนุษย์เป็นประจำและ บางครั้งอาจมีความซับซ้อนไม่สามารถเข้าใจได้โดยทันที ฉะนั้นจึงได้มีการศึกษาให้เป็นที่แน่ชัดสำหรับความหมายที่สุนัขสื่อสารออกมาผ่านภาษากาย จากนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยที่ได้สังเกตศึกษาพฤติกรรม โดยมีลักษณะ ดังต่อไปนี้
*ภาษากายทั่วไป
หาง
1. การแกว่งหางต่ำ ๆ สุนัขไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น และเมื่อแกว่งเร็วขึ้นแสดงว่าพอใจในสิ่งที่ทำให้
2. ยกหางขึ้นและสั่นเล็กน้อย สุนัขต้องการท้าทายอ้านาจไม่ว่ากับมนุษย์หรือสัตว์อื่น เป็นการแสดงถึงการเตรียมพร้อมรับสถาน การณ์ต่าง ๆ รวมทั้งการโจมตีของอีกฝายหนึ่ง
3. หางซุกอยู่ระหว่างขา สุนัขแสดงถึงความกลัว อึดอัด รวมไปถึงอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ถ้าหากไม่ทราบสาเหตุควรนำไปพบสัตวแพทย์ทันที
2
ตา
1. ตาเบิกกว้างและตื่นตัว สุนัขเรียกร้องความสนใจ การกระทำนี้เพื่อหวังให้ตอบสนองกับสิ่งที่สุนัขต้องการหรือคาดหวัง
2. การหยีและกระพริบตา เป็นการแสดงว่าสุนัขพร้อมสำหรับการเล่น หรือบางครั้งเป็นอาการระคายเคืองดวงตา
หู
1. หูตั้งขึ้นและเอียงคอ เป็นการแสดงอาการอยากรู้อยากเห็นของสุนัข จะแสดงลักษณะนี้ในเหตุการณ์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยพบเจอและรู้สึกอยากรู้อยากเห็น
2. หูลีบไปกับหัวมากกว่าปกติเป็นอาการที่สุนัขกำลังอยู่ในอาการหวาดกลัว หรือเจอกับสิ่งที่ไม่คุ้นเคยและรู้สึกไม่ปลอดภัย
ใบหน้า
1. การอ้าปากค้าง เป็นการแสดงการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีและความผูกพันระหว่างสุนัขและเจ้าของ หรือถ้าสุนัขถูกรายล้อมด้วยสุนัขตัวอื่นที่ไม่คุ้นเคยก็จะแสดงอาการนี้เช่นกัน แต่ถ้าสุนัขทำโดยไม่มีสาเหตุอาจหมายถึงมีสิ่งกวนใจในระบบประสาทของสุนัข
2. การเลียใบหน้าตัวเอง เป็นอาการที่เกิดขึ้นจากความเครียด กดดัน หรือรู้สึกเป็นอันตราย
3. แสดงฟันให้เห็น แต่ไม่เห่าหรือขู่ เป็นการหวงเขตแดนที่มันอยู่ จะแสดงได้ชัดเจนตอนที่สุนัขกำลังกินอาหาร
ท่าทาง
1. นอนแผ่หงายท้อง เป็นการแสดงถึงความไว้ใจและต้องการประจบ ถ้าหากเราเกาท้องให้แล้วเกิดปฏิกิริยาต่าง ๆ เกิดขึ้น เป็นการแสดงถึงความพึงพอใจ
2. การเอาหัวมาวางบนตักหรือหัวเข่า เป็นอาการที่เรียกร้องความสนใจและแสดงให้เห็นว่าพวกสุนัขนั้นต้องการเราในเวลานั้น ถ้าหากนำจมูกไปสัมผัสกับมือแสดงว่าสุนัขอยากให้เราเลี้ยง
3. การเอาอุ้งเท้าว่างบนเข่าหรือตัก เป็นการแสดงสัญลักษณ์ถึงการครอบครอง
2
4. การยกอุ้งเท้าขึ้นหนึ่งข้าง เป็นแสดงอาการว่าต้องการบางสิ่งบางอย่าง และในบางครั้งอาจหิวหรืออยากเล่นก็ได้
5. การนั่งหันหลัง เป็นการแสดงความไว้วางใจ
6. การสะบัดตัวไปมา เป็นอาการที่เกิดขึ้นหลังจากอาบน้้า สะบัดเพื่อให้ขนแห้ง หรือถ้าขนแห้งแล้วการสะบัดตัวเช่นนี้ คือ การลดความเครียดของสุนัข
*ภาษากายที่แสดงถึงความรัก
1. การจ้องตา เมื่อได้จองมองตากับสุนัขเปรียบเสมือนการกอดโดยสายตาสำหรับสุนัข การจ้องมองตาในระหว่างทำกิจกรรมร่วมกัน สุนัขจะหลั่งฮอร์โมนออกซิโทซินออกมาซึ่งเป็นสารแห่งความรัก ชนิดเดียวกันที่ทำให้ทารกผูกพันกับมารดา
2. การคาบของมาให้นักวิจัย พบว่า สุนัขเป็นสัตว์ที่หวงของ พวกสุนัขจะท้าทุกวิถีทางเพื่อปกป้องให้ได้ มนุษย์หรือสัตว์อื่น ๆ มาแตะต้องของของมัน จากการที่สุนัขตัดสินใจคาบของมานั้นหมายความว่าสุนัขได้รักและไว้ใจจึงทำตรงข้ามกับสัญชาตญาณ
3. การหาว การหาวเป็นกลไกของร่างกายที่ต้องการรับเอาออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือดและนำแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาจากร่างกาย เมื่อเราเห็นผู้อื่นหาวเราก็มักจะหาวตาม สิ่งนี้เกิดจากมนุษย์ เราสามารถส่งต่อความรู้สึกระหว่างกันได้ และมนุษย์ก็สามารถส่งต่อความรู้สึกของการหาวไปยังสุนัขได้เช่นกัน จากการศึกษาวิจัย พบว่ส การที่สุนัขหาวตามมนุษย์นั้นเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจากการเอาใจใส่ และต้องการให้มนุษย์มีความเกี่ยวโยงและใกล้เคียงกับพวกมัน จากการทดลองพบว่าสุนัขจะหาวตามเจ้าของของมันมากกว่าคนปกติทั่วไป
4. การนอนหลับอย่างใกล้ชิด Gregory Berns อธิบายว่า การที่สุนัขขึ้นมานอนบนเตียงหรือนอนในบริเวณใกล้เคียงนั้นเป็นการแสดงความจงรักภักดีของมัน เพราะสุนัขจะไม่อยากแยกออกจากสิ่งที่ไว้ใจหรือเชื่อใจ การอยู่ใกล้กันนั้นก่อให้เกิดความรู้สึกสบายใจ ซึ่งเป็นสัญชาตญาณเดิมที่มีมาตั้งแต่อดีต
5. การส่ายหาง จากการวิจัยพบว่าการสายห่างเป็นวิธีหนึ่งในการสื่อสาร เมื่อพวกสุนัขสายหางให้เราดูนั่นหมายถึง การเปิดโอกาสให้มนุษย์เราเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ และยังต้องการรับความรู้สึกดี ๆ จากเราด้วย
6. การยักคิ้ว การแสดงออกทางสีหน้าจากการวิจัยพบว่า การแสดงออกทางสีหน้าเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สุนัขใช้สื่อสารกับมนุษย์ จากการทดลองในประเทศญี่ปุ่น ได้นำลูกสุนัขมาพบกับ พ่อแม่ของมัน คนแปลกหน้า ของเล่นของมัน และสิ่งที่มันไม่ชอบ พบว่าเมื่อลูกสุนัขได้พบกับพ่อแม่ของมันปรากฏว่าจะยักคิ้วโดยเฉพาะข้างซ้ายขึ้น เมื่อพบคนแปลกหน้าปรากฏว่าไม่แสดงอาการใด ๆ เว้นแต่ขยับคิ้วข้างขวา เมื่อนำมาพบกับสิ่งของที่มีความสัมพันธ์หรือคุ้นเคยปรากฏว่า
มีการเคลื่อนไหวของหูซ้ายไปด้านหลัง และเมื่อพบสิ่งที่ไม่ชอบปรากฏว่ามีการเคลื่อนไหวของหูขวาไปด้านหลังเช่นเดียวกัน นอกจากนี้การแสดงออกทางสีหน้ายังช่วยเพิ่มความน่ารักให้กับพวกมันอีกด้วย
7. การโน้มตัวเข้าหา การที่สุนัขเลือกที่จะเข้ามาหาและมาคลุกคลีกับมนุษย์นั้นแสดงให้เห็นว่า เราเปรียบเสมือนสมาชิกในฝูงของมันซึ่งมันจะให้การยอมรับ ไว้ใจ เชื่อใจ และรู้สึกปลอดภัยที่ได้อยู่กับเรา
8. การอนุญาตให้เข้าใกล้ โดยปกติเมื่อเราพยายามเข้าไปเล่นกับสุนัขที่ไม่คุ้นเคยพวกมันจะวิ่งหนีหรือมีท่าทีที่จะทำร้าย การลูบหัวหรือเล่นกับคนแปลกหน้า สุนัขจะรับรู้ถึงอันตรายเพราะว่ามันยังรู้สึกไม่เชื่อใจ การที่สุนัขเข้ามาใกล้เรานั้นเป็นการแสดงออกถึงความเชื่อใจ และมีความรักระหว่างเรา
9. การรอ การที่สุนัขนั่งนิ่ง ๆ อดทนรอเมื่อเจ้าของเดินออกไปข้างนอก หมายถึงการยอมรับในการจากกัน และสุนัขก็จะมีความเชื่อใจว่าจะต้องกลับมาอย่างแน่นนอน ซึ่งเป็นลักษณะของการเชื่อใจที่สุนัขมีให้กับผู้เลี้ยง เป็นการแสดงออกถึงความรักและความจงรักภักดี
10. การดีใจ จากการศึกษาวิจัยหลายชิ้นระบุว่า การที่สุนัขได้กลับมาเจอเจ้าของอีกครั้งจะทำให้ความสุขของมันเพิ่มขึ้น เป็นการแสดงถึงความรักได้อย่างชัดเจน ลักษณะการแสดงออกมีตั้งแต่ การกระโดดตะกรุย กระดิกหาง ส่งเสียงร้อง หรือบางครั้งถ้าหากดีใจมากเกินไป อาจมีการหลั่งปัสสาวะออกมาร่วมด้วย
Ref.
http://ithesis-ir.su.ac.th
THE ULTIMATE DOG (ที่สุดของเจ้าสี่ขา)
By Mr. Nattapol Yooplao นายณัฐพล อยู่เปล่า
9 บันทึก
19
4
16
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
เรื่องของหมาซีรีส์ (dogs' series)
9
19
4
16
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย