เจ้ากรรมนายเวร !! (1/3)
เมื่อพูดถึงคำว่า " เจ้ากรรมนายเวร "
คนส่วนใหญ่ ก็มักจะนึกถึง
“ วิญญาณ ผี การติดตามทวงหนี้ .. บลาๆๆ .. และ ความตาย ”
เหมือนเป็นอะไรที่รู้กัน ว่าเป็นการชดใช้หนี้กรรม
ให้แก่บรรดาผีหรือวิญญาณ
ที่เราอาจจะเคยล่วงเกิน หรือก่อกรรมกับเขามาก่อน
ไม่ว่าจะชาตินี้ หรือกี่ภพ กี่ชาติที่แล้ว ก็ตามแต่
ซึ่งจุดจบของการชดใช้หนี้กรรมนั้น
ส่วนมากก็จะจบลงด้วยการสังเวยชีวิต
คืนให้แก่พวกเขาเหล่านั้น อย่างอนาถหรือน่ากลัว
1
เรื่องที่เราเขียนเล่าอยู่นี้ ...
เป็นเรื่องจริง !! เกิดขึ้นจริง !! กับบุคคลจริง !!
เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับเพื่อนของเราคนหนึ่ง
เมื่อสิบกว่าปีก่อน ( ปีนี้ ปี 2564 )
1
ตอนนั้น ( ก็คือเมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว )
เรา ไม่ได้เจอเพื่อนคนนี้นานมาก
น่าจะประมาณเกือบๆ 5 ปีเลยทีเดียว
ตลอด 5 ปีที่ไม่ได้เจอกันนั้น เราไม่ได้ติดต่อกันเลย
ไม่ว่าจะทางโทรศัพท์ หรือช่องทางการสื่อสารอื่นๆ
ทั้ง E-mail, SMS, MSN
( นานแค่ไหน คิดดู สมัยที่มี MSN )
ถึงแม้ในช่วงปีหลังๆ ที่เริ่มจะมี Facebook, Line
ใช้กันอย่างแพร่หลายก็ตาม
ทั้งๆ ที่เราก็มีเบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ ของอีกฝ่ายกันอยู่
การที่จะเสิร์ชหากัน หาช่องทางการติดต่อกัน
ดูไม่น่าจะเป็นเรื่องยาก
แต่เราก็ไม่สามารถติดต่อกันได้เลย
2
ใช่ครับ !! ทุกท่านอ่านไม่ผิด
“ เรา ... ไม่สามารถติดต่อกันได้เลย ”
แต่นี่ไม่ใช่ประเด็นที่ทุกท่านจะต้องคิดหรือตั้งข้อสงสัยอะไรกันหรอกครับ
ว่า เป็นผลงานการบังตาหรือฤทธิ์เดชอะไรของเจ้ากรรมนายเวรหรือเปล่า
เพราะที่เราอยากให้ทุกท่านติดตามอ่านต่อ คือเรื่องราวต่อไปนี้ต่างหาก
1
วันหนึ่ง เพื่อนของเราคนนี้ก็แอด We Chat เข้ามาหาเราได้สำเร็จ
สร้างความประหลาดใจให้กับเราทั้งสองคนมาก
หลังจากที่ได้ทักทายพูดคุยสัพเพเหระกันสักพัก
พอจะเดาถึงเหตุผลความเป็นมาและเป็นไปที่ต่างฝ่ายต่างคาดคิดกันไม่ถึง
เป็นอะไรที่ทั้งฉุกละหุก ปัจจุบันทันด่วน และควบคุมสถานการณ์กันไม่ได้
ต่างฝ่ายต่างก็อึ้งๆ กันพอสมควร
3
ย้อนกลับไป .. ก่อน 5 ปีที่เราทั้งสองจะติดต่อกันไม่ได้
เพื่อนเราถ่ายเป็นเลือดบ่อยมาก
อาการรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ
จนกระทั่ง หลังจากที่ได้ไปตรวจเช็กสุขภาพ
ถึงได้รู้ว่า เป็นเนื้องอกในลำไส้
1
และในฐานะของข้าราชการ “ ทหาร ” นายหนึ่ง
เพื่อนเรา จู่ๆ ก็ถูกสั่งให้ไปเรียนและศึกษางานที่สิงคโปร์และญี่ปุ่นอย่างกะทันหัน
ไปทั้งๆ ที่ก็ยังมี เนื้องอกในลำไส้ นั่นแหละ
การไปศึกษางานของเพื่อนเราในครั้งนั้น
เป็นการไปที่ไม่รู้กำหนดเวลาการกลับที่แน่นอน
แม้จะมีบ้างที่บางช่วงเวลาได้กลับมาที่เมืองไทย
เพียงชั่วครั้งชั่วคราว
ด้วยหลายๆ เหตุผล หลายๆ ปัจจัย
1
ขอบคุณเครดิตภาพจากเว็ป pixabay.com
กระทั่งวันหนึ่ง ในปี 2554
เพื่อนเราคนนี้ได้กลับมาที่เมืองไทย
และไปทำธุระราชการที่ต่างจังหวัด
สิ่งที่ไม่คาดคิดและเตรียมตัวเตรียมใจไว้ก่อน ก็คือ
อุบัติเหตุทางรถยนต์ ระหว่าง เขากับรถบรรทุก 18 ล้อ
“ เฮ้ยยยย !! จริงดิ ?? ”
เราพิมพ์ถามไปใน We Chat ด้วยความตกใจ
“ จริง !! วันแรกที่เกิดอุบัติเหตุ อาการเราโคม่ามาก
ทางโรงพยาบาลโทรฯ ตามที่บ้านมาหมดทุกคน
ตอนที่ ที่บ้านมา เราเห็นหน้าพ่อ แม่ พี่สาว หลาน มากันครบ
แล้วจู่ๆ สักพัก เรา ก็ไม่เห็นอะไรอีกเลย !!
โลกทั้งโลกมืดสนิทในบัดดล
ใช่ !! เรามองไม่เห็นอะไรอีกเลย
แต่ตอนนั้น เราก็ยังพอรับรู้ได้จากการฟังนะ
เรายังได้ยินคนรอบข้างคุยกัน
เรายังฟังรู้เรื่องว่า ใครพูดอะไรกับใคร ?? ยังไง !! ”
1
“ วันที่ 2 นี่ดิ อาการเราเริ่มทรุดหนักกว่าเดิม
นอกจากตาจะมองไม่เห็นแล้ว คอเริ่มขยับไม่ได้
เริ่มหายใจเองไม่สะดวก
ทั้งปากทั้งจมูกเรา สายอะไรต่อมิอะไร ระโยงระยางเต็มไปหมด
เข่าด้านซ้ายก็ฉีก เอ็นข้อเท้าซ้ายด้านหน้าก็ขาด
เจ็บระบมไปทั้งตัว
อาการต่างๆ ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
กระทั่งตอนตีสอง
ระบบสัมผัส ระบบประสาทรับรู้ ระบบต่างๆ ของร่างกาย
หยุดทำงาน หมด !!
หยุด !! แม้กระทั่ง ลมหายใจ ”
“ หมอและพยายามเร่งปั๊มหัวใจเรากันให้วุ่น
ใช้เครื่องกระตุ้น 3 ครั้ง
แต่ … ไม่ฟื้น !!
เรา ..​. ไม่ฟื้น ”
“ กระทั่งหมอเห็นอาการและสภาพแล้ว
พูดขึ้นว่า ไหนๆ ก็ไหนๆ ละ
ให้เพิ่มกำลังไฟฟ้า แล้วปั๊มใหม่ดูอีกสักครั้ง ”
“ สิ้นคำสั่งหมอ พยาบาลและรวมถึงตัวหมอเอง
ก็เร่งปั๊มหัวใจใหม่ ยื้อชีวิตเรากับพญายมทันที !! ”
พลัน น้ำตาแห่งความปีติก็ไหลพราก ทั้งหมอและพยาบาล
ต่างดีอกดีใจกันยกใหญ่
เพราะที่สุดแล้ว ก็ฉุดชีวิตเรา
ให้พ้นจากเงื้อมมือพญามัจจุราชได้สำเร็จ
พาเราออกจากโลกแห่งวิญญาณได้อย่างปาฏิหาริย์
1
“ หมอ !! กล้าตัดสินใจมากๆ
กล้าทั้งๆ ที่เป็นผู้หญิง
ที่เรารอดมาได้ ก็เพราะหมอคนนี้จริงๆ
หมอคนนี้แหละ ช่วยต่อลมหายใจให้กับเรา ”
“ แต่เชื่อม่ะ ??
หลังจากที่หมอคนเก่งยื้อชีวิตเรากับพญายมได้สำเร็จ
เราก็ยังนอนแน่นิ่ง เป็นผักตายซาก
ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยใน ICU … 8 วันเต็มๆ
โชคดี ... ที่โชคยังคงเข้าข้างเรา
ทุกสิ่งอย่างค่อยๆ ดีขึ้นราวกับมีปาฏิหาริย์
อาการต่างๆ ทุเลาและดีขึ้นเรื่อยๆ ”
3
หมอบอก แผลผ่าตัดที่เข่า เอ็นข้อเท้า อาจต้องใช้เวลา 15 วัน
ระหว่างนี้ 3 เดือน ก็จะเดินไม่ได้ตามอาการ
“ แต่เชื่อม่ะ ?? 
แผลผ่าตัดที่เข่า รวมถึงเอ็นข้อเท้า
หายเป็นปกติดีภายใน 8 วัน
หลังผ่าตัดได้ 1 เดือนเราเริ่มเดินได้บ้าง
และหายเป็นปกติ เดินได้เหมือนเดิม ภายใน 2 เดือน
“ เรา !!…. เหมือนตายแล้วเกิดใหม่อ่ะ !!
เหมือนตายแล้ว เกิดใหม่จริงๆ ”
1
ขอบคุณเครดิตภาพจากเว็ป pixabay.com
หลังจากที่นิ่งอ่านข้อความที่เพื่อนพิมพ์มาอย่างต่อเนื่อง
มีบ้างที่เราพิมพ์กลับ เพื่อให้รับรู้ว่ายังคงติดตามอ่านอยู่
จนสุดท้าย เราพิมพ์ตอบกลับไปว่า
“ ทำบุญเยอะๆ นะเพื่อน !!
คนดี พระคุ้มครองครับ !! ”
เพื่อนตอบกลับมาแค่ประโยคเดียว
“ บอกตรงๆ นะ … เจ้ากรรมฯ ”
เฮ้ยยยยยยยยยยย !!
เราร้องเสียงหลง กดแป้นพิมพ์ ย หลังคำว่า เฮ้ย ยาว ไม่รู้ตัว
2
  • 11

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา