Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ทุกอย่างเกี่ยวกับ Chia
•
ติดตาม
17 ส.ค. 2021 เวลา 06:12 • คริปโทเคอร์เรนซี
สรุป … A Vision for DeFi in Chia …. วิสัยทัศน์ของ Chia กับ DeFi
อ้างอิงจาก
https://www.chia.net/2021/07/13/a-vision-for-defi-in-chia.en.html
Bram ได้เขียนบทความเกี่ยวกับอนาคตของ Chia สำหรับธุรกรรม DeFi ในอนาคต … ผมได้สรุปเนื้อหาที่สำคัญๆ มาให้อ่านกันครับ
*** ก่อนอื่นขออธิบายก่อนเนื้อหาในบทความนี้ผมสรุปมาจากความเข้าใจส่วนตัว .. และหาเพิ่มเติมจาก keybase และ code ใน github … เนื่องจากเป็นเนื้อหาที่ใหม่มากและ chia dev ยังไม่ release เป็น official จึงหาแหล่งความรู้ได้น้อย … และมีโอกาสผิดพลาดที่ผมจะเข้าใจผิดหรือสรุปเนื้อหาผิดๆ ออกมา … ผู้อ่านจึงมีหน้าที่วิเคราะห์และหาข้อมูลเพิ่มเติม อย่างเพิ่งเชื่อทุกสิ่งที่ผมเขียน ….
สำหรับ *** ในบทความนี้เป็นทั้ง คหสต และขยายความเข้าใจในเนื้อหาเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจได้มากขึ้นในแต่ล่ะจุดของบทความ … ดังนั้น *** จึงไม่มีในบทความต้นฉบับครับ
สำหรับจุดผิดพลาดประการใดๆ ก็ตามในบทความนี้ ผมขออภัยมา ณ ที่นี้ครับ ..
Bram ได้อธิบายว่า Chia มีการทำ consensus ด้วยอัลกอริทึมแบบใหม่ มีการสร้างภาษาใหม่ที่เป็น “on-chain” programing ที่เรียกว่า Chialisp ที่มีความแข็งแกร่งอย่างมากไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบหรือขนาดของ transaction ให้มีขนาดกระชับขึ้นรวมถึงมีความเป็น decentralized … โดยในบทความนี้ Bram จะอธิบายว่ามันแข็งแกร่งยังไง .... ในบทความของ Bram จะอธิบายที่มีการป้องกันที่สำคัญต่อ miner/farmer extracted value หรือ MEV ….. และจะอธิบายถึงความเป็นไปได้ในการทำ automated maker makers (AMMs) ใน Chia
transaction ใน chia block chain จะเรียกว่า “coin set” model ที่มีการทำงานคล้ายๆ กับ UTXO ของ bit coin (ผมได้อธิบาย UTXO ของ bitcoin ไว้ที่
https://www.facebook.com/106565441628551/posts/127708209514274/
ลองไปอ่านย้อนหลังกันน่ะครับ) …
แต่สิ่งที่ coin set ของ chia แตกต่างจาก UTXO คือ …. coin set จะเก็บข้อมูลถาวรเพียงอย่างเดียวคือชุดเหรียญที่ยังไม่ได้ใช้ในปัจจุบัน … ซึ่งแตกต่างจาก UTXO ที่เก็บข้อมูลทั้หมดของ transaction ทั้งที่จ่ายไปแล้วและยังไม่จ่าย … coin set จะเรียกเหรียญที่ยังไม่ถูกใช้จ่ายว่า “unspent coins” … และเมื่อเหรียญมีการใช้จ่าย การใช้จ่าย (spend) จะมีการกำหนดขนาดและกฏของเหรียญเพื่อที่จะกำหนดการ spend จากนั้นจะสร้าง coin ใหม่แล้วทำให้ coin เก่าหายไปตลอดกาล โดย coin ใหม่จะเก็บ information ทั้งหมดของการ spend ตั้งแต่อดีต … และด้วยวิธีนี้ทำให้มันดีกว่า bitcoin มากในเรื่องของขนาดของ data ที่ full node จำเป็นต้อง track (ถ้า งง ลองอ่าน 2 ย่อหน้าข้างล่างน่ะครับ เพื่อความเข้าใจมากขึ้น)
*** โดยปกติ bitcoin จะเก็บ transaction เป็น UTXO เมื่อมีการ spend เงินโดย blockchain จะสร้าง UTXO อันใหม่แล้วใส่แต่ information ของชุดใหม่ จากนั้นก็จะเก็บ UTXO อันเก่าเพื่อไว้ confirm ว่าธุรกรรม UTXO ที่เพิ่งถูกสร้างมาใหม่ถูกต้อง ข้อดีของวิธีนี้คือสามารถ track ธุรกรรมเก่าๆ ได้ .... ทำให้การโจมตีหรือ hack เป็นไปไม่ได้ หรือถ้ามีการ hack เกิดขึ้นจริงก็สามารถตรวจสอบได้ แต่ข้อเสียคือใช้เวลาตรวจสอบนาน… สำหรับ Chia blockchian เมื่อมีการ spend เงิน blockchain จะสร้าง coin ใหม่และเก็บ information ของเดิมรวมทั้งของใหม่ที่เพิ่งถูก spend ลงไปใน coin ใหม่ จากนั้นก็จะลบ coin เดิมทิ้ง (Bram ใช้คำว่า the original coin is gone forever ผมเข้าใจว่าน่าจะทิ้งไปเลยน่ะ) …. คำว่า coin ของ Chia ก็เปรียบเสมือน UTXO ของ bitcoin
*** ถ้ายัง งง อีก ลองจิตนาการว่าเรามี post-it (กระดาษโน้ตโพสต์อิท) อยู่ 1 เล่ม
กรณีของ bitcoin เริ่มต้นเรามีเงิน 5 BTC …. เราก็จะมีกระดาษ post-it ใบที่ 1 มีการเขียนว่าเรามีเงิน 5 BTC (unspent) …. หลังจากนั้นเราจ่ายเงินให้ นาย ก จำนวน 2 BTC …. เราก็เอา post-it ใบที่ 1 เขียนเพิ่มไปว่าจ่ายเงินให้ นาย กอ 2 BTC แล้วเอา post-it ใบนั้นไปแป๊ะไว้ข้างฝากแล้วไม่ยุ่งกับ post-it ใบที่หนึ่งอีกเลย … จากนั้นก็จะเขียน post-it ใบใหม่ว่าเหลือเงิน (unspent) 3 BTC สำหรับ transaction ถัดไป …
กรณีของ Chai ถ้าเรามีเงิน 5 XCH เราก็จะมี post-it 1 ใบเหมือนกัน เรียกว่า ใบที่ 1 มีการจดไว้ว่ามีเงินคนเหลือ (unspent) 5 XCH … เมื่อเราจ่ายเงินให้ นาย กอ 2 XCH เราก็เขียนข้อมูลเพิ่มเติมลงใน post-it ใบที่ 1 ว่าจ่ายเงินให้นาย กอ 2 XCH …. จากนั้นจะเอา information ทั้งหมดของ post-it ใบที่ 1 เขียนลงไปใน posit-it ใบใหม่เรียกว่า ใบที่ 2 พร้อมกับระบุยอดเงินคงเหลือ (unspent) 3 XCH และ ทิ้ง post-it ใบแรกไปเลย … ดังนั้น post-it ใบล่าสุด (ใบที่ 2) จึงบอกประวัติการ spend ของเงิน 5 XCH พร้อมทั้งยอดเงินที่ยังไม่ได้จ่าย (unspent) สำหรับ transaction ถัดไป …
Bram อธิบายต่อว่าด้วยวิธีการ record transaction แบบนี้ การตรวจสอบความถูกต้องของรายการจึงรวดเร็วกว่า โดยการตรวจสอบ coin แค่ 2 อันคืออันที่ก่อน spend (หลังจากตรวจสอบจะถูกทำลาย - destroy) และ coin ที่ spend complete ซึ่งต่างจาก bitcoin ที่ต้องสืบย้อนกลับไปที่ UTXO แต่ล่ะอัน (ลองนึกดูถ้ามีอยู่ 5BTC จ่าย 1BTC จากนั้นจ่าย 0.5BTC จากนั้นจ่าย 1.3BTC จากนั้นจ่าย 0.75BTC …. ถ้า transaction เป็นแบบนี้เราต้องตรวจสอบ post-it ถึง 5 ใบ) …. และด้วยหลักการนี้เราจึงมี transaction rate ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า bitcoin หรือแม้แต่กระทั่ง Ethereum 1.0
*** transaction rate (อัตราการทำ transaction ต่อ 1 วินาที) Bram เคยอธิบายว่า blockchain ของ chia สามารถทำ transaction rate ได้ที่ 20 transaction ต่อ วินาที (TPS, tps, tx/s - transaction per second) ข้อมูลนี้อ้างอิงจาก
https://modern.finance/episode/chia-a-new-cryptocurrency-launching-soon-built-by-bram-cohen-founder-of-bittorrent/
นาทีที่ 20:48…
สำหรับ Ethereum 2.0 สามารถทำได้ 30 transaction ต่อวินาทีแต่ยังไม่ release น่ะเป็นข้อมูลคาดการเท่านั้นโดยข้อมูลนี้อ้างอิงจาก
https://www.thestreet.com/crypto/ethereum/ethereum-2-upgrade-what-you-need-to-know
…
ทำไม tps จึงสำคัญลองนึกถึงว่าถ้าบนโลกนี้มีคนกำลังโอนเงินผ่าน chia 20 คนในเวลาเดียวกัน … ทั้ง 20 คน จะรอโดยประมาณ 1 วินาทีก็จะโอนเงินสำเร็จ … แต่ถ้าเปลี่ยนเป็น 40 คนกำลังโอนเงินในเวลาเดียวกัน … จะมี 20 คนที่ต้องใช้เวลาประมาณ 2 วินาทีจึงโอนเงินสำเร็จ … แต่ถ้าเปลี่ยนจาก 40 คนทั่วโลกเป็น 1,000 คนทั่วโลกที่โอนเงินพร้อมกัน … คนบางคนใน 1,000 คนอาจจะต้องรอเป็นขั่วโมงก็ได้
Bram อธิบายต่อว่าเครื่องมือพื้นฐานที่สำคัญของการทำธุรกรรมใน Chia คือ colored coins ที่เป็นตัวแทนของ tokenization โดย coin value จะถูกละลาย (melt) แล้วกลายเป็นบางสิ่ง (something) … mojo ก็เปรียบเสมือน “Satoshi” ใน bitcoin (อ้างอิงจาก
https://www.investopedia.com/terms/s/satoshi.asp
) หรือมองเผินๆ colored coin จะคล้ายๆ Omni Protocol แต่แตกต่างกันที่ Omni protocol จะ request full node complete เพื่อทำการตรวจสอบ coin ปลอม … แต่ colored coins ของ chia เป็น lightweight manner (ผมก็ไม่เข้าใจน่ะการตรวจสอบ coin ปลอมเพราะเป็น lightweight manner มันคืออะไรและทำได้ยังไง … และ Bram ไม่ได้ลงไปในรายละเอียด … เอาเป็นว่า Bram อธิบายมาแบบนี้ก็ให้เข้าใจแบบนี้ไปก่อนล่ะกัน)
function อีก 1 อย่างของ colored coin คือการอนุญาติให้มีการ “offers” .. (feature นี้ล้ำมากผมจินตนาการไม่ออกเลยว่าทำได้ยังไง) ลองมาดูตัวอย่างกันครับ … สมมุติว่าผมต้องการขายเหรียญ chia จำนวนหนึ่ง ผมก็เอาเหรียญ chia ที่ต้องการจะขายมาทำการ convert ให้เป็น colored coin ซึ่งการทำแบบนี้ Bram อธิบายว่าเป็นการ transfer แบบ invalid transaction หรือการโอนเงินที่ยังไม่สมบูรณ์ (blockchain จะยังไม่มีการ update transaction) หลังจากนั้นผมเอา colored coin ตัวนี้ไปประกาศขายใน internet … จนกระทั่งมีคนสนใจในราคาที่ผมประกาศขายก็ทำการซื้อขาย จากนั้นผู้ซื้อจะเป็นเจ้าของ colored coin ที่มี counterbalancing amount (อารมณ์ประมาณยอด balance ของผู้โอนและผู้รับโอน) และทำการ burn counterbalancing amount ลงไปใน transaction ของ blockchain ทำให้ transaction นี้กลายเป็น transaction ที่ complete ….
ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว “offers” ถูกออกแบบมาให้ third party เป็นคนจับคู้ผู้ซื้อและผู้ขาย
มาดูตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมกันครับ … สมมุติว่าราคา chia ในตลาดปัจจุบันราคา $1,000 ต่อ 1XCH
มีคน (หลายคน) ประกาศขาย (sell) 1XCH อยู่ที่ราคาระหว่าง $800 - $1,200
มีคน (หลายคน) ประกาศซื้อ (buy) 1XCH อยู่ที่ราคาระหว่าง $800-$1,100
third party (อาจจะเป็นนายหน้า) จะสบช่องว่าถ้าจับคู่คนขาย $900 ไปคู่กับคนซื้อ $1,100 … มันจะมีส่วนต่างทันที $200 .... third party ก็จะได้กินส่วนต่างนี้ทันที $200 นิ่มๆ (หวังว่าคงไม่ งง น่ะครับ) … ไอ้ส่วนต่างนี้ในภาษา blockchain เรียกว่า “miner extracted value (MEV)” แต่ในภาษา finance เรียกว่า “pocketing the spread”
*** MEV ยิ่งสูงยิ่งเป็นข้อเสียเปรียบกับเหล่า farmer เพราะเราทำงานแทบตายกับโดนกินหัวคิวนิ่มๆ ... แล้วมันพิเศษกว่า blockchain ตัวอื่นยังไง … เพราะว่า blockchain ตัวอื่น transaction ต้อง complete ก่อนเสมอเช่นในตัวอย่าง นายหน้าจะต้องเอาเงิน $900 ไปซื้อ 1XCH จากคนขายและ transaction ต้อง complete ก่อนจึงจะเอา 1XCH ไปขายให้กับคนที่ต้องการซ์้อ $1,100 … หรือควักเนื้อ 1XCH ตัวเองขายไปที่ $1,100 และก็รับซื้อคืนที่ $900 …. ซึ่งทั้งหมด transaction ต้อง complete ให้เรียบร้อยก่อน … แต่ถ้าบางจังหวะราคาดันเปลี่ยนทิศ (โดนลากหรือโดนทุบ) นายหน้าอาจจะเข้าเนื้อได้… แต่กับ “offers” ของ chia ….. transaction จะ complete ได้หลังจากนายหน้าจับคู่ผู้ซื้อผู้ขายสำเร็จแล้วเท่านั้น … การที่เราเปลี่ยน chia เป็น colored coin จึงเป็นเพียงการ lock เหรียญที่จะขาย ไม่ให้เจ้าของเหรียญแอบเอาเหรียญไปทำอย่างอื่นในระหว่างประกาศขาย
*** แล้ว feature นี้มันดียังไง? มันจะทำให้ใครก็ได้สามารถเป็นนายหน้าเพราะเป็นธุรกิจจับเสือมือเปล่าชัดๆ … เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่น่าสนใจ … แล้วถ้าใครเป็นก็ได้ก็จะมีผู้ประกอบการเยอะขึ้น … ชาว farmer ก็สามารถตั้งขายได้ราคาที่ตรงกับราคาตลาดได้ดีขึ้น เพราะมี third party ให้เลือกเยอะ … (ในปัจจุบันมี broker ไม่กี่เจ้าและราคาขึ้นๆ ลงๆ ก็ไม่รู้อยู่ที่ปัจจัยอะไร) ... ดังนั้นราคาของ chia ก็จะ stable โอกาสที่จะโดนลากที่ล่ะ 3% 5% หรือ10% อย่าง crypto เหรียญอื่นๆ ในปัจจุบันก็เป็นไปได้ยาก
Bram ให้ comment เกี่ยวกับราคาของ chia ว่า “ไม่มีราคาที่ยุติธรรมสำหรับของบางสิ่ง (There is no one true fair price of a thing)” อารมณ์ประมาณว่า ราคา chia ที่วิ่งขึนวิ่งลงเราไม่รู้หรอกว่ามันเป็นราคาที่สมเหตุสมผลจริงๆ หรือเปล่า การที่เราซื้อของบางสิ่งในอนาคตที่อาจจะมีราคาถูกกว่าที่เราซื้อ …. หรือว่าเราขายของบางสิ่งแต่ในอนาคตราคาอาจจะสูงมากกว่าที่เราขายก็ได้ … ดังนั้นให้เราคิดเองว่าราคาที่มันควรจะเป็นควรจะเป็นเท่าไรตามหลักการและเหตุผลของเรา
ราคาที่วิ่งขึ้นวิ่งลงเป็นหลักการพื้นฐานทั่วไปของตลาด … แต่ต่อไปนี้มันจะแตกต่างออกไปสำหรับ chia farmers ที่สามารถซื้อขายราคาเท่าไรก็ได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามราคาตลาด …
farmers สามารถตั้งราคาซื้อหรือขายที่เราพอใจ เช่น ราคาในตลาดปัจจุบัน $1,000 แต่ farmer ต้องการขาย $1,200 ก็สามารถทำได้ โดยจะมีคนที่รวบรวมข้อเสนอต่างๆ ทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขายและจับมา match กันเอง … อาจจะมีคนที่เสนอซื้อ $1,200 แม้ว่าราคาตลาดจะอยู่ที่ $1,000 ก็ตาม (อ่านย่อหน้าถัดไปถ้าสงสัยว่าใครจะอยากซื้อราคาแพงกว่าตลาด) … แต่ด้วยหลักการ “offers” ของ colored coin ผู้ซื้อผู้ขายจะโอนเงินตรงเข้าหากันโดยมีนายหน้าทำหน้าที่จับคู่ให้เท่านั้น … ที่แตกต่างจากการซื้อขายปัจจุบันที่เราต้องโอนเงินเข้าพอร์ต … ทั้งเงินจริงๆ และเงิน crypto ต่างล้วนเก็บอยู่ที่ broker ทั้งนั้น … นับเป็นเป็นความเสี่ยงสุงทีเดียวถ้า broker ปิดบริษัทหนี …
*** ถ้าใคร งง ว่าใครมันจะอยากซื้อราคาสูงกว่าตลาด … ให้นึกถึงการซื้อขายสัญญาล่วงหน้า (futures) ในตลาด commodity เช่น น้ำมัน ทอง หรือแม้แต่เงิน USD … พวกนี้จะมีการซือสัญญาล่วงหน้าเพื่อประกันความเสี่ยงในวันที่ราคาผันผวน … ในอนาคตเหรีญ chia ก็อาจจะมีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเช่นกัน ถ้ามีคนนิยมสูง
แต่ข้อเสียสำหรับ concept นี้ก็คือค่า MEV อาจจะสูง เพราะนายหน้าจะจับคู่คนที่ซื้อแพงที่สุดกับคนที่ขายถูกที่สุดเพื่อให้ค่า MEV สูงทำให้นายหน้ากินกำไรแบบนิ่มๆ … วิธีที่จะป้องกัน MEV ไม่ใช้สูงเกินไปคือใช้วิธี “price oracles” (คำว่า oracles ในภาษา computer science หมายถึงการ report อะไรบางอย่างที่มีความยากในการคำนวณเพื่อหาผลลัพท์) โดย price oracle จะ report อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน …. เพื่ออธิบายให้เข้าใจหลักการทำงานนี้ … เราจำเป็นต้องเข้าใจ singletons ก่อน
Singletons คือ identity ที่ถูกสร้างให้เป็นตัวเป็นตนด้วย one coin (1 mojo) … ลองนึกถึงตอนเราสร้าง plot NFT สำหรับการ farm แบบ pool protocol ที่เราต้องเสียเงินจำนวน 1 mojo สำหรับการสร้าง … ตาม concept ของ coin set จำได้ไหมครับว่า coin (หรือ post-it) ของเรา เมื่อเราจ่าย 1 mojo coin จะทำการบันทึกว่าจ่ายให้ใครเหลือเงินเท่าไร … แต่กับ 1 mojo ที่เอาไปสร้าง plot NFT ไม่ได้เป็นแบบนั้นเพราะ 1 mojo จะถูก melt หรือหลอมละลายกลายเป็น plot NFT (หลอมละลายกลายเป็น “บางสิ่ง” … .ที่ใช้คำว่า “บางสิ่ง” เพราะเราสามารถ melt เงินเป็น colored coin หรืออย่างอื่นก็ได้) เมื่อ plot NFT ถูกสร้างพร้อมกับรวมส่วนต่างๆ ได้แก่ wallets, distributed identities, pool protocol และ price oracles จึงกลายเป็น Singletons ….
สำหรับ Singletons สามารถอ่านรายละเอียดได้ใน starndard pooling protocol (
https://chialisp.com/docs/puzzles/pooling
) หรือ download source เพื่อมาศึกษาได้ที่ (
https://github.com/Chia-Network/chia-blockchain/tree/main/chia/wallet/cc_wallet
) รายละเอียดของ colored coin สามารถศึกษาได้ที่
chialisp.com
*** หลักการ melt coin ไปเป็นบางสิ่ง เป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญมากๆ เราสามารถเอาไปพัฒนาต่อได้อีกในกรณีที่เราต้องการพัฒนา application อื่นๆ บน chia blockchain …. ยกตัวอย่างถ้าเราต้องการทำ application ซื้อขายแลกเปลี่ยนของมือสองกับ XCH … เราสามารถ melt one coin เพื่อเป็น register ID สำหรับ login …. จึงเป็นการรักษาความปลอดภัยของ wallet ID ของสมาชิกเหมือน Launcher Id ของ pool protocol
*** อันนี้ความเข้าใจของผมน่ะครับ … สิ่งที่แตกต่างระหว่าง singletons กับ colored coin คือ การ melt 1 mojo เป็น NFT …. ทาง chia dev ก็อธิบายมาว่ามันเป็น one way direction คือหลังจาก melt ไปแล้วจะไม่สามารถ convert NFT กลับมาเป็น mojo ได้อีกเพราะจะทำให้ blockchain เสียหาย … แต่สำหรับ colored coin (coin ที่ถูกตั้ง offer เพื่อต้องการขาย) สามารถ convert กลับมาเป็น transaction ที่ complete หลักจากการซื้อขายสำเร็จ ….
สิ่งหนึ่งที่ผมยังไม่เข้าใจคือ price oracle ที่เป็นส่วนหนึ่งของ colored coin อันนี้ make sense พอเข้าใจได้ … แต่ price oracle ดันเป็นส่วนหนึ่งของ singletons ด้วยนี้สิ …. singletons จะเอา price oracle ไปทำไม?? ผมยอมรับเลยว่าเรื่องนี้ซับซ้อนมากๆ … นิยายรักเรื่องนี้ยังอีกยาวไกล … รอ Chia dev release feature นี้ออกมาจริงๆ ค่อยมาสรุปถึงรายละเอียดก็ยังไม่สายครับ … ตอนนี้ให้เข้าใจคร่าวๆ แบบนี้ไปก่อน
feature offers จะสามารถช่วย farmer ในเรื่องของ MEV ได้โดย farmer จะเป็นคนกำหนด range MEV ขอราคาด้วยตัวเอง .. ยกตัวอย่าง farmer A ต้องการขาย chia 1XCH ในราคา $1,000 แล้ว build เป็น colored coin โดยกำหนด range ใน price oracle เช่น buy $900 sell $1,000 … นายหน้าก็จะทำหน้าที่จับคู่หาคนซื้อที่ราคา $900 เท่านั้น คือ farmer A ยอมให้นายหน้ากินหัวคิว $100 เท่านั้น … ดังนั้นแม้ว่าจะมีคนเสนอซื้อสูงกว่า $900 หรือน้อยกว่า $900 เหรียญ นายหน้าก็จะจับคู่ให้กับ farmer A ไม่ได้ … หน้านายมีหน้าที่ต้องหาจับคู่ให้ได้ที่ราคานี้เท่านั้น …
*** ด้วย concept แบบนี้จะเป็นการ win win ทั้งสามฝ่าย คือ ผู้ซื้อ ผู้ขาย และนายหน้า … ถ้าผู้ขายตั้งขายแล้วตั้ง MEV ต่ำมากๆเช่น sell $900 buy $910 … แสดงว่าถ้านายหน้าหาผู้ซื้อที่ราคา $910 ได้จะได้หัวคิว $10 จากการซื้อขายครั้งนี้ แต่ $10 อาจจะน้อยไปจนนายหน้าไม่สนใจการเสนอขายครั้งนี้ ผู้ขายก็อาจจะไม่มีคน match …. แต่ในทำนองเดียวกันอาจจะมีนายหน้ารายย่อยที่โอเครกับ $10 นี้ก็ได้ … แล้วด้วยเหตุการณ์แบบนี้จะทำให้มีโอกาสที่เหรียญ chia จะหมุนเวียนในตลาดมากขึ้น ... เหรียญไม่ได้อยู่แต่ในมือของ broker หรือธนาคาร
หลักการซื้อขายแบบนี้เรียกว่า Automated market makers (AMMs) โดยอาศัย on-chain program ในการ coding เพื่อให้การซื้อขายสำเร็จ ข้อแตกต่างของ price oracles กับการซื้อขายจริงๆ ในตลาดคือ … ราคาแลกเปลี่ยน 2 สกุลเงินที่แตกต่างกันในตลาดจริงๆ จะมีส่วนต่างระหว่างราคาขายกับราคาซื้อ ซึ่งกำหนดโดยธนาคารหรือ broker และลูกค้าจะเป็นคนทำ transaction เพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือไม่ซื้อก็ขาย …. แต่กับ price oracle ตัว user จะเป็นคนกำหนดราคาส่วนต่างของราคาซื้อและราคาขายเอง … ซึ่งเป็นราคาที่ user happy แต่ก็ต้องมีความเป็นไปได้ด้วยน่ะ ….
*** สำหรับเรื่องที่เล่ามาทั้งหมด … เป็น future development นั้นหมายถึง
เรายังไม่สามารถทำได้ ณ วันนี้เวลานี้ ... แต่ Bram วางแนวทางไว้แล้วว่า Defi ใน Chia จะเป็นแบบนี้ …. ต่อไปก็ให้ทีม Chia dev drive project นี้ให้สำเร็จ ซึ่งจาก AMA Aug 6, Gene บอกว่าแล้วว่ายังมีปัญหาอยู่ในเรื่องของ chialisp (ซึ่งป็นภาษาหลักในการ implement feature พวกนี้)
เนื่องจากยังไม่ implement ความสามารถของแต่ล่ะอย่างอาจจะมีมากขึ้นหรือน้อยลง .. เราควรจะต้องมา focus feature พวกนี้อีกครั้งหลังจาก chia dev release feature ออกมาใน mainnet จากนั้นเราค่อยมาลงรายละเอียดกันอีกครั้ง
คำศัพท์ใหม่ที่เราได้ในวันนี้
colored coin
MEV
offers
price oracle
AMM
ซึ่งมีความยากทั้งแนวคิด, การออกแบบรวมถึงการพัฒนาออกมาเป็นสิ่งที่จับต้องได้ … ดังนั้น vision ที่ Bram วางไว้จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจและแปลกใหม่มากๆ โดยเฉพาะการซื้อขายแลกเปลี่ยน 2 สกุลเงิน … และนี้อาจจะเป็นการเปลี่ยนโฉมของวิวัฒนาการทางการเงินระหว่างประเทศเลยทีเดียว … เราคงต้องติดตามกันต่อไปครับว่า chia จะสำเร็จได้ตามที่เป้าที่วางไว้หรือไม่
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม happy farming ครับ
2 บันทึก
2
2
2
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย