คือมันสุดโต่งเกินไปทั้งสองทาง จนเสี่ยงจะเกิดความท้อแท้นะครับ เพราะความเป็นจริงมันไม่ได้มีแค่คน 2 ประเภทนั้น
สิ่งที่เราควรจะรู้คือ
1. บิล เกตส์ เจ้าพ่อสารพัด Microsoft ทั้ง Windows และ M.Office รวมถึงอดีต Hotmail ที่เปลี่ยนเป็น Outlook เคยกล่าวว่า
https://quotesgram.com/lazy-people-at-work-quotes/
เขาจะให้คนขี้เกียจ มาทำงานที่ยากที่สุด เพราะคนขี้เกียจ มักหาหนทางที่จะเสร็จงานได้เร็วกว่าคนอื่น (แต่ต้องเป็นคนขี้เกียจ ที่เกลียดความผิดพลาดด้วยนะ) คือสามารถ Manage ได้ระหว่างการใช้เวลาให้งาน และการมีเวลาให้ตัวเอง
2. ข้อคิดนักธุรกิจที่เรามักได้ยินบ่อยๆ คือ "ขยันผิดที่ 10 ปีก็ไม่รวย" ซึ่งเป็นคำกล่าวของตัวละครที่ชื่อ ขงจื๊อ ในเรื่องสามก๊ก
3. น้าเน็ก ได้กล่าวไว้เสมอว่า โอกาสก็เหมือนน้ำที่สาดมาจากทุกทิศทางโดยไม่รู้ตัวในบริเวณที่แห้งแล้ง มันขึ้นกับว่าก่อนที่น้ำจะมาแล้วหายไป เราเตรียมอะไรไว้รองน้ำได้มากแค่ไหน ขัน ขวด กะละมัง หรือบางคนขุดสระขุดบ่อรอไว้ ท่ามกลางความถ่มถุยของผู้อื่นที่พบเห็นก็มี ซึ่งน้ำจะมาหรือไม่มา อันนี้สุดจะคาดเดาได้จริงๆ
(ขอเสริมว่า : เราถึงต้องมีการประเมินไง ว่ามันจะเกิดขึ้นจริงไหม จะได้ไม่เหนื่อยฟรี.....ความเตรียมพร้อมกับความไม่ฉลาด ต่างกันแค่ความบางของกระดาษก็ตรงนี้ ตรงที่เรามีการประเมินด้วยสถิติที่ผ่านมาหรือไม่ ถ้าไม่ ก็ไม่แปลกหากโดนคนอื่นตำหนิหรือตักเตทอนด้วยความเป็นห่วง ยิ่งใช้แรง ยิ่งหิวน้ำ เก็บแรงไปทำอย่างอื่นแล้วเตรียมแค่กะละมังก็พอ)
จากทั้งหมดที่กล่าวมา เราจะเห็นสิ่งที่เชื่อมโยงกันคือ คนที่สำเร็จ จะทำอย่างด้วยการวิเคราห์ ประเมิน เหตุการณ์ล่วงหน้าทั้งนั้น คนที่มีโอกาสแต่ไม่ทำ ก็แค่คนไม่รู้ว่านั่นคือโอกาสเพราะขาดการวาดภาพที่อ้างอิงด้วยสถิติ.....คนที่เสียแรงฟรีไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็เช่นกัน ขนมเปี๊ยะรอบนี้ก็ไม่รู้จะรอดรึเปล่าเพราะปากพาจนไปกี่รอบก็ไม่เคยเข็ดหลาบ
  • 4
โฆษณา