10 ส.ค. 2021 เวลา 11:45 • สุขภาพ
แย่แล้ว เมื่อลูกกินน้ำแดง ขอให้แม่ช่วยที ลูกจะตายไหม !
ภาพจาก Pexel
น้ำแดง อัดลม ที่เด็กๆ หรือว่าใครๆก็ชอบ แต่ว่าวันนั้นลูกแม่ร้องไห้หนักมาก ขอให้แม่ช่วยลูกที ลูกจะตายไหม !
สวัสดีค่ะเพื่อนๆที่น่ารัก ห่างหายจากการเขียนบทความของเด็กๆ ไป วันนี้แม่เป้กลับมาส่งต่อเรื่องราวดีๆ เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่นะคะ
ว่าด้วยน้ำแดง หรือน้ำอัดลม แม่เป้ขอให้เครดิตจากหนังสือ รักษาอาการเจ็บป่วยโดยไม่ใช้ยา ของป้านิดดา ค่ะ เขาได้บอกว่า
น้ำอัดลมเปลี่ยนนิสัยวัยโจ๋ ข่าวจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 29 ตุลาคม 2554 ใจความว่า
" นายเดวิด เฮเมนเวย์ ศาสตราจารย์แห่งวิทยาลัยสาธารณสุขของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้ทำวิจัยกับเด็กนักเรียนโรงเรียน วัย 14-18 ปี จำนวน 1,878 คน ในเขตนครบอสตัน
อันเป็นพื้นที่ที่มีอัตราการก่ออาชญากรรมสูง พบว่า
น้ำอัดลม ....เป็นสาเหตุที่ทำให้วัยรุ่นมีอารมณ์รุนแรง ก้าวร้าว พร้อมกระโจนเข้าหาเรื่องคนอื่นได้ทุกเวลา โดยผลวิจัยออกมาว่า
จำนวนเด็กที่ก้าวร้างสร้างปัญหาทั้งหมดมี
43 % นั้น พบว่า ผู้ที่ดื่มน้ำอัดลม 14 กระป๋องต่อสัปดาห์ เป็นพวกพกปืน พกมีด เป็นอาวุธคู่กายตลอดเวลา
27 % มีแนวโน้มจะทำร้ายเพื่อน
38 % มุ่งที่จะเล่นงานศัตรูให้หมอบ
นี่ก็เพราะน้ำตาลทะลักเข้ากระเสเลือด อย่างรวดเร็วในปริมาณมาก จึงเกิดกลไกขับน้ำตาลออกจากกระแสเลือดมากเกินไป เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia) จึงก่อให้เกิดภาวะสมาธิสั้น
ความเครียด วิตกกังวล หงุดหงิด อารมณ์รุนแรง
และยังตามมาด้วยโรคอีกหลายอย่าง เช่น โรคอ้วน เบาหวาน กระดูกผุพรุน ฟันผุ และเป็นแผลในกระเพาะอาหาร
ในเด็กวัยรุ่น ถ้าต้องการให้ลูกๆอารมณ์ดี ควรต้องให้ห่างไกลจากน้ำอัดลม ขนมนมเนย น้ำหวานเข้มข้นทุกชนิด
พอมาถึงตรงนี้แล้ว แม่เป้ ก็เข้าใจในเรื่องของผลเสียที่ร้ายแรงที่จะเกิดกับเด็ก ไม่ว่าเด็กเล็กๆ ที่มีผลเกี่ยวกับสมาธิสั้น เด็กที่ไม่สามารถอยู่นิ่งๆได้ ส่วนใหญ่ก็มาจากการรับประทานน้ำหวาน น้ำตาลที่ในปริมาณมากๆ
และในวันนี้ ก็เลยอยากจะมาขอเล่าถึงวิธีการ ที่แม่เป้ใช้กับลูกๆค่ะ พอนึกทีไรก็ยังขำทุกที
ขอย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ที่ลูกชายคนโต อายุได้ประมาณ 3 ขวบเศษ ณวันนั้น แม่เป้ได้พาลูกๆไปเยี่ยมญาติๆที่ต่างจังหวัด และเป็นธรรมดาที่ในงานต่างๆ ก็จะมีเครื่องดื่ม น้ำหวาน รวมทั้งน้ำอัดลมมาบริการแบบไม่อั้น
แต่วันนั้นคุณป้า ก็ได้พาลูกของแม่เป้ไปเยี่ยมเยียนญาติผู้ใหญ่ โดยที่แม่เป้ไม่ได้ไปด้วยค่ะ และแล้วพอลูกชายได้กลับมา จึงได้เกิดเรื่องนี้ขึ้น
วินาทีแรกที่แม่เป้ เห็นปากของลูก คำแรก แม่เป้ก็ถามทันทีค่ะว่า ลูกไปกินน้ำแดงมาหรือป่าวครับ...( ด้วยน้ำเสียงตกใจ ) ใบหน้าจริงจัง
ลูกก็ตกใจ และก็เริ่มรู้ตัวว่า ...แม่เคยให้ท่องอาหาร 10 อย่างที่ไม่ควรกิน เพราะเป็นอาหารที่มีอาถรรพ์ 555
( ตอนนั้นแม่เป้เล่นใหญ่นะคะ ใช้การแต่งนิทานมาช่วย ในการจัดการด้านอาหาร ด้วยการบอกความลับของพญามารว่า " ข้าอยากให้เด็กทุกคนบนโลกนี้เจ็บป่วย ห้ามให้พวกมันแข็งแรง เพราะถ้ามันกินผักและแข็งแรงเมื่อไหร่ พวกมันจะมาจัดการข้าได้ ดังนั้น ข้าต้องหลอกให้เด็กกินของ 10 สิ่งนี้ให้ได้ เพราะฉันเกลียดเด็ก 555 )
1
ซึ่ง 1 ในอาหารที่มีก็มีเจ้า น้ำเขียว น้ำแดง น้ำอัดลมนี่ด้วยค่ะ
พอลูกได้ยินที่แม่ถาม...เขาก็ถามกลับมาว่า..." มามี้รู็ได้ยังไง ว่าลูกกินมา ทั้งที่มามี้ไม่ได้ไปด้วย "
แม่ก็เล่นต่ออีกค่ะว่า "....มามี้รู้หมดทุกอย่างครับ ถึงไม่มีใครบอกก็รู้ "555 (เด็กน้อยยังหลอกได้นะคะ) ที่จริงแล้วคือ ปากลูกชายเป็นคราบน้ำแดงเป็นวงกลมตามขอบของแก้วอยู่เลยค่ะ ฮ่าฮ่า
แต่สิ่งที่แม่เป้พูดต่อนั่นก็คือ......" ตายแล้ว แย่แล้ว แย่แน่ๆ จะทำยังไงดี สงสารลูกเหลือเกิน ลูกหลงลืม 10 อาหารต้องห้าม ที่มีอาถรรพ์ ไปแล้วเหรอครับ
" ลูกไปกินน้ำแดงมาตั้ง 1 แก้ว ทำไงดี ใครก็ได้ช่วยลูกแม่ที จะแก้ไขยังไงได้บ้างเนี่ย "( อิแม่ทำหน้าตกใจมาก )
แต่ ขณะนั้นเด็กน้อย ทำหน้าตกใจมากกว่า และรีบตอบกลับมาว่า " ไม่ใช่ 1 แก้วครับ หนูกินไปตั้ง 3 แก้ว เลย "
1
" ห๊า!.....ตั้ง 3 แก้วเลยรึ ว้าย....แย่แล้วๆ ลูกมามี้จะตายมั้ย ใครก็ได้ช่วยที เอามีดมาควัก เอาอะไรมาช่วยล้างไส้ลูกให้ทีเร็วๆเข้า...ใครก็ได้ช่วยที โอ้ย สงสารลำไส้ของลูกจังเลย ป่านนี้คงบิดเบี้ยว จะระเบิดออกมาละมั้ง.....แย่แล้วๆๆๆๆ " ( เสียงดัง)
หน้าตาตอนนั้น ลูกกลัวมากๆ และก็พูดต่อว่า " ห๊า จะตายเลยเหรอ หนูลืมไปว่าของต้องห้ามนี้ ห้ามกิน ทำไงดีครับ ช่วยด้วย หนูจะตายมั้ย มามี้ช่วยด้วย ช่วยด้วยครับ... จะเอามันออกมาได้ยังไงอ่ะ มันกลืนลงไปแล้ว แง แง แง......
แม่ก็รีบเสริมว่า...".ตายแน่ๆ แต่ยังโชคดีนะ นี่เป็นครั้งแรก เพราะครั้งนี้อาจไม่ถึงตาย อาจจะปวดท้อง ไส้อาจจะบิด แค่เกือบระเบิด แต่ถ้ามีครั้งต่อไปนี้ ไม่น่าจะรอดนะครับ..." (แม่เล่นใหญ่ค่ะ)
" วันหลังลูกจะกินอีกมั้ยครับ ถ้ามีคนให้กิน " ...เขาตอบว่า " ไม่เอาแล้ว ไม่เอาอีกแล้ว กลัวตาย กลัวไส้ระเบิด กลัวไส้ทะลัก " (ในความคิดของเขาอาจไม่รู้ว่าเป็นยังไง แต่รู้ว่าไม่น่าจะดีแน่ๆ)
แม่ก็พูดต่อว่า..." ดีนะที่วันนี้เป็นวันโชคดี แค่ครั้งแรก ถ้าหากวันหลังหลงลืม ไม่น่าจะรอดนะมี้ว่า...."
หลังจากเหตุการณ์วันนั้น...ลูกไม่เคยแตะ เจ้าน้ำอัดลมนี้อีกเลย เพราะว่าแม่เป้ไม่เคยมีมาให้อยู่แล้ว แต่เราก็ต้องสร้างเกราะ เพื่อป้องกันตัวเขาเอง เผื่อว่าวันนึงเขาไม่ได้อยู่กับเราตลอดเวลาค่ะ....เขาจะมีภูมิตรงนี้...ซึ่งช่วยได้ดีมากๆนะคะ
คำถามว่า...ตอนนั้นลูกยังเล็กอยู่ แล้วพอตอนโตขึ้นมาแล้วทำยังไง
แม่เป้ก็แค่ไม่กิน ลูกก็ไม่เห็น ลูกก็ไม่กินค่ะ แต่ถ้ามีสถานการณ์ที่ให้เห็น ให้ได้อยากกิน...แม่ก็จะใช้วิธีการใหม่ๆว่า....เคยมีคนตาย ไส้แตกเพราะกินน้ำอัดลมผสมกับลูกอมชนิดหนึ่ง....น่าสงสารมากเลย ที่พ่อแม่ไม่เห็น เด็กแอบไปกินเอง เด็กโตด้วยนะ
พอมาถึงตรงนี้แล้ว คุณพ่อคุณแม่ รู้สึกยังไงกันบ้างคะ วิธีการขึ้นอยู่กับแต่ละบริบทของบ้าน แต่ของแม่เป้ จะใช้วิธีนี้ค่ะ ลองเอาไปปรับใช้กันดูนะคะเผื่อว่าเป็นประโยชน์ ก็น่ายินดีด้วยค่ะ
ถ้าหากคิดว่าบทความนี้เป็นประโยชน์ ก็อย่าลืมกดติดตามและแชร์ให้กับคนที่เรารักด้วยนะคะ เพื่อเด็กน้อย จะได้ไม่เป็นเหยื่อของอาหารเครื่องดื่มที่ทำร้ายลูกๆ ของเราได้ค่ะ
ด้วยรัก
แม่เป้
โฆษณา