17 ส.ค. 2021 เวลา 12:00 • ธุรกิจ
Grafton Yard เปลี่ยนงานอดิเรก ให้เป็นธุรกิจที่ขายดีจน Sold Out
1
การเปลี่ยน “งานอดิเรก” ให้กลายมาเป็น “ธุรกิจ”
ก็น่าจะเป็นหนึ่งในความฝันของใครหลาย ๆ คน
วันนี้ลงทุนเกิร์ลจึงจะหยิบเรื่องราวของคุณ Rebecca Haig และคุณ Freddie Paul ที่สามารถเปลี่ยนความชอบของพวกเขาให้เป็นตัวเงินได้
โดยพวกเขาชื่นชอบงานศิลปะ และมีงานอดิเรกเกี่ยวกับศิลปะ
ต่อมาจึงได้เปลี่ยนงานอดิเรกที่ทำ ให้กลายมาเป็นธุรกิจเทียนหอมเล็ก ๆ
ซึ่งส่วนที่น่าสนใจคือ พวกเขาอาศัยการสร้างคอนเทนต์ในการช่วยโปรโมตสินค้า จนต้องเปิดเว็บไซต์สำหรับจองสินค้าของเขาล่วงหน้าเลยทีเดียว
แล้วเขาทำคอนเทนต์อย่างไร จนได้รับความสนใจจากผู้คนขนาดนี้ ?
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
Grafton Yard เป็นแบรนด์จากประเทศอังกฤษ เกิดขึ้นจากคุณ Rebecca Haig และคุณ Freddie Paul โดยทั้งสองมีความตั้งใจที่จะมองหาวัสดุ ซึ่งสามารถเปลี่ยนขยะให้กลายมาเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ได้
ซึ่งหลังจากการค้นหาและค้นคว้า พวกเขาทั้งคู่ก็ได้พบกับวัสดุที่ชื่อว่า เจสโมไนต์ (Jesmonite)
เจสโมไนต์ จะเป็นวัสดุที่มีส่วนผสมของยิปซัมกับเรซินอะคริลิก โดยถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพยิ่งขึ้น ก็คือ คล้าย ๆ กับปูนปลาสเตอร์ สามารถนำมาผสมน้ำ และเทใส่แม่พิมพ์ เพื่อหล่อออกมาเป็นสิ่งต่าง ๆ ได้ แต่ความพิเศษอยู่ที่ การเป็นวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
พอเรื่องเป็นแบบนี้ ทั้งสองคนก็เริ่มใช้เจสโมไนต์ในการหล่อสิ่งของขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นที่รองแก้ว
กระถางใส่ของต่าง ๆ
จนเมื่อถึงวันคริสต์มาสทั้งคุณ Rebecca Haig และคุณ Freddie Paul
ก็ได้ลองทำเทียนหอมใส่ลงไปในถ้วยที่ทำจากเจสโมไนต์แจกให้กับเพื่อน ๆ และครอบครัวเป็นของขวัญ
ในขณะเดียวกันช่วงนั้นคุณ Rebecca Haig ก็ประสบกับปัญหาด้านสุขภาพจิตใจอยู่
ทำให้ทั้งสองคนมีความเห็นว่า พวกเขาอยากจะหาทางทำธุรกิจเป็นของตัวเองมากกว่า
ซึ่งพอพวกเขาลองคิดย้อนกลับไปก็พบว่า เทียนหอมในลักษณะที่พวกเขาทำนั้น ก็ยังไม่ได้พบเห็นในท้องตลาดมากนัก
ดังนั้นจากงานอดิเรกที่ทำไปเรื่อย ๆ จึงกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ Grafton Yard ซึ่งชื่อแบรนด์ก็มีที่มาจากชื่อถนนที่พวกเขาอยู่นั่นเอง
โดยเทียนหอมของ Grafton Yard มีจุดเด่นที่แก้วใส่เทียนที่มีลวดลายสีสันสดใส น่ารัก
จากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเจสโมไนต์ และตัวเทียนเองก็ทำมาจากวัสดุจากธรรมชาติ 100%
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจของแบรนด์ Grafton Yard ไม่ได้มีเพียงแค่เทียนหอมที่หอม และภาชนะใส่เทียนหอมที่น่ารัก แต่กลับเป็นเรื่องของการนำเสนอแบรนด์ที่ทั้งสองผู้ก่อตั้ง พยายามสื่อออกมาผ่านทางโซเชียลมีเดีย
และเครื่องมือที่ Grafton Yard ใช้ ก็คือ การสร้างคอนเทนต์บอกเล่าเรื่องราว หรือ Storytelling
โดยหากเราเข้าไปยังช่องทางโซเชียลมีเดียของ Grafton Yard ก็จะพบว่าทุกโพสต์ของแบรนด์นั้น
จะเกี่ยวข้องกับการเล่าเรื่องราว ขั้นตอนการทำงาน และอัปเดตการทำงานของแบรนด์อยู่เสมอ ๆ
ซึ่งการใช้คอนเทนต์ในการเล่าเรื่องลักษณะนี้จะช่วยให้ผู้ที่ติดตามรู้สึกเหมือนว่า พวกเขา
กำลังได้เดินทาง และเติบโตไปพร้อม ๆ กับแบรนด์ และยังส่งผลให้ผู้คนสามารถจดจำแบรนด์ได้มากกว่าการสร้างคอนเทนต์ ที่บอกเพียงแค่ฟังก์ชันของสินค้า หรือสินค้านี้ต่างจากคนอื่นอย่างไร
ทำให้แม้ว่าสินค้าจะไม่ต่างจากแบรนด์อื่นในท้องตลาดมากนัก แต่เรื่องราวของ Grafton Yard ก็ส่งผลให้ผู้คนให้ความสนใจกับเรื่องราว และให้คุณค่ากับเรื่องราวเหล่านั้น จนกลายมาเป็นความต่าง ที่ไม่ว่าแบรนด์ไหน ก็ไม่สามารถมาแทนแบรนด์ Grafton Yard ได้
นอกจากนี้ Grafton Yard เองก็ยังใช้ช่องทางโซเชียลในการแสดงออกถึงความใส่ใจที่มีต่อลูกค้า มีการรับฟังเสียงของลูกค้าอยู่เสมอ หรือนำเอาคอมเมนต์ของลูกค้ามาโพสต์ขอบคุณบน สตอรีของ Instagram เป็นต้น
1
และเมื่อไม่นานมานี้ Grafton Yard ก็เพิ่งจะกลับมารีสต็อกสินค้าหลังจากที่สินค้า Sold Out หมดทุกตัวบนเว็บไซต์เป็นที่เรียบร้อย
ซึ่งก็เป็นที่น่าติดตามต่อไปว่า จากแบรนด์เล็ก ๆ ที่ทุกอย่างยังเป็นการทำงานที่บ้าน
จะสามารถเติบโตไปได้ขนาดไหน
และ Grafton Yard จะยังคงรักษาภาพลักษณ์ความเป็นกันเอง
ซึ่งเป็นคอนเทนต์หลักของแบรนด์ อย่างที่ทำอยู่ได้หรือไม่ เมื่อแบรนด์ใหญ่มากขึ้น..
โฆษณา